ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์
๑๓. ปาฏลิยสูตร

               อรรถกถาปาฏลิยสูตรที่ ๑๓               
               ในปาฏลิยสูตรที่ ๑๓ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
               บทว่า ทูเตยฺยานิ แปลว่า งานทูตเป็นหนังสือก็มี เป็นข่าวสาส์นจากปากก็มี.
               เพราะเหตุไร พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงปรารภคำนี้ว่า ปาณาติปาตญฺจาหํ ดังนี้.
               ทรงปรารภเพื่อแสดงความเป็นพระสัพพัญญูว่า เรามิได้รู้มายาอย่างเดียว แม้เรื่องอื่นๆ เราก็รู้อย่างนี้ๆ. ทรงปรารภคำนี้ว่า สนฺติ หิ คามณิ เอเก สมณพฺราหฺมณา ดังนี้ เพื่อทรงแสดงลัทธิของสมณพราหมณ์ที่เหลือแล้วให้ละลัทธินั้นเสีย.
               บทว่า มาลี กุณฺฑลี ความว่า ประดับดอกไม้ด้วยพวงดอกไม้ ใส่ตุ้มหูด้วยตุ้มหูทั้งหลาย.
               บทว่า อิตฺถีกาเมหิ ความว่า ความใคร่กับหญิงทั้งหลาย ชื่ออิตถีกาม (ให้บำเรอตน) ด้วยอิตถีกามเหล่านั้น.
               บทว่า อาวสถาคารํ ได้แก่ ห้องนอนที่ทำไว้ในที่แห่งหนึ่งของเรือนตระกูล เพื่ออยู่สบายสำหรับคนเดียวเท่านั้น.
               บทว่า เตนาหํ ยถาสตฺติ ยถาพลํ สมฺภชามิ ความว่า ข้าพระองค์จะแจกจ่ายห้องนอนนั้น โดยสมควรแก่สติและโดยสมควรแก่กำลัง.
               บทว่า อลํ แปลว่า ควร. บทว่า กงฺขนิเย ฐาเน ได้แก่ ในเหตุที่น่าสงสัย.
               ด้วยบทว่า จิตฺตสมาธึ ทรงแสดงว่า ถ้าท่านตั้งอยู่ในธรรมสมาธินั้นแล้ว พึงกลับได้จิตตสมาธิ ด้วยอำนาจมรรค ๔ พร้อมกับวิปัสสนา
               บทว่า อปณฺณกตาย มยฺหํ ความว่า ปฏิปทานี้ย่อมเป็นไปอย่างนี้ เพราะเราเป็นผู้ปฏิบัติไม่ผิด คือไม่มีความผิด.
               บทว่า กฏคฺคาโห แปลว่า ถือเอาชัยชนะ.
               บทว่า ธมฺมสมาธิ ในคำว่า อยํโข คามณิ ธมฺมสมาธิ ตตฺร เจ ตฺวํ จิตฺตสมาธึ ปฏิลเภยฺยาสิ นี้ ได้แก่ กุศลกรรมบถ ๑๐.
               บทว่า จิตฺตสมาธิ ได้แก่ มรรค ๔ พร้อมด้วยวิปัสสนา.
               อีกอย่างหนึ่ง บทว่า ปามุชฺชํ ชายติ ความว่า ธรรม ๕ กล่าวคือความปราโมทย์ ปีติ ปัสสัทธิ สุขและสมาธิ ที่ท่านกล่าวอย่างนี้ว่า เมื่อปราโมทย์แล้วย่อมเกิดปีติ ดังนี้ ชื่อธรรมสมาธิ.
               ส่วนมรรค ๔ พร้อมด้วยวิปัสสนา ชื่อ จิตตสมาธิ.
               อีกอย่างหนึ่ง กุศลกรรมบถ ๑๐ ชื่อจิตตสมาธิ. ข้อว่า พรหมวิหาร ๔ นี้ชื่อธรรมสมาธิ ความที่จิตแน่วแน่ซึ่งเกิดขึ้นแก่ผู้บำเพ็ญธรรมสมาธินั้น ชื่อจิตตสมาธิ.
               บทว่า เอวํ ตฺวํ อิมํ กงฺขาธมฺมํ ปชเหยฺยาสิ ความว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ ถ้าท่านตั้งอยู่ในธรรมสมาธิมีประเภทดังกล่าวแล้วนี้ พึงกลับได้จิตตสมาธิอย่างนี้ พึงละความสงสัยนี้ได้โดยส่วนเดียว.
               บทที่เหลือในที่ทั้งปวง มีนัยดังกล่าวแล้วนั่นเทียวแล.

               จบอรรถกถาปาฏลิยสูตรที่ ๑๓               
               จบอรรถกถาคามณิสังยุต               
               -----------------------------------------------------               

               รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
                         ๑. จันฑสูตร
                         ๒. ตาลปุตตสูตร
                         ๓. โยธาชีวสูตร
                         ๔. หัตถาโรหสูตร
                         ๕. อัสสาโรหสูตร
                         ๖. ภูมกสูตร
                         ๗. เทศนาสูตร
                         ๘. อสังขาสูตร
                         ๙. กุลสูตร
                         ๑๐. มณิจูฬสูตร
                         ๑๑. คันธภกสูตร
                         ๑๒. ราสิยสูตร
                         ๑๓. ปาฏลิยสูตร
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๑๓. ปาฏลิยสูตร จบ.
อ่านอรรถกถา 18 / 1อ่านอรรถกถา 18 / 629อรรถกถา เล่มที่ 18 ข้อ 649อ่านอรรถกถา 18 / 674อ่านอรรถกถา 18 / 803
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=18&A=8581&Z=9025
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๔  ธันวาคม  พ.ศ.  ๒๕๔๙
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :