ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉฬวรรคที่ ๕
๑๐. อุทกสูตร

               อรรถกถาอุททกสูตรที่ ๑๐               
               ในอุททกสูตรที่ ๑๐ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
               ศัพท์ว่า สุทํ ในบทว่า อุทโก สุทํ นี้ เป็นเพียงนิบาต.
               บทว่า อุทโก เป็นชื่อของสูตรนั้น.
               บทว่า อิทํ ในบทว่า อิทํ ชาตุ เวทคู นี้เป็นเพียงนิบาต.
               อีกอย่างหนึ่ง เมื่อทรงแสดงว่า ท่านจงฟังคำของเรานี้ จึงได้ตรัสอย่างนั้น.
               บทว่า ชาตุ เวทคู ความว่า เราจบเวทโดยส่วนเดียว. อธิบายว่า ไปในเวไนยสัตว์ด้วยญาณกล่าวคือเวท หรือถึงคือบรรลุเวท เป็นบัณฑิต.
               ด้วยบทว่า ปพฺพชิ ตรัสว่า เรารู้ ครอบงำวัฏฏะทั้งปวง แล้วชนะโดยส่วนเดียว.
               บทว่า อปลิขตํ คณฺฑมูลํ ได้แก่ รากทุกข์ยังไม่ได้ขุด.
               ด้วยบทว่า ปริขณึ ทรงแสดงว่า เราขุดรากทุกข์ที่ขุดแล้ว ตั้งอยู่.
               บทว่า มาตาเปตฺติกสมฺภวสฺส ได้แก่ เกิดด้วยเลือดสุกกะ (ขาว) ซึ่งแบ่งจากมารดาและบิดา คือของมารดาบิดา.
               บทว่า โอทนกุมฺมาสูปจยสฺส ได้แก่ ก่อสร้างด้วยข้าวสุกและขนมสด.
               ในบทว่า นิจฺจุจฺฉาทนปริมทฺทนเภทนวิทฺธํสนธมฺมสฺส นี้ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
               กายนี้ ชื่อว่ามีความไม่เที่ยงเป็นธรรมดา เพราะมีแล้วกลับไม่มี ชื่อว่าอบเป็นธรรมดา เพราะลูบไล้ด้วยของหอม เพื่อประโยชน์แก่การกำจัดกลิ่นเหม็น, ชื่อว่ามีการอาบนวดเป็นธรรมดา เพราะใช้น้ำและนวด เพื่อประโยชน์จะบรรเทาความเจ็บปวดอวัยวะน้อยใหญ่.
               อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่ามีการประคมประหงมเป็นธรรมดา โดยหยอดยาตาการดัดเป็นต้น เพื่อความสมบูรณ์แก่ทรวดทรงแห่งอวัยวะนั้นๆ ที่ทรวดทรงไม่ดี เพราะอยู่ในครรภ์ คลอดแล้วก็ให้อยู่ที่ระหว่างขาเวลาเป็นทารก.
               กาย แม้เขาบริหารอย่างนี้ ก็แตกกายกระจัดกระจายเป็นธรรมดา เพราะเหตุนั้นกายจึงต้องแตกและเรี่ยรายไป. อธิบายว่า มีสภาวะเป็นอย่างนั้น.
               ในพระสูตรนั้น ตรัสถึงความเจริญด้วยบทว่า กาย เกิดแต่มารดาบิดา การเติบโตด้วยข้าวสุกและขนมสด และการประคบประหงม. ตรัสถึงความเสื่อมด้วยบทว่าไม่เที่ยง แตกและการกระจัดกระจาย.
               อีกอย่างหนึ่ง ตรัสการเกิดขึ้นด้วยบทก่อนๆ และการดับไปด้วยบทหลังๆ. ทรงแสดงความต่างแห่งการเจริญ การเสื่อมและการบังเกิดแห่งกาย ซึ่งประชุมด้วยมหาภูตรูป ๔ ด้วยประการฉะนี้.
               คำที่เหลือมีอรรถง่ายทั้งนั้นแล.

               จบอรรถกถาอุททกสูตรที่ ๑๐               
               จบฉฬวรรคที่ ๕               
               -----------------------------------------------------               

               รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
                         ๑. สังคัยหสูตรที่ ๑
                         ๒. สังคัยหสูตรที่ ๒
                         ๓. ปริหานสูตร [ปริหานธรรมสูตรที่ ๓]
                         ๔ ปมาทวิหารีสูตร
                         ๕. สังวรสูตร
                         ๖. สมาธิสูตร
                         ๗. ปฏิสัลลีนสูตร
                         ๘. นตุมหากสูตรที่ ๑
                         ๙. นตุมหากสูตรที่ ๒
                         ๑๐. อุทกสูตร
               -----------------------------------------------------               

               รวมวรรคที่มีในทุติยปัณณาสก์ คือ
                         ๑. อวิชชาวรรค
                         ๒. มิคชาลวรรค
                         ๓. คิลานวรรค
                         ๔. ฉันนวรรค
                         ๕. ฉฬวรรค
               จบทุติยปัณณาสก์               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉฬวรรคที่ ๕ ๑๐. อุทกสูตร จบ.
อ่านอรรถกถา 18 / 1อ่านอรรถกถา 18 / 150อรรถกถา เล่มที่ 18 ข้อ 151อ่านอรรถกถา 18 / 152อ่านอรรถกถา 18 / 803
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=18&A=2125&Z=2167
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๔  ธันวาคม  พ.ศ.  ๒๕๔๙
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :