ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ ราชวรรค
มธุรสูตร เรื่องพระเจ้ามธุรราช

               อรรถกถามธุรสูตร               
               มธุรสูตรมีคำเริ่มต้นว่า ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ :-
               ในพระสูตรนั้น บทว่า มหากัจจานะ คือ บุตรของปุโรหิตแห่งพระเจ้าอุชเชนีก์ในกาลเป็นคฤหัสถ์ มีรูปงาม น่าดู นำมาซึ่งความเลื่อมใสและมีผิวดังทองคำ.
               บทว่า มธุรายํ คือ ในพระนครมีชื่ออย่างนั้น.
               บทว่า คุนฺธาวเน คือ ในพระราชอุทยาน ชื่อกัณหกคุนธาวัน.
               บทว่า อวนฺติปุตฺโต ได้แก่ เป็นบุตรของธิดาแห่งพระราชาในอวันติรัฐ.
               คำว่า วุฑฺโฒ เจว อรหา จ ความว่า ทั้งหนุ่ม ทั้งสมควร คือมิได้ยกย่องอย่างคนแก่ฉะนั้น. ส่วนพระเถระเป็นผู้เจริญด้วย เป็นพระอรหันต์ด้วย.
               คำว่า พฺราหฺมณา โภ กจฺจาน ความว่า ได้ยินว่า พระราชานั้น ถือลัทธิพราหมณ์ ฉะนั้นจึงกล่าวอย่างนั้น.
               ในคำเป็นต้นว่า พฺราหฺมณาว เสฏฺฐา วณฺณา ท่านแสดงว่า พราหมณ์เท่านั้นเป็นผู้ประเสริฐที่สุด ในฐานะที่ปรากฏแห่งชาติและโคตรเป็นต้น.
               บทว่า หีโน อญฺโญ วณฺโณ วรรณะอื่นต่ำ. ความว่า ท่านกล่าวว่าวรรณะสามนอกนี้เป็นวรรณะต่ำชั่ว.
               บทว่า สุกฺโก แปลว่า ขาว. บทว่า กณฺโห แปลว่า ดำ.
               บทว่า สุชฺฌนฺติ ความว่า บริสุทธิ์ในฐานะที่ปรากฏแห่งชาติและโคตรเป็นต้น.
               บทว่า พฺรหฺมุโน ปุตฺตา ได้แก่ บุตรของมหาพรหม.
               บทว่า โอรสา มุขโต ชาตา ความว่า อยู่ในอก ออกมาจากปาก ชื่อว่าโอรส เพราะอรรถว่ากระทำไว้ที่อกให้เจริญดีแล้ว.
               บทว่า พฺรหฺมชา แปลว่า บังเกิดจากพระพรหม.
               บทว่า พฺรหฺมนิมฺมิตา ได้แก่ พระพรหมนิรมิตแล้ว.
               บทว่า พฺรหฺมทายาทา คือ เป็นทายาทแห่งพระพรหม.
               บทว่า โฆโสเยว โข เอโส นั้น เพียงเป็นโวหาร.
               บทว่า อิชฺเณยฺย แปลว่า พึงสำเร็จ. หมายความว่า ปรารถนาทรัพย์เป็นต้น มีประมาณเท่าใด มโนรถของเขา ก็พึงเต็มด้วยทรัพย์เป็นต้น มีประมาณเพียงนั้น.
               บทว่า ขตฺติโยปิสฺส ตัดบทว่า ขตฺติโย อปิ อสฺส คือ เป็นผู้ลุกขึ้นก่อนสำหรับผู้ถึงความเป็นใหญ่. บทว่า น เตสํ เอตฺถ กิญฺจิ๑- ความว่า ในวรรณะ ๔ เหล่านี้ ข้าพเจ้าไม่เห็นจะต่างอะไรกัน.
____________________________
๑- บาลี นาหํ เอตฺถ กิญฺจิ

               บทว่า อาสเนน วา นิมนฺเตยฺยาม ความว่า พึงปัดอาสนะที่สำหรับนั่งแล้วเชิญว่า เชิญนั่งที่นี้.
               บทว่า อภินิมนฺเตยฺยาม วา ตํ ความว่า นำอาสนะนั้นมาแล้ว เชื้อเชิญ.
               ในการเชื้อเชิญนั้น อภิหาร (ความเคารพ) มี ๒ อย่าง คือทั้งทางวาจา ทั้งทางกาย. คือ เมื่อพูดว่า ท่านมีความต้องการด้วยจีวรเป็นต้นอย่างใด ก็ขอจงบอกมาเถิดในขณะที่ท่านต้องการแล้วๆ ดังนี้ ชื่อว่าเชื้อเชิญ เคารพทางวาจา. แต่เมื่อกำหนดเห็นความวิการแห่งจีวรเป็นต้น กล่าวว่า ท่านจงเอาผืนนี้ไปเถิด ถวายจีวรเหล่านั้น ชื่อว่าเคารพบูชาเชื้อเชิญทางกาย.
               ท่านกล่าวว่า อภินิมนฺเตยฺยาม วา ตํ ดังนี้ หมายเอาการเชื้อเชิญแม้ทั้งสองนั้น.
               บทว่า รกฺขาวรณคุตฺตึ ได้แก่ การคุ้มครอง กล่าวคือการรักษา และกล่าวคือการป้องกัน.
               ก็การรักษาที่เขาจัดตั้งบุคคลให้ถืออาวุธอยู่ ไม่ชื่อว่าการจัดแจงประกอบด้วยธรรม. ส่วนการจัดแจงห้ามมิให้คนหาฟืนและคนหาใบไม้เป็นต้น เข้าไปในเวลาที่ไม่ควร ห้ามพรานเนื้อเป็นต้นมิให้จับเนื้อหรือปลาภายในเขตวิหาร ก็ชื่อว่าการจัดแจงที่ประกอบด้วยธรรม.
               ท่านกล่าวว่า ธมฺมิกํ เพราะหมายเอาการห้ามอันนั้น.
               บทว่า เอวํ สนฺเต ความว่า เมื่อบรรพชิตทั้ง ๔ วรรณะเสมอกัน สักการะว่าเป็นนักบวช มีอยู่.
               คำที่เหลือในที่ทุกแห่งตื้นทั้งนั้นแล.

               จบอรรถกถามธุรสูตรที่ ๔               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ ราชวรรค มธุรสูตร เรื่องพระเจ้ามธุรราช จบ.
อ่านอรรถกถา 13 / 1อ่านอรรถกถา 13 / 452อรรถกถา เล่มที่ 13 ข้อ 464อ่านอรรถกถา 13 / 486อ่านอรรถกถา 13 / 734
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=13&A=7474&Z=7662
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๑๗  กันยายน  พ.ศ.  ๒๕๔๙
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com