ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค สารีปุตตสังยุต
๑๐. สูจิมุขีสูตร ว่าด้วยความแตกต่างการเลี้ยงชีวิตของสมณพราหมณ์

               อรรถกถาสูจิมุขีสูตรที่ ๑๐               
               พึงทราบวินิจฉัยในสูตรที่ ๑๐ ดังต่อไปนี้ :-
               บทว่า สูจิมุขี คือ นางปริพาชิกาผู้มีชื่ออย่างนี้
               บทว่า อุปสงฺกมิ ความว่า นางปริพาชิกานั้น เห็นพระเถระมีรูปสวย น่าดู มีผิวพรรณงดงามดังทองคำ ชวนให้เกิดความเลื่อมใสตลอดเวลา จึงเข้าไปหาด้วยคิดว่า เราจักทำการร่าเริงกับพระเถระนี้.
               คราทีนั้นเมื่อพระเถระปฏิเสธคำพูดนั้น นางจึงสำคัญอยู่ว่า บัดนี้ เราจักโต้วาทะกับพระเถระนั้น จึงกล่าวว่า สมณะ ถ้าอย่างนั้น ท่านก็แหงนหน้าฉัน (แหงนหน้าหากิน) ละซี?
               บทว่า ทิสามุโข ได้แก่ หันหน้าสู่ทิศทั้ง ๔. อธิบายว่า มองดูทั้ง ๔ ทิศ (ทิศใดทิศหนึ่ง).
               บทว่า วิทิสามุโข ได้แก่ มองดูทิศเฉียงทั้ง ๔ ทิศ.
               บทว่า วตฺถุวิชฺชาติรจฺฉานวิชฺชาย ได้แก่ ดิรัจฉานวิชา กล่าวคือวิชาตรวจดูพื้นที่. อุบายเครื่องรู้ถึงเหตุที่ทำให้พื้นที่ทั้งหลายมีพื้นที่ปลูก น้ำเต้า ฟักเขียวและมันเป็นต้น สมบูรณ์พูนผล ชื่อว่าวิชาดูพื้นที่.
               บทว่า มิจฺฉาชีเวน ชีวิกํ กปฺเปนฺติ ความว่า เลี้ยงชีวิตด้วยมิจฉาชีพ กล่าวคือดิรัจฉานวิชา ได้แก่ วิชาตรวจดูพื้นที่นั้นนั่นแล. อธิบายว่า บริโภคปัจจัยที่เหล่าชนผู้เลื่อมใส เพราะความสมบูรณ์พูนผลแห่งพื้นที่เหล่านั้นอยู่.
               บทว่า อโธมุขา ความว่า ชื่อว่าก้มหน้าบริโภค (ก้มหน้าหากิน) ด้วยอำนาจตรวจดูพื้นที่แล้วบริโภค.
               อีกอย่างหนึ่ง ในบทเหล่านี้ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-
               บทว่า นกฺขตฺตวิชา ได้แก่ วิชาที่เป็นเหตุให้รู้อย่างนี้ว่า วันนี้ ฤกษ์นี้ ควรไปด้วยฤกษ์นี้ ไม่ควรไปด้วยฤกษ์นี้ ควรทำสิ่งนี้สิ่งนี้ ด้วยฤกษ์นี้.
               บทว่า ทูเตยฺยํ ได้แก่ งานของทูต คือ การรับเอาสาส์นของคนเหล่านั้นๆ ไปในที่นั้นๆ.
               บทว่า ปหิณคมนํ ได้แก่ การเข้าไปยังตระกูลหนึ่ง ด้วยสาส์นของอีกตระกูลหนึ่ง ในหมู่บ้านเดียวกันนั่นแล.
               บทว่า องฺควิชฺชา ได้แก่ วิชชาเป็นเหตุให้รู้องคสมบัติ (ลักษณะอวัยวะที่ดี) ตามอิตถีลักษณะและปุริสลักษณะ แล้วทราบอย่างนี้ว่า บุคคลจะได้สิ่งนี้ ด้วยองคสมบัติอย่างนั้น.
               บทว่า วิทิสามุขา ความว่า เพราะว่า วิชาตรวจดูอวัยวะ ชื่อว่าเป็นไปในทิศเฉียงทั้งหลาย เพราะปรารภส่วนของสรีระนั้นๆ เป็นไป (การตรวจดูลักษณะต่างๆ ต้องหันหน้าไปทั่วทุกทิศ) เพราะเหตุนั้น บุคคลทั้งหลายผู้หากินเลี้ยงชีวิตด้วยวิชานั้น จึงชื่อว่าหันหน้าสู่ทิศเฉียงทั้งหลายบริโภค (ส่ายหน้าหากิน).
               บทว่า เอวมาโรเจสิ ความว่า นางปริพาชิกา เมื่อกล่าวคำเป็นต้นว่า ธมฺมิกํ สมณ ชื่อว่ากล่าว (สรรเสริญ) คุณของพระศาสนาว่าเป็นนิยยานิกธรรม.
               ก็มนุษย์ทั้งหลายได้ฟังกถานั้นแล้วพากันเลื่อมใสพระศาสนาประมาณ ๕๐๐ ตระกูลแล.

               จบอรรถกถาสูจิมุขีสูตรที่ ๑๐               
               จบอรรถกถาสารีปุตตสังยุต               
               -----------------------------------------------------               

               รวมพระสูตรที่มีในสังยุตนี้ คือ
                         ๑. วิเวกสูตร
                         ๒. อวิตักกสูตร
                         ๓. ปีติสูตร
                         ๔. อุเปกขาสูตร
                         ๕. อากาสสูตร
                         ๖. วิญญาณสูตร
                         ๗. อากิญจัญญายตนสูตร
                         ๘. เนวสัญญานาสัญญายตนสูตร
                         ๙. นิโรธสูตร
                         ๑๐. สูจิมุขีสูตร
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค สารีปุตตสังยุต ๑๐. สูจิมุขีสูตร ว่าด้วยความแตกต่างการเลี้ยงชีวิตของสมณพราหมณ์ จบ.
อ่านอรรถกถา 17 / 1อ่านอรรถกถา 17 / 516อรรถกถา เล่มที่ 17 ข้อ 517อ่านอรรถกถา 17 / 518อ่านอรรถกถา 17 / 594
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=17&A=6079&Z=6123
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๓๐  กันยายน  พ.ศ.  ๒๕๔๙
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com