ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา สังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์
ภิกขุนูปัสสยสูตร

               อรรถกถาภิกขุนูปัสสยสูตรที่ ๑๐               
               พึงทราบวินิจฉัยในภิกขุนูปัสสยสูตรที่ ๑๐ ดังต่อไปนี้.
               บทว่า อายาม ภนฺเต ความว่า ถามว่า ท่านพระอานนท์ย่อมวิงวอนการไปสู่ที่พักภิกษุณี เพราะเหตุไร.
               ตอบว่า ไม่ใช่เพราะเหตุลาภและสักการะ. ย่อมวิงวอนว่า ก็ในที่พักภิกษุณีนี้ พวกภิกษุณีที่ต้องการกัมมัฏฐานมีอยู่. ก็เราจักยังภิกษุณีเหล่านั้นให้เกิดความขวนขวายแล้ว พึงให้บอกกัมมัฏฐาน ดังนี้.
               ถามว่า พระเถระนั้น ตนเองก็ทรงพระไตรปิฏกเป็นพหูสูตมิใช่หรือ ไม่สามารถจะบอกเองหรือ.
               ตอบว่า ไม่สามารถ ก็หามิได้. แต่ย่อมวิงวอนว่า พวกภิกษุณีจักสำคัญธรรมของพระสาวกผู้มีส่วนเปรียบด้วยพระพุทธเจ้าอันตนพึงเชื่ออย่างไร.
               บทว่า พหุกิจฺโจ ตฺวํ พหุกรณีโย ถามว่า พระเถระเป็นผู้ขวนขวายในนวกรรมเป็นต้นหรือ จึงกล่าวอย่างนี้กะพระอานนท์.
               ก็เมื่อพระศาสดาของเราปรินิพพานแล้ว บริษัท ๔ เข้าไปหาพระอานนทเถระ ร้องไห้อยู่ว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ บัดนี้ท่านรับบาตรและจีวรของใครเที่ยวไปเล่า ท่านกวาดบริเวณของใคร ท่านถวายน้ำล้างหน้าแก่ใคร.
               พระเถระปลอบบริษัทว่า สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง พระยามัจจุราชไม่ละอาย ประหารแล้วแม้ในพุทธสรีระ นั่นเป็นธรรมดาของสังขารทั้งหลาย ท่านทั้งหลายอย่าเศร้าโศก อย่าคร่ำครวญ ดังนี้.
               นี้เป็นกิจมากของท่าน. พระเถระหมายถึงข้อนั้น จึงกล่าวอย่างนี้.
               บทว่า สนฺทสฺเสสิ ได้แก่ แสดงคุณแห่งการปฏิบัติ.
               บทว่า สมาทเปสิ แปลว่า ให้ถือเอา.
               บทว่า สมุตฺเตเชสิ แปลว่า ให้อาจหาญ.
               บทว่า สมฺปหํเสสิ ได้แก่ ให้ยินดีรุ่งเรืองด้วยคุณที่ได้แล้ว.
               บทว่า ถุลฺลติสฺสา ความว่า ชื่อว่าติสสา เพราะมีสรีระอ้วน.
               บทว่า เวเทหมุนิโน คือ บัณฑิตมุนี.
               ก็บัณฑิตย่อมนำไป คือทำกิจทั้งปวงด้วยความรู้ กล่าวคือญาณ. เพราะฉะนั้น จึงเรียกว่าเวเทหมุณี. ชื่อว่าเวเทหมุนี เพราะอรรถว่ามุนีนั้นด้วย เป็นผู้มีความรู้ด้วย.
               บทว่า ธมฺมํ ภาสิตพฺพํ มญฺญติ ความว่า พระมหากัสสปตนเองอยู่ป่า ทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตร จึงสำคัญธรรมที่ตนควรกล่าวว่า เราเป็นธรรมกถึก ดังนี้ ในที่ต่อหน้าของพระอานนท์ผู้ทรงปิฏก เป็นคลังพระธรรม. พูดดูหมิ่นว่า ก็นี้ได้แก่อะไร ก็นี้เป็นอย่างไร.
               บทว่า อสฺโสสิ ความว่า ได้ฟังแล้ว ด้วยสามารถแห่งคำที่บุคคลอื่นมาบอก.
               บทว่า อาคเมหิ ตฺวํ อาวุโส ได้แก่ ท่านผู้มีอายุจงหยุดก่อน.
               บทว่า มา เต สงฺโฆ อุตฺตรึ อุปปริกฺขิ ความว่า ภิกษุสงฆ์อย่าเข้าไปสอดเห็นข้อนั้นให้เกินไปในโอกาส. มีอธิบายว่า สงฆ์อย่าสำคัญข้อนั้นอย่างนี้ว่า พระอานนท์ไม่ห้ามสาวก ผู้มีส่วนเปรียบด้วยพระพุทธเจ้า ห้ามแต่ภิกษุฝ่ายเดียว. ความคุ้นเคยหรือความเยื่อใยของสาวกกับภิกษุณีนั้นจักมีได้ ดังนี้.
               บัดนี้ พระมหากัสสป เมื่อแสดงตนว่ามีส่วนเปรียบด้วยพระพุทธเจ้า จึงกล่าวคำเป็นต้นว่า ตํ กึ มญฺญสิ อาวุโส ดังนี้.
               บทว่า สตฺตรตนํ คือ ประมาณ ๗ ศอก.
               บทว่า นาคํ คือ ช้าง.
               บทว่า อฑฺฒฏฺฐมรตนํ วา ได้แก่ ๘ ศอกครึ่ง. อธิบายว่า ตั้งแต่เท้าหน้าจนถึงกระพองสูง ๗ ศอกคืบ.
               บทว่า ตาลปตฺติกาย คือ ด้วยใบตาลอ่อน.
               บทว่า จวิตฺถ ความว่า ถุลลติสสาภิกษุณีเคลื่อนแล้ว (จากเพศพรหมจรรย์) คือยังไม่ตาย หรือฉิบหายแล้ว.
               ก็เมื่อพระมหากัสสปเถระบันลือสีหนาทด้วยอภิญญา ๖ อยู่ ผ้าย้อมน้ำฝาดของภิกษุณีนั้น เริ่มระคายที่ร่างกายเหมือนเรียวหนาม เพราะกล่าวร้ายสาวกผู้มีส่วนเปรียบด้วยพระพุทธเจ้า. ความพอใจเกิดขึ้น ในขณะเปลื้องผ้าเหล่านั้นออกนุ่งผ้าขาว ดังนี้.

               จบอรรถกถาภิกขุนูปัสสยสูตรที่ ๑๐               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา สังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ ภิกขุนูปัสสยสูตร จบ.
อ่านอรรถกถา 16 / 1อ่านอรรถกถา 16 / 497อรรถกถา เล่มที่ 16 ข้อ 512อ่านอรรถกถา 16 / 518อ่านอรรถกถา 16 / 725
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=16&A=5660&Z=5720
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๙  กันยายน  พ.ศ.  ๒๕๔๙
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :