ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา สังยุตตนิกาย สคาถวรรค สักกสังยุต ทุติยวรรคที่ ๒
ทฬิททสูตรที่ ๔

               อรรถกถาทฬิททสูตรที่ ๔               
               พึงทราบวินิจฉัยในทฬิททสูตรที่ ๔ ต่อไปนี้ :-
               บทว่า มนุสฺสทฬิทฺโท คือ คนขัดสน.
               บทว่า มนุสฺสกปโณ คือ ถึงความเป็นมนุษย์ควรกรุณา.
               บทว่า มนุสฺสวราโก คือ เป็นคนเลว.
               บทว่า ตตฺร แปลว่า ในที่นั้น หรือในความรุ่งเรืองนั้น.
               บทว่า อุชฺฌายนฺติ แปลว่า เพ่งโทษ ได้แก่คิดแต่ความลามก.
               บทว่า ขิยฺยนฺติ คือ ประกาศ.
               บทว่า วิปาเจนฺติ คือ พูดเปิดเผยในที่นั้นๆ.
               ในบทนี้ว่า เอโส โข มาริส มีอนุปุพพีกถาดังต่อไปนี้
               ได้ยินว่า เทวบุตรนั้น เมื่อพระพุทธเจ้ายังไม่ทรงอุบัติ ได้เป็นพระเจ้ากรุงพาราณสี ในแคว้นกาสี ทรงกระทำประทักษิณพระนครซึ่งยกธงชัยและธงแผ่นผ้าขึ้น ประดับด้วยเครื่องประดับพระนครอย่างดี ด้วยสิริสมบัติของพระองค์ อันฝูงชนจ้องมองเป็นตาเดียวกัน.
               ก็สมัยนั้น พระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่งมีอินทรีย์สงบ มีใจสงบ ถึงพร้อมด้วยการฝึกตนอย่างดี มาจากเขาคันธมาทน์ เที่ยวไปบิณฑบาตในเมืองนั้น.
               ฝ่ายมหาชนละความยำเกรงพระราชา มองดูพระปัจเจกพุทธเจ้าอย่างเดียว.
               พระราชาทรงดำริว่า เดี๋ยวนี้ ในหมู่ชนนี้แม้คนหนึ่งก็ไม่มองดูเรา นี่เรื่องอะไรกัน.
               เมื่อมองดูก็เห็นพระปัจเจกพุทธเจ้า.
               พระปัจเจกพุทธเจ้าแม้นั้นก็ชราอายุมาก แม้จีวรของท่านก็คร่ำคร่า เส้นด้ายห้อยย้อยจากที่นั้นๆ. พระราชาทอดพระเนตรเห็นพระปัจเจกพุทธเจ้าผู้บำเพ็ญบารมีมาตลอดสองอสงไขยยิ่งด้วยแสนกัป เพียงจิตเลื่อมใสหรือเพียงยกมือไหว้ ก็ไม่มี.
               พระราชานั้นทรงโกรธว่า ผู้นี้เห็นจะเป็นนักบวชไม่มองดูเราด้วยความริษยา ทรงดำริว่า นี่ใครห่มผ้าขี้เรื้อนแล้ว ทรงถ่มเขฬะเสด็จหลีกไป.
               ด้วยวิบากของกรรมนั้น พระราชาจึงไปเกิดในมหานรก ด้วยวิบากที่เหลือมาสู่มนุษย์โลก ถือปฏิสนธิในครรภ์ของหญิงที่ยากจนค้นแค้น ในกรุงราชคฤห์. ตั้งแต่เวลาที่ถือปฏิสนธิ หญิงนั้นไม่ได้อาหารเต็มท้องเพียงน้ำข้าว. เมื่อทารกนั้นอยู่ในห้อง หูและจมูกแหว่งวิ่น. เมื่อเด็กออกจากท้องมารดา เป็นโรคเรื้อน มีผมหงอกขาวโพลน. ชื่อว่ามารดาบิดาเป็นผู้ตกระกำลำบาก. ด้วยเหตุนั้น มารดาของทารกนั้นได้นำน้ำข้าวบ้าง น้ำบ้างให้แก่ทารกตลอดเวลาที่ไม่สามารถจะถือกระเบื้องเที่ยวไปได้
               ก็เมื่อถึงคราวที่ทารกนั้นสามารถเที่ยวขอทานได้ มารดาจึงมอบกระเบื้องให้ในมือ กล่าวว่าเจ้าจักรับผิดชอบตามกรรมของตน แล้วหลีกไป. ตั้งแต่นั้นมา เนื้อของทารกนั้นขาดไปจากตัวทั่วทั้งร่างกาย. น้ำเหลืองก็ไหล.ได้รับเวทนาหนัก. อาศัยตรอกนอนร้องโหยหวนตลอดคืน. ด้วยเสียงปริเทวนาน่าสงสารของเด็กนั้น พวกมนุษย์ในทุกถนนไม่ได้นอนตลอดคืน. ตั้งแต่นั้นมา เขาจึงมีชื่อว่า สุปปพุทธะ เพราะอรรถว่า ทำคนนอนสบายให้ตื่น.
               ครั้นสมัยต่อมา เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จถึงกรุงราชคฤห์ ชาวเมืองนิมนต์พระศาสดา สร้างมหามณฑปท่ามกลางพระนคร ได้พากันถวายทาน. แม้นายสุปปพุทธะเป็นโรคเรื้อนก็ได้ไปนั่ง ณ ที่ใกล้โรงทาน ชาวเมืองอังคาสพระสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุขด้วยของเคี้ยวของฉันอันประณีต ได้ให้ข้าวยาคูและภัตรแก่สุปปพุทธะบ้าง. เมื่อสุปปพุทธะบริโภคโภชนะอันประณีตแล้ว ก็มีจิตมีอารมณ์เป็นหนึ่ง. ในที่สุดภัตกิจ พระศาสดาทรงกระทำอนุโมทนาแล้ว ทรงแสดงสัจธรรม. นายสุปปพุทธะนั่งในที่ที่ตนนั่งนั้น เมื่อจบเทศนาส่งญาณไปตามกระแสของเทศนา ได้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล. พระศาสดาทรงลุกขึ้นเสด็จไปสู่พระวิหาร. แม้นายสุปปพุทธะนั้นก็สวมรองเท้ามีเชิงถือกระเบื้อง ยันไม้เท้าไปที่อยู่ของตน ถูกแม่โคขวิดตาย ไปบังเกิดในเทวโลกในวาระจิตที่สอง ดุจทำลายหม้อดินแล้วได้หม้อทองคำอาศัยบุญของตน จึงรุ่งเรืองล่วงเทวดาเหล่าอื่น. ท้าวสักกะจอมเทพเมื่อจะแสดงถึงเหตุนั้น จึงกล่าวคำมีอาทิว่า เอโส มาริส ดังนี้.
               บทว่า สทฺธา ได้แก่ ศรัทธาอันมาแล้วโดยมรรค.
               บทว่า สีลญฺจ ยสฺส กลฺยาณํ ได้แก่ กัลยาณศีลที่ท่านกล่าวว่า อริยกันตศีลของพระอริยสาวก.
               ในลำดับนั้น ศีลแม้ข้อหนึ่งของพระอริยสาวก ชื่อว่าไม่น่าใคร่ ย่อมไม่มี ก็จริง ถึงดังนั้น ในความนี้ ท่านประสงค์เอาเบญจศีลที่ไม่ละแม้ในภพต่างๆ.

               จบอรรถกถาทฬิททสูตรที่ ๔               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา สังยุตตนิกาย สคาถวรรค สักกสังยุต ทุติยวรรคที่ ๒ ทฬิททสูตรที่ ๔ จบ.
อ่านอรรถกถา 15 / 1อ่านอรรถกถา 15 / 912อรรถกถา เล่มที่ 15 ข้อ 916อ่านอรรถกถา 15 / 920อ่านอรรถกถา 15 / 956
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=7464&Z=7497
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๘  กันยายน  พ.ศ.  ๒๕๔๙
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :