ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา สังยุตตนิกาย สคาถวรรค มารสังยุต ตติยวรรคที่ ๓
สัตตวัสสสูตรที่ ๔

               อรรถกถาสัตตวัสสสูตรที่ ๔               
               พึงทราบวินิจฉัยในสัตตวัสสสูตรที่ ๔ ต่อไปนี้ :-
               บทว่า สตฺต วสฺสานิ ได้แก่ ก่อนตรัสรู้ ๖ ปี หลังตรัสรู้ ๑ ปี.
               บทว่า โอตาราเปกฺโข ได้แก่ มารจ้องอยู่นานอย่างนี้ว่า ถ้าเราเห็นกายทวารเป็นต้น บางทวารของพระสมณโคดมไม่เหมาะสม เราก็จะท้วงเธอ ดังนี้.
               บทว่า อลภมาโน ได้แก่ ไม่เห็นความผิดพลาดแม้เพียงละอองธุลี. ด้วยเหตุนั้น พระคันถรจนาจารย์จึงกล่าวว่า มารผู้มีบาปติดตามพระผู้มีพระภาคเจ้า ทุกฝีก้าวอยู่ ๗ ปี ก็ไม่พบความผิดพลาดของพระสัมพุทธเจ้าผู้มีสิริ.
               บทว่า อุปสงฺกมิ ความว่า มารเข้าไปหาด้วยคิดว่า วันนี้ เราจักมาอภิวาทพระสมณโคดม.
               ด้วยบทว่า ฌายสิ มารกล่าวว่า ท่านนั่งซบเซาอยู่.
               บทว่า วิตฺตํ นุ ชินฺโน ความว่า ท่านเสื่อมเสียทรัพย์ไปร้อยหนึ่งหรือพันหนึ่ง.
               บทว่า อาคุนฺนุ คามสฺมึ ความว่า ได้กระทำกรรมชั่วไว้นับไม่ถ้วนภายในบ้าน ซึ่งท่านไม่อาจมองหน้าของคนอื่นๆ ได้แต่นั่งซบเซา เที่ยวอยู่แต่ในป่าหรือ.
               บทว่า สกฺขึ ได้แก่ ความเป็นมิตร.
               บทว่า ลิขาย แปลว่า ขุดแล้ว.
               บทว่า ภวโลภชปฺปํ ได้แก่ ตัณหา กล่าวคือความอยากได้ภพ.
               บทว่า อนาสโว ฌายามิ ความว่า เราไม่มีตัณหา เพ่งอยู่ด้วยฌานทั้งสอง พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกมารว่า ปมัตตพันธุ. จริงอยู่ มารนั้นเป็นพวกพ้องของคนบางพวกที่มัวเมาอยู่ในโลก.
               บทว่า สเจ มคฺคํ อนุพุทฺธํ ความว่า ผิว่า ท่านตรัสรู้ตามมรรคไซร้.
               บทว่า อเปหิ ได้แก่ จงไปเสีย.
               บทว่า อมจฺจุเธยฺยํ ได้แก่ พระนิพพานอันไม่เป็นโอกาสแห่งมัจจุราช.
               บทว่า ปารคามิโน ความว่า ทั้งคนที่ถึงฝั่งแล้ว ทั้งคนที่ประสงค์จะไปสู่ฝั่ง ก็ชื่อว่า ปารคามิโน.
               บทว่า วิสกายิกานิ ได้แก่ อันเป็นไปในส่วนลึกของมาร.
               บทว่า วิเสวิตานิ ได้แก่ อันบุคคลเสพผิด คือมีเหตุอันกลับกันเสีย เป็นต้นว่า เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า อายุของเหล่ามนุษย์น้อย วันและคืนย่อมล่วงไปๆ มารกลับกล่าวเสียว่า อายุของเหล่ามนุษย์ยืนยาว วันและคืนไม่ล่วงไปๆ.
               บทว่า วิปฺผนฺทิตานิ ได้แก่ แสดงเพศเป็นพระยาช้างและเพศพระยางูเป็นต้น ในกาลนั้น.
               บทว่า นิพฺเพชนียา ได้แก่ ควรเล่าเรียน.
               ในคำว่า อนุปริยคา เป็นต้น ท่านทำเป็นคำอดีต ก็จริง ถึงอย่างนั้นก็ควรทราบความ โดยกำหนดแน่นอน [ปัจจุบัน].
               ท่านอธิบายไว้ดังนี้ว่า กาเห็นก้อนหินสีเหมือนมันข้น จึงเข้าไปใกล้ก้อนหินนั้น ด้วยคิดว่า พวกเราพบของอ่อนเข้าแล้ว คงจะมีรสอร่อย. ครั้นแล้ว กานั้นก็ไม่ได้รสอร่อยที่ก้อนหินนั้น จึงหลีกจากที่นั้น คือต้องหลีกไปเสียจากก้อนหินนั้นฉันใด แม้พวกข้าพเจ้ากระทบพระโคดมแล้ว ก็เหมือนกานั้นกระทบก้อนหิน เมื่อไม่ได้ความยินดีหรือความชื่นชม ก็เบื่อหน่ายพระโคดม หลีกไปเสียฉันนั้น.
                อักษรในคำว่า อภาสิตฺวา นี้ เป็นเพียงนิบาต. ใจความว่า กล่าวแล้ว.
               ปาฐะว่า ภาสิตฺวา ก็มี.

               จบอรรถกถาสัตตวัสสสูตรที่ ๔               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา สังยุตตนิกาย สคาถวรรค มารสังยุต ตติยวรรคที่ ๓ สัตตวัสสสูตรที่ ๔ จบ.
อ่านอรรถกถา 15 / 1อ่านอรรถกถา 15 / 488อรรถกถา เล่มที่ 15 ข้อ 496อ่านอรรถกถา 15 / 505อ่านอรรถกถา 15 / 956
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=3952&Z=4009
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๘  กันยายน  พ.ศ.  ๒๕๔๙
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com