ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ภิกขุนีสังยุต
โคตมีสูตรที่ ๓

               อรรถกถาโคตมีสูตรที่ ๓               
               ในโคตมีสูตรที่ ๓ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-
               ก็คำว่า กิสาโคตมี เป็นชื่อของภิกษุณีนั้น เพราะเธอมีเนื้อและเลือดน้อย.
               ได้ยินว่า ครั้งก่อนทรัพย์ประมาณ ๘๐ โกฏิในเรือนตระกูลแห่งหนึ่ง ณ กรุงสาวัตถี กลายเป็นถ่านไปหมด. กุฏุมพีมิได้ขนถ่านไปทิ้ง คิดว่าจักมีผู้มีบุญไรๆ เป็นแน่ ด้วยบุญของผู้นั้นทรัพย์จักกลับเป็นปกติอีก จึงเอาทองและเงินใส่ถาดเต็มหลายถาดเอาไปวางไว้ที่ตลาดแล้วนั่งอยู่ใกล้ๆ.
               ลำดับนั้น ธิดาของตระกูลยากจนคนหนึ่งคิดว่า เราจักถือเอาทรัพย์ครึ่งมาสกแล้วนำกิ่งไม้มา เดินไปตามถนน เห็นทรัพย์นั้นจึงกล่าวกะกุฏุมพีว่า ทรัพย์ที่ตลาดมีถึงเพียงนี้ ที่เรือนจักมีเพียงไร.
               กุฏุมพีถามว่า แม่หนู เธอเห็นอะไรจึงได้พูดอย่างนี้.
               นางตอบว่า เห็นเงินและทองนี้.
               กุฏุมพีคิดว่า หญิงคนนี้ชะรอยจักเป็นผู้มีบุญ จึงถามถึงที่อยู่ของนาง เก็บงำสิ่งของไว้ที่ตลาดแล้วเข้าไปหามารดาบิดาของนาง กล่าวอย่างนี้ว่า ในเรือนของเรามีเด็กหนุ่มอยู่ ท่านจงให้เด็กหญิงคนนี้แก่เขาเถิด.
               มารดาบิดากล่าวว่า นายท่านจักหยอกล้อคนยากจนทำไม.
               กุฏุมพีกล่าวว่า ธรรมดาว่าความสนิทสนมโดยฐานมิตร ย่อมมีกับคนยากจน ท่านทั้งหลายจงให้เถิด นางจักได้เป็นเจ้าของทรัพย์ แล้วพานางนำมาครองเรือน.
               นางอยู่ร่วมกันจึงคลอดบุตรชาย. บุตรได้ตายในเวลาพอเดินได้. นางเกิดในตระกูลเข็ญใจ แม้ได้อยู่ในตระกูลใหญ่ ก็เกิดความเศร้าโศกอย่างหนักว่า เราถึงความพินาศเพราะบุตร ไม่เผาศพบุตร อุ้มซากบุตรนั้นเที่ยวพร่ำเพ้อไปทั่วนคร.
               วันหนึ่ง นางไปสำนักพระทศพลตามทางที่จะไปเฝ้าพระพุทธเจ้า กราบทูลว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ขอพระองค์โปรดประทานยาเพื่อให้ลูกหายจากโรค.
               พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า เจ้าจงเที่ยวไปยังกรุงสาวัตถี จงนำเมล็ดพันธุ์ผักกาดจากเรือนที่ไม่เคยมีคนตายมา นั้นจักเป็นยาของลูก.
               นางเข้าไปสู่นคร ไปขอเมล็ดพันธุ์ผักกาดโดยนัยที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสบอก ตั้งแต่เรือนหลังไกล ถูกชาวบ้านทุกๆ หลังเรือนกล่าวว่า เธอจักพบเรือนอย่างนี้แต่ที่ไหน เที่ยวไปสองสามหลังคาเรือน คิดว่า นัยว่าความตายนี้เป็นธรรมดาของคนทุกคน ไม่ว่าเราหรือลูก ดังนี้แล้ว จึงทิ้งศพไว้ที่ศาลาแล้วขอบรรพชา.
               พระศาสดาทรงส่งไปสำนักนางภิกษุณีด้วยพระดำรัสว่า จงให้หญิงนี้บวชเถิด. นางบรรลุพระอรหัตในขณะจรดปลายมีดโกนนั่นเอง. ท่านหมายเอาพระเถรีนี้จึงกล่าวว่า อถ โข กิสาโคตมี ดังนี้.
               บทว่า เอกมาสี ตัดเป็น เอกา อาสี.
               บทว่า รุทมฺมุขี ได้แก่ มีหน้าดังร้องไห้. อนฺต ศัพท์ ในบทว่า อจฺจนฺตํ หตปุตฺตมฺหิ เป็นอัจจันตะส่วนอดีต.
               บทว่า อจฺจนฺตํ นั้นเป็นภาวนปุงสกลิงค์. ท่านกล่าวอธิบายว่า การตายของบุตรเป็นที่สุด คือเป็นอดีตฉันใด บุตรที่ตายแล้วก็ฉันนั้น บัดนี้เราไม่มีลูกตายอีก.
               บทว่า ปุริสา เอตทนฺติกา ความว่า แม้คนเหล่านี้ก็มีความตายนี้เป็นที่สุดเหมือนกัน ที่สุดแห่งความตายของบุตรของเรานี้แหละ เป็นที่สุดแม้ของคนทั้งหลาย เราจึงไม่ควรแสวงหาบุตรที่ตายในบัดนี้.
               บทว่า สพฺพตฺถ วิหตา นนฺทิ ความว่า ความเพลิดเพลินด้วยอำนาจตัณหาในขันธ์ อายตนะ ธาตุ ภพ กำเนิด คติ ฐิติและนิวาสทั้งหมด เราขจัดได้แล้ว.
               บทว่า ตโมกฺขนฺโธ ได้แก่ กองอวิชชา.
               บทว่า ปทาลิโต ความว่า ทำลายแล้วด้วยญาณ.

               จบอรรถกถาโคตมีสูตรที่ ๓               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ภิกขุนีสังยุต โคตมีสูตรที่ ๓ จบ.
อ่านอรรถกถา 15 / 1อ่านอรรถกถา 15 / 525อรรถกถา เล่มที่ 15 ข้อ 528อ่านอรรถกถา 15 / 531อ่านอรรถกถา 15 / 956
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=4189&Z=4216
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๘  กันยายน  พ.ศ.  ๒๕๔๙
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :