ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา สังยุตตนิกาย สคาถวรรค วนสังยุต
กัสสปโคตตสูตรที่ ๓

               อรรถกถากัสสปโคตตสูตรที่ ๓               
               พึงทราบวินิจฉัยในกัสสปโคตตสูตรที่ ๓ ต่อไปนี้ :-
               บทว่า เฉตํ คือ พรานล่าเนื้อคนหนึ่ง.
               บทว่า โอวทิ ความว่า ได้ยินว่า พรานล่าเนื้อนั้นกินข้าวเช้าแล้วคิดว่า เราจักล่าเนื้อ จึงเข้าไปสู่ป่า เห็นละมั่งตัวหนึ่ง คิดว่า เราจักประหารมันด้วยหอก ติดตามไป หลีกไปไม่ไกลที่พระเถระนั่งในที่พักกลางวัน โดยนัยที่กล่าวแล้วในสูตรที่ ๑.
               ลำดับนั้น พระเถระจึงกล่าวกะเขาว่า อุบาสก ขึ้นชื่อว่าปาณาติบาตนี้ เป็นไปเพื่ออบาย เป็นไปด้วยเหตุให้มีอายุสั้น เขาอาจจะทำการเลี้ยงเมียด้วยการงานอย่างอื่นมีการกสิกรรมและพาณิชยกรรมเป็นต้นก็ได้ ท่านอย่าทำกรรมหยาบช้าอย่างนี้เลย.
               แม้เขาก็คิดว่า พระเถระผู้ถือผ้ามหาบังสุกุลพูด จึงเริ่มยืนฟังด้วยความเคารพ.
               ลำดับนั้น พระเถระนั้นคิดว่า เราจักยังความใคร่ฟังให้เกิดแก่เขา จึงยังนิ้วหัวแม่มือให้ลุกโพลงขึ้น. เขาเห็นแม้ด้วยตา ได้ยินแม้ด้วยหู แต่จิตใจของเขาแล่นไปตามรอยเท้าเนื้ออย่างนี้ว่า เนื้อจักไปสู่ที่โน้น ลงท่าโน้น เราจักไปฆ่ามันในที่นั้น กินเนื้อตามต้องการแล้ว จักหาบเนื้อที่เหลือไปฝากลูกๆ.
               บทว่า โอวทติ ดังนี้ ท่านกล่าวหมายถึงพระเถระผู้แสดงธรรมนั้นแก่พรานผู้ฟุ้งซ่านอย่างนี้.
               บทว่า อชฺฌภาสิ ความว่า พระเถระนี้ยังการงานทั้งของตน ทั้งของพรานนั้นให้พินาศ เหมือนอย่างคนถากของคนอื่นที่ไม่ใช่ไม้ฟืน เหมือนอย่างคนหว่านข้าวในที่ไม่ใช่นา คิดว่าเราจักเตือนเขา จึงกล่าว.
               บทว่า อปฺปปญฺญํ แปลว่า ไม่มีปัญญา.
               บทว่า อเจตสํ ได้แก่ ปราศจากความคิดที่สามารถรู้เหตุการณ์.
               บทว่า มนฺโทว แปลว่า เหมือนคนโง่เขลา.
               บทว่า สุณาติ ได้แก่ ฟังธรรมกถาของท่าน.
               บทว่า น วิชานาติ ได้แก่ ไม่รู้เนื้อความแห่งธรรมนั้น.
               บทว่า อาโลเกติ ได้แก่ ยังนิ้วหัวแม่มือที่ลุกโพลงอยู่ด้วยฤทธิ์ของปุถุชนของท่านให้สว่าง.
               บทว่า น ปสฺสติ ความว่า ย่อมไม่เห็นเหตุการณ์นี้ว่า ในที่นี้ไม่มีน้ำมัน ไม่มีไส้ ไม่มีตะเกียง แต่นิ้วหัวแม่มือนี้ลุกโพลงด้วยอานุภาพของพระเถระ.
               บทว่า ทส ปชฺโชเต คือ ประทีป ๑๐ ดวงในนิ้วมือ ๑๐ นิ้ว.
               บทว่า รูปานิ ได้แก่ รูปที่เป็นเหตุ.
               บทว่า จกขุ ํ คือ ปัญญาจักษุ.
               บทว่า สํเวคมาปาทิ ความว่า ท่านพระกัสสปโคตรคิดว่า จะมีประโยชน์อะไรแก่เรา กับพรานนี้ จึงประคองความเพียรดำเนินตามอรหัตมรรคที่เป็นธรรมวิเวก.

               จบอรรถกถากัสสปโคตตสูตรที่ ๓               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา สังยุตตนิกาย สคาถวรรค วนสังยุต กัสสปโคตตสูตรที่ ๓ จบ.
อ่านอรรถกถา 15 / 1อ่านอรรถกถา 15 / 763อรรถกถา เล่มที่ 15 ข้อ 766อ่านอรรถกถา 15 / 768อ่านอรรถกถา 15 / 956
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=6427&Z=6442
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๘  กันยายน  พ.ศ.  ๒๕๔๙
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :