ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา มหาวรรค ภาค ๑ วัสสูปนายิกขันธกะ
เรื่องทรงอนุญาตสัตตาหกรณียะ

               อรรถกถาธุระเป็นไปด้วยสัตตาหกรณียะ               
               วินิจฉัยในสัตตาหกรณียะทั้งหลาย พึงทราบดังต่อไปนี้ :-
               ตั้งแต่คำว่า ภิกฺขุนีสงฺฆํ อุทฺทิสฺส เป็นต้นไป ย่อมมีความเสื่อมตลอดไป ๓ อย่าง คือ เว็จกุฎี ๑ เรือนไฟ ๑ ศาลาเรือนไฟ ๑.
               โรงเก็บสิ่งของเป็นต้น ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้แล้วทีเดียวในสิกขาบททั้งหลายมีอุทโทสิตสิกขาบทเป็นต้น.
               ก็โรงครัว พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่าในวัสสูปนายิกขันธกะนี้ว่า รสวตี.
               คำว่า วาเรยฺยํ ข้าพเจ้าได้กล่าวแล้วในสัญจริตสิกขาบท.
               หลายบทว่า ปุรายํ สุตฺตนฺโต น ปลุชฺชติ ความว่า ตราบเท่าที่พระสุตตันตะนี้จะไม่สาบสูญเสีย.
               ข้อว่า ปญฺจนฺนํ สตฺตาหกรณีเยน ความว่า แม้เมื่อสหธรรมิกมิได้ส่งทูตมานิมนต์ ภิกษุก็ควรไป ด้วยเหตุที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงไว้พิสดารข้างหน้า โดยนัยเป็นต้นอย่างนี้ว่า เราจักแสวงหาคิลานภัตหรือคิลานุปัฏฐากภัตหรือเภสัช แก่สหธรรมิกทั้ง ๕ มีภิกษุเป็นต้นเหล่านั้นบ้าง จักถามบ้าง จักพยาบาลบ้าง. แม้ในที่แห่งมารดาบิดา อันพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอนุญาตไว้แล้วข้างหน้า ก็นัยนี้เหมือนกัน.
               แต่ในอันธกอรรถกถาแก้ว่า ชนทั้งหลายเหล่าใดเป็นอุปัฏฐากของมารดาและบิดา ซึ่งเป็นญาติก็ดี มิใช่ญาติก็ดี แม้เมื่อชนเหล่านั้นมิได้ส่งทูตมานิมนต์ ภิกษุจะไปก็ควร. คำนั้นท่านมิได้กล่าวไว้เลย ทั้งในอรรถกถาและบาลี เพราะฉะนั้น ไม่ควรจะถือเอา.
               บทว่า ภิกฺขุภติโก ได้แก่ บุรุษผู้อยู่กับภิกษุทั้งหลายในวัดเดียวกัน.
               บทว่า อุทฺริยติ ได้แก่ ชำรุด.
               สองบทว่า ภณฺฑํ เฉทาปิตํ ได้แก่ เครื่องทัพพสัมภาระที่เขาให้ตัดไว้แล้ว.
               บทว่า อวหราเปยฺยุ ํ คือพึงให้ขนมา.
               วินิจฉัยในคำว่า สงฺฆกรณีเยน นี้ พึงทราบดังนี้ :-
               กิจการอย่างใดอย่างหนึ่ง อันภิกษุพึงทำในเสนาสนะทั้งหลายมีโรงอุโบสถเป็นต้นก็ดี ในสถานที่ทรงอนุญาตมีฉัตรและไพทีแห่งพระเจดีย์เป็นต้นก็ดี โดยที่สุด แม้เป็นเสนาสนะเฉพาะตัวของภิกษุทุกอย่างเป็นกิจอันสงฆ์พึงทำทั้งนั้น. เพราะฉะนั้น เพื่อให้กิจนั้นสำเร็จ ภิกษุควรไปเพื่อขนทัพพสัมภาระเป็นต้นมา หรือเพื่อให้ไวยาวัจกรให้ค่าจ้างและรางวัลเป็นต้น แก่ชนทั้งหลายมีช่างไม้เป็นต้น.
               วินิจฉัยในรัตติเฉทซึ่งพ้นจากบาลี ในสัตตาหกรณียาธิการ พึงทราบดังต่อไปนี้ :-
               อันภิกษุอันเขามิได้นิมนต์ เพื่อประโยชน์แก่การฟังธรรม ไม่สมควรไป. แต่ถ้าว่าภิกษุได้กระทำการนัดหมายกันไว้ก่อนแล้ว ในอาวาสใหญ่แห่งหนึ่งว่า เราทั้งหลายพึงประชุมกันในวันชื่อโน้น ดังนี้ ก็ชื่อว่าเป็นผู้อันเขานิมนต์แล้วได้ จะไปก็ควร. จะไปด้วยคิดว่า เราจักซักย้อมจีวร ไม่ควร. แต่ถ้าอาจารย์และอุปัชฌาย์ใช้ไปควรอยู่. วัดอยู่ในที่ไม่ไกลนัก เธอไปในวัดนั้นด้วยตั้งใจว่า เราจักกลับมาในวันนี้ทีเดียว แต่ไม่สามารถจะมาให้ทันได้ ควรอยู่. ย่อมไม่ได้เพื่อจะไป แม้เพื่อประโยชน์แก่อุเทสและปริปุจฉาเป็นต้น. แต่ย่อมได้เพื่อจะไปด้วยคิดว่า เราจักเยี่ยมอาจารย์ ถ้าว่าอาจารย์กล่าวกะเธอว่า คุณจงอย่าไปในวันนี้เลย ดังนี้ จะไม่กลับก็ควร. ย่อมไม่ได้เพื่อจะไปเยี่ยมสกุลอุปัฏฐาก หรือสกุลของญาติ.

               อรรถกถาธุระเป็นไปด้วยสัตตาหกรณียะ จบ.               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา มหาวรรค ภาค ๑ วัสสูปนายิกขันธกะ เรื่องทรงอนุญาตสัตตาหกรณียะ จบ.
อ่านอรรถกถา 4 / 1อ่านอรรถกถา 4 / 205อรรถกถา เล่มที่ 4 ข้อ 210อ่านอรรถกถา 4 / 214อ่านอรรถกถา 4 / 252
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=04&A=5502&Z=5970
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๓  มกราคม  พ.ศ.  ๒๕๕๖
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com