ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา มหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ
ห้ามบวชโจรหนีเรือนจำเป็นต้น

               อรรถกถาโจรวัตถุ               
               พึงทราบวินิจฉัยในเรื่องโจรทั้งหลาย :-
               สองบทว่า มนุสฺสา ปสฺสิตฺวา มีความว่า พระองคุลิมาลนั้นอันชนเหล่าใดเคยเห็นในเวลาที่ท่านเป็นคฤหัสถ์ และชนเหล่าใดได้ฟังต่อชนเหล่าอื่นว่า ภิกษุนี้คือองคุลิมาลนั้น ชนเหล่านั้นได้เห็นแล้ว ย่อมตกใจบ้าง ย่อมหวาดหวั่นบ้าง ย่อมปิดประตูบ้าง. แต่ท่านย่อมได้ภิกษาในเรือนของเหล่าชนที่ไม่รู้จัก.
               บทว่า น ภิกฺขเว มีความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์เองเป็นเจ้าของแห่งธรรม เพราะฉะนั้น เมื่อจะทรงบัญญัติสิกขาบทแก่ภิกษุทั้งหลาย เพื่อต้องการมิให้กระทำต่อไป จึงตรัสอย่างนั้น.
               วินิจฉัยในคำนั้นว่า โจรชื่อว่าธชพันธะ เพราะอรรถวิเคราะห์ว่า ดุจผูกธงเที่ยวไป. มีคำอธิบายว่า เป็นคนโด่งดังในโลก เหมือนมูลเทพ๑- เป็นต้น. เพราะเหตุนั้น ผู้ใดเที่ยวทำการฆ่าชาวบ้านก็ดี รบกวนคนเดินทางก็ดี ทำกรรมมีตัดที่ต่อเป็นต้นในเมืองก็ดี อนึ่ง ผู้ใดอันชนทั้งหลายรู้จักกันแซ่ว่า คนชื่อโน้นทำกรรมนี้ๆ ผู้นั้นไม่ควรให้บวช.
               ส่วนผู้ใดเป็นราชบุตรปรารถนาจะเป็นพระราชากระทำกรรมมีฆ่าชาวบ้านเป็นต้น ผู้นั้นควรให้บวช. เพราะว่าเมื่อราชบุตรนั้นผนวชแล้ว พระราชาทั้งหลายย่อมพอพระหฤทัย แต่ถ้าไม่ทรงพอพระหฤทัย ไม่ควรให้บวช.
               โจรซึ่งลือชื่อในมหาชนในกาลก่อน ภายหลังละโจรกรรมเสีย สมาทานศีล ๕. ถ้าหากชาวบ้านรู้จักเขาอย่างนั้น ควรให้บวช. ฝ่ายชนเหล่าใดเป็นผู้ลักของเล็กน้อยมีมะม่วงและขนุนเป็นต้น หรือเป็นโจรผู้ตัดที่ต่อเป็นต้นทีเดียว แต่แอบแฝงทำการลัก ทั้งภายหลังก็ไม่ปรากฏว่า กรรมนี้อันชนชื่อนี้ทำ จะให้ชนเหล่านั้นบวช ก็ควร.
____________________________
๑- ในพระบาลีวินัยเป็น ธชพทฺโธ. ส่วนคำว่า มูลเทวาทโย โยชนาแก้อรรถว่า อาทิภูตเทวาทโย. ธชพทฺโธ หมายความไปในทางมีชื่อเสียงโด่งดังทางเสีย อ้างว่า เหมือนมูลเทพเป็นต้น คำว่า มูลเทโว ทางสันสกฤต เป็นพระนามของท้าวกังสะ กษัตริย์ทรราชแห่งแคว้นมถุรา ทรงฆ่าทารกเสียมากมายก่ายกอง เพราะโหรทำนายว่า พระองค์จะถูกลูกชายของหญิงนางหนึ่งปลงพระชนม์ ด้วยความร้ายกาจนี้เอง ประชาชนพลเมืองจึงเห็นว่าท้าวเธอเป็นอสูร เป็นยักษ์ เป็นมาร มูลเทโว จะมาเป็นตัวอย่างในคำว่า มูลเทวาทโยนี้หรืออย่างไร?

               สองบทว่า การํ ภินฺทิตฺวา มีความว่า ทำลายเครื่องจำคือขื่อเป็นต้น.
               ในบทว่า อภยูวรา นี้ มีวินิจฉัยว่า
               ชนเหล่าใดย่อมหลบหลีก เพราะความกลัว เหตุนั้น ชนเหล่านั้นชื่อภยูวรา ผู้หลบหลีกเพราะความกลัว ฝ่ายสมณะเหล่านี้ มิใช่ผู้หลบหลีกเพราะความกลัว เพราะเป็นผู้ได้รับอภัย เพราะฉะนั้นจึงชื่อ อภยูวรา มิใช่ผู้หลบหลีกเพราะความกลัว.
               ก็แลในบทว่า อภยูวรา นี้พึงทราบว่า อาเทส ป อักษรให้เป็น อักษร.
               ในคำว่า น ภิกฺขเว การเภทโก นี้ มีวินิจฉัยว่า
               เรือนจำเรียกว่าการะ แต่ในอธิการนี้ เครื่องจำคือขื่อก็ดี เครื่องจำคือตรวนก็ดี เครื่องจำคือเชือกก็ดี ที่จำคือบ้านก็ดี ที่จำคือนิคมก็ดี ที่จำคือเมืองก็ดี การควบคุมด้วยบุรุษก็ดี ที่จำคือชนบทก็ดี ที่จำคือทวีปก็ดี จงยกไว้. ผู้ใดทำลายหรือตัด หรือแก้หรือเปิดเครื่องจำชนิดใดชนิดหนึ่ง ในบรรดาเครื่องจำที่จำเหล่านี้ หนีไปซึ่งหน้าหรือไม่มีคนเห็น ผู้นั้นถึงความนับว่า การเภทก ผู้แหกเรือนจำ.
               เพราะเหตุนั้น การเภทกโจรเหล่านี้ทำลายที่จำคือทวีป ไปยังทวีปอื่นแล้วก็ดี ไม่ควรให้บวช.
               ฝ่ายผู้ใดที่มิใช่โจร แต่ไม่ยอมทำหัตถกรรมอย่างเดียว ถูกอิสรชนทั้งหลายมีขุนส่วยของพระราชาเป็นต้น จองจำเอาไว้ ด้วยหมายใจ เมื่อมีการจองจำไว้อย่างนี้ ผู้นี้จะหนีไม่ได้ จักทำการของเรา ดังนี้ก็ดี ผู้นั้นแม้ทำลายเครื่องจำหนีไป ก็ควรให้บวช.
               ฝ่ายผู้ใดรับผูกขาดบ้าน นิคมและท่าเป็นต้นด้วยส่วย ไม่ส่งส่วยนั้นให้ครบ ถูกส่งไปยังเรือนจำ ผู้นั้นหนีมาแล้ว ไม่ควรให้บวช.
               แม้ผู้ใดรวมเก็บทรัพย์ไว้ เลี้ยงชีวิตด้วยกสิกรรมเป็นต้น ถูกใครๆ ส่อเสียดใส่โทษเอาว่า ผู้นี้ได้ขุมทรัพย์ แล้วถูกจองจำจะให้ผู้นั้นบวชในถิ่นนั้นเอง ไม่ควร. แต่จะให้เขาซึ่งหนีไปแล้วบวชในที่ซึ่งไปแล้วทุกตำบล ควรอยู่.
               ในข้อนี้ว่า น ภิกฺขเว ลิขิตโก เป็นต้นนี้ มีวินิจฉัยว่า
               บุคคลที่ชื่อว่าผู้ร้ายซึ่งถูกเขียนไว้ จะได้แก่ผู้ร้ายซึ่งถูกเขียนไว้ว่า พบเข้าในที่ใดให้ฆ่าเสียในที่นั้น ดังนี้ อย่างเดียวหามิได้ โดยที่แท้ผู้ใดผู้หนึ่งซึ่งกระทำโจรกรรม หรือความผิดในพระราชาอย่างหนักชนิดอื่นแล้วหนีไป และพระราชารับสั่งให้เขียนผู้นั้นลงในหนังสือหรือใบลานว่า ผู้มีชื่อนี้ ใครพบเข้าในที่ใด พึงจับฆ่าเสียในที่นั้น หรือว่าพึงตัดอวัยวะมีมือและเท้าเป็นต้นของมันเสีย หรือว่าพึงให้นำมาซึ่งสินไหมมีประมาณเท่านี้ ผู้นี้ชื่อผู้ร้ายซึ่งถูกเขียนไว้ ผู้นั้นไม่ควรให้บวช.
               ในคำว่า กสาหโต กตทณฺฑกมฺโม นี้ มีวินิจฉัยว่า
               ผู้ใดไม่ยอมทำการมีให้การและยอมรับใช้เป็นต้น จึงถูกลงอาชญา ผู้นั้นไม่นับว่าผู้ถูกลงทัณฑกรรม.
               ฝ่ายผู้ใดรับเก็บทรัพย์บางอย่างโดยเป็นส่วยหรือโดยประการอื่นแล้วกินเสีย เมื่อไม่สามารถจะใช้คืนให้ จึงถูกเฆี่ยนด้วยหวายว่า นี้แล จงเป็นสินไหมของเจ้า ผู้นี้ชื่อผู้ถูกเฆี่ยนด้วยหวาย ถูกลงทัณฑกรรม.
               ก็แล เขาจะถูกเฆี่ยนด้วยหวายหรือถูกด้วยไม้ค้อนเป็นต้นอย่างใดอย่างหนึ่งก็ตามจงยกไว้ แผลยังสดอยู่เพียงใด ไม่ควรให้บวชเพียงนั้น. ต่อกระทำแผลทั้งหลายให้กลับเป็นปกติแล้วจึงควรให้บวช.
               อนึ่ง ถ้าผู้ใดถูกเขาทำร้ายด้วยเข่าหรือด้วยศอก หรือด้วยผลมะพร้าวและก้อนหินเป็นต้นแล้วปล่อยไป และบวมโนในร่างกายของผู้นั้นยังปรากฎอยู่ ไม่ควรให้บวช. ผู้นั้นกระทำให้หายแล้ว เมื่อบวมโนอย่างนั้นยุบราบไปแล้ว ควรให้บวช.
               ในคำว่า ลกขณาหโต กตทณฺฑกมฺโม นี้ มีวินิจฉัยว่า
               ข้อที่เป็นผู้ลงทัณฑกรรม พึงทราบโดยนัยก่อนนั่นแล.
               ก็รอยแผลเป็นซึ่งถูกนาบด้วยเหล็กแดงมีที่หน้าผาก หรือที่อวัยวะทั้งหลายมีอกเป็นต้นของบุรุษใด ถ้าบุรุษนั้นเป็นไท แผลยังสดอยู่เพียงใด ไม่ควรให้บวชเพียงนั้น. ถ้าแม้แผลของเขาเป็นของงอกขึ้นเรียบเสมอกับผิวหนังแล้ว แต่รอยแผลเป็นยังปรากฎอยู่ เมื่อเขานุ่งแล้วห่มผ้าเฉวียงบ่าปกปิดเรียบร้อยครบ ๓ ประการ ถ้ารอยแผลเป็นนั้นอยู่ในโอกาสที่มิได้ปกปิด ไม่สมควรให้บวช.

               อรรถกถาโจรวัตถุ จบ.               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา มหาวรรค ภาค ๑ มหาขันธกะ ห้ามบวชโจรหนีเรือนจำเป็นต้น จบ.
อ่านอรรถกถา 4 / 1อ่านอรรถกถา 4 / 103อรรถกถา เล่มที่ 4 ข้อ 104อ่านอรรถกถา 4 / 108อ่านอรรถกถา 4 / 252
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=04&A=2976&Z=3019
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๑๑  มกราคม  พ.ศ.  ๒๕๕๖
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :