ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒
จังกมสูตร

               อรรถกถาจังกมสูตรที่ ๕               
               พึงทราบวินิจฉัยในจังกมสูตรที่ ๕ ดังต่อไปนี้.
               บทว่า ปสฺสถ โน แปลว่า ท่านเห็นหรือไม่.
               บทว่า สพฺเพ โข เอเต ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตั้งพระสารีบุตรเถระไว้ในเอตทัคคะ ในบรรดาภิกษุผู้มีปัญญาว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุสาวกของเราผู้มีปัญญามาก คือพระสารีบุตร เป็นยอด.
               พวกภิกษุผู้มีปัญญามากย่อมห้อมล้อมพระเถระนั้น ด้วยคิดว่า เราจักถามปัญหาอันลึกซึ้งที่กำจัดไตรลักษณะได้แล้ว ในลำดับขันธ์ ธาตุ อายตนะ สติปัฏฐานและโพธิปักขิยธรรมด้วยประการฉะนี้. แม้พระเถระนั้นย่อมตอบปัญหาที่เขาถามแล้วและถามแล้วแก่พวกภิกษุเหล่านั้น เหมือนแผ่ซึ่งแผ่นดิน เหมือนยกทรายจากเชิงภูเขาสิเนรุ เหมือนทำลายภูเขาจักรวาล เหมือนยกภูเขาสิเนรุขึ้น เหมือนขยายอากาศให้กว้างขวางและเหมือนให้ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ขึ้นฉะนั้น. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า สพฺเพ โข เอเต ภิกฺขเว ภิกฺขู มหาปญฺญา ดังนี้.
               พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตั้งพระมหาโมคคัลลานะไว้ในเอตทัคคะ ในบรรดาภิกษุผู้มีฤทธิ์ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุสาวกของเราผู้มีฤทธิ์ คือโมคคัลลานะ เป็นยอด.
               พวกภิกษุผู้มีฤทธิ์ย่อมห้อมล้อมพระเถระนั้น ด้วยคิดว่า เราจักถามซึ่งบริกรรม อานิสงส์ อธิษฐาน การกระทำต่างๆ ด้วยประการฉะนี้. แม้พระเถระนั้นตอบปัญหาที่เขาถามแล้วและถามแล้วแก่ภิกษุเหล่านั้น โดยนัยที่กล่าวแล้วแล. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า สพฺเพ โข เอเต ภิกฺขเว ภิกฺขู มหิทฺธิกา ดังนี้.
               พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตั้งแม้พระมหากัสสปะไว้ในเอตทัคคะ ในบรรดาภิกษุผู้ธุตวาทะว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุสาวกของเราผู้เป็นธุตวาทะ คือมหากัสสปะ เป็นยอด.
               พวกภิกษุผู้ธุตวาทะย่อมห้อมล้อมพระเถระนั้น ด้วยคิดว่า เราจักถามซึ่งการบริหารธุดงค์ อานิสงส์ การสมาทาน การอธิษฐาน ความต่างกันด้วยประการฉะนี้. แม้พระเถระนั้นได้ตอบปัญหาที่เขาถามแล้วและถามแล้ว ให้แจ่มแจ้งอย่างนั้นเหมือนกันแก่ภิกษุเหล่านั้น. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า สพฺเพ โข เอเต ภิกฺขเว ภิกฺขู ธุตวาทา ดังนี้.
               พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตั้งแม้พระอนุรุทธเถระไว้ในเอตทัคคะ ในบรรดาภิกษุผู้มีทิพยจักษุว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้สาวกของเราผู้มีทิพยจักษุ คืออนุรุทธะ เป็นยอด.
               พวกภิกษุผู้มีทิพยจักษุย่อมห้อมล้อมพระเถระนั้น คืออนุรุทธะ เป็นยอด. พวกภิกษุผู้มีทิพยจักษุย่อมห้อมล้อมพระเถระนั้น ด้วยคิดว่า เราจักถามซึ่งบริกรรม อานิสงส์ อุปกิเลสของภิกษุผู้มีทิพยจักษุด้วยประการฉะนี้. แม้พระเถระนั้นย่อมตอบปัญหาที่เขาถามแล้วและถามแล้วอย่างนั้นเหมือนกันแก่ภิกษุเหล่านั้น. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า สพฺเพ โข เอเต ภิกฺขเว ภิกฺขู ทิพฺจกฺขุกา ดังนี้.
               พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตั้งแม้พระปุณณเถระไว้ในเอตทัคคะ ในบรรดาภิกษุผู้เป็นพระธรรมกถึกว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุสาวกของเราผู้ธรรมกถึก คือปุณณมันตานีบุตร เป็นยอด.
               พวกภิกษุผู้ธรรมกถึกย่อมห้อมล้อมพระเถระนั้น ด้วยคิดว่า เราจักถามอารมณ์นั้นๆ ในความย่อพิสดาร ยากง่ายและถ้อยคำไพเราะเป็นต้นแห่งธรรมกถาด้วยประการฉะนี้ แม้พระเถระนั้นย่อมบอกนัยธรรมกถานั้นอย่างนี้แก่ภิกษุเหล่านั้นว่า ผู้มีอายุ ธรรมดาพระธรรมกถึกควรเริ่มต้นการพรรณนาคุณบริษัท ในท่ามกลางควรประกาศสุญญตธรรม ที่สุดควรถือเอายอดด้วยอำนาจสัจจะ ๔ เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า สพฺเพ โข เอเต ภิกฺขเว ภิกฺขู ธมฺมกถิกา ดังนี้.
               พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตั้งแม้พระอุบาลีเถระไว้ในเอตทัคคะ ในบรรดาภิกษุผู้ทรงวินัยว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุสาวกของเราผู้ทรงวินัย คืออุบาลี เป็นยอด.
               พวกภิกษุผู้ทรงวินัยย่อมห้อมล้อมพระเถระนั้น ด้วยคิดว่า เราจักถามอาบัติหนัก อาบัติเบา อาบัติแก้ไขได้ แก้ไขไม่ได้ อาบัติและอนาบัติด้วยประการฉะนี้. แม้พระเถระนั้นย่อมตอบปัญหาที่เขาถามแล้วและถามแล้วแก่ภิกษุเหล่านั้นอย่างนั้นเหมือนกัน. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า สพฺเพ โข เอเต ภิกฺขเว ภิกฺขู วินยธรา ดังนี้.
               พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตั้งแม้พระอานนทเถระไว้ในเอตทัคคะ ในบรรดาภิกษุผู้พหูสูตรว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุสาวกของเราผู้พหูสูต คืออานนท์ เป็นยอด.
               พวกภิกษุพหูสูตย่อมห้อมล้อมพระเถระนั้นด้วยคิดว่า เราจักถามความรู้ในพยัญชนะ ๑๐ อย่าง เหตุเกิด อนุสนธิ เบื้องต้นและเบื้องปลายด้วยประการฉะนี้. แม้พระเถระนั้นก็บอกเรื่องทั้งปวงแก่ภิกษุเหล่านั้นว่า นี้ควรว่าอย่างนี้ นี้ควรถือเอาอย่างนี้. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า สพฺเพ โข เอเต ภิกฺขเว ภิกฺขุ พหุสฺสุตา ดังนี้.
               ส่วนเทวทัตปรารถนาลามกถูกความอยากครอบงำ เพราะเหตุนั้น พวกภิกษุผู้ปรารถนาลามกห้อมล้อมเทวทัตนั้น ด้วยคิดว่า เราจักถามการปกครอง เพื่อการสงเคราะห์ตระกูล ความหลอกลวงมีประการต่างๆ กัน. แม้เทวทัตนั้นก็บอกการกำหนดนั้นแก่ภิกษุเหล่านั้น. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า สพฺเพ โข เอเต ภิกฺขเว ภิกฺขู ปาปิจฺฉา ดังนี้.
               ถามว่า ก็เพราะเหตุไร ภิกษุเหล่านั้นจงกรมแล้วในที่ไม่ไกล.
               ตอบว่า เพื่อถือการอารักขาว่า เทวทัตคิดร้ายในพระศาสดา พยายามจะทำความฉิบหายมิใช่ประโยชน์.
               ถามว่า ครั้งนั้น เทวทัตจงกรมแล้ว เพราะเหตุไร.
               ตอบว่า เพื่อปกปิดโทษอันตนกระทำแล้ว เป็นเหตุให้ผู้อื่นรู้ว่า ผู้นี้ไม่ทำ ถ้าทำเขาก็ไม่มา ณ ที่นี้.
               ถามว่า ก็เทวทัตเป็นผู้สามารถเพื่อจะทำความเสียหายต่อพระผู้มีพระภาคเจ้าได้หรือ หน้าที่ต้องอารักขาพระผู้มีพระภาคเจ้า มีอยู่หรือ.
               ตอบว่า ไม่มี.
               เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า อานนท์ ข้อที่ตถาคตพึงปรินิพพานด้วยความพยายามของผู้อื่น นั่นไม่ใช่ฐานะ ไม่ใช่โอกาสจะมีได้.
               ส่วนภิกษุทั้งหลายมาแล้วด้วยความเคารพในพระศาสดา. เพราะเหตุนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอย่างนี้แล้ว จึงรับสั่งให้ปล่อยภิกษุเหล่านั้นไป ด้วยพระดำรัสว่า อานนท์ เธอจงปล่อยภิกษุสงฆ์เถิด ดังนี้.

               จบอรรถกถาจังกมสูตรที่ ๕               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ จังกมสูตร จบ.
อ่านอรรถกถา 16 / 1อ่านอรรถกถา 16 / 364อรรถกถา เล่มที่ 16 ข้อ 365อ่านอรรถกถา 16 / 368อ่านอรรถกถา 16 / 725
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=16&A=4087&Z=4138
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๙  กันยายน  พ.ศ.  ๒๕๔๙
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :