ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ วิภังควรรค
โลมสกังคิยภัทเทกรัตตสูตร

               ๔. อรรถกถาโลมสกังคิยภัทเทกรัตตสูตร               
               โลมสกังคิยภัทเทกรัตตสูตร มีคำขึ้นต้นว่า ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ :-
               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โลมสกงฺคิโย คือ ได้ยินว่า โลมสกังคิยะนั้นเป็นชื่อพระอังคเถระ. ก็พระเถระนั้นปรากฏชื่อว่าโลมสกังคิยะ เพราะความที่กายมีอาการแห่งขน นิดหน่อย.
               บทว่า จนฺทโน เทวปุตฺโต ความว่า ได้ยินว่า ในกาลแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่ากัสสปะ อุบาสกชื่อว่าจันทนะ เป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์มาก บูชาพระรัตนะทั้งสาม ด้วยปัจจัยสี่ ตายไปเกิดในเทวโลก ถึงอันนับว่า จันทนเทพบุตรโดยชื่อที่มีในชาติก่อน.
               บทว่า ปณฺฑุกมฺพลสิลายํ ได้แก่ ณ กัมพลศิลาอาสน์สีแดง.
               ได้ยินว่า สีของกัมพลศิลาอาสน์สีแดงนั้น มีสีเหมือนกองดอกชบา เพราะฉะนั้น จึงเรียกว่าปัณฑุกัมพลศิลาอาสน์.
               ถามว่า ก็แล พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จประทับ ณ ปัณฑุกัมพลศิลาอาสน์นั้นในกาลใด.
               ตอบว่า ในปีที่เจ็ดจากการตรัสรู้ ทรงกระทำยมกปาฏิหาริย์ ในท่ามกลางแห่งบริษัทประมาณสิบสองโยชน์ ในวันเพ็ญเดือนอาสาฬหะ ใกล้กรุงสาวัตถี เสด็จลงประทับนั่ง ณ พุทธาสนะที่ปูไว้แล้วใกล้โคนต้นคัณฑามพะ ทรงถอนมหาชนออกจากทุกข์ใหญ่ ด้วยพระธรรมเทศนา เพราะธรรมดาพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ครั้นทรงทำปาฏิหาริย์แล้ว จะไม่ประทับอยู่ในถิ่นมนุษย์ เพราะฉะนั้น จึงทรงทำให้พ้นจากชนมาเฝ้า เสด็จไปจำพระพรรษา ณ ปัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ ใกล้ต้นปาริฉัตร ในภพดาวดึงส์ ประทับอยู่ในสมัยนั้น.
               บทว่า ตตฺร ภควา ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อประทับอยู่ ณ ภพดาวดึงส์นั้น อันเทวดาหมื่นจักรวาลโดยมาก มาประชุมแวดล้อมแล้ว ทรงแสดงพระอภิธรรมปิฏกแก่พระมารดาให้เป็นกายสักขี ได้ตรัสอุทเทสและวิภังค์ของบุคคลผู้มีราตรีหนึ่งเจริญตามลำดับ เพื่อทรงให้เกิดความสังเวชแก่ทวยเทพที่ไม่อาจเพื่อแทงตลอดซึ่งกถาที่กำหนดรูปและอรูป อันลึกซึ้งละเอียดประกอบด้วยไตรลักษณ์.
               ณ ที่นั้น เทวบุตรนี้ เมื่อจะเรียน ได้เรียนคาถาเหล่านี้พร้อมกับวิภังค์ แต่เพราะความที่เทวบุตรตั้งอยู่ในความประมาท ถูกอารมณ์อันเป็นทิพย์ทั้งหลายครอบงำ จึงลืมพระสูตรโดยลำดับ ทรงจำได้เพียงคาถาเท่านั้น. ด้วยเหตุนั้น เทวบุตรจึงกล่าวว่า ดูก่อนภิกษุ ข้าพเจ้าทรงจำคาถาราตรีเดียวเจริญอย่างนี้แล.
               ในบทว่า อุคฺคณฺห ตฺวํ เป็นต้น เป็นผู้นิ่ง นั่งฟัง ชื่อว่าเรียน. เมื่อกระทำการสาธยายด้วยวาจา ชื่อว่าเล่าเรียน. เมื่อบอกแก่บุคคลเหล่าอื่น ชื่อว่าทรงจำ.
               บทที่เหลือในสูตรนี้ง่ายทั้งนั้นแล.

               จบอรรถกถาโลมสกังคิยภัทเทกรัตตสูตรที่ ๔               
               ---------------------------------------------------               

.. อรรถกถา มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ วิภังควรรค โลมสกังคิยภัทเทกรัตตสูตร จบ.
อ่านอรรถกถา 14 / 1อ่านอรรถกถา 14 / 548อรรถกถา เล่มที่ 14 ข้อ 565อ่านอรรถกถา 14 / 579อ่านอรรถกถา 14 / 853
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=14&A=7494&Z=7622
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๑๙  กันยายน  พ.ศ.  ๒๕๔๙
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :