ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อสังขตสังยุตต์
วรรคที่ ๑

               อสังขตสังยุตต์               
               อรรถกถาวรรคที่ ๑ และที่ ๒               
               บทว่า อสํขตํ ได้แก่ อันปัจจัยไม่กระทำแล้ว.
               บทว่า หิเตสินา แปลว่า ผู้แสวงหาประโยชน์เกื้อกูล.
               บทว่า อนุกมฺปเกน แปลว่า อนุเคราะห์อยู่.
               บทว่า อนุกมฺปํ อุปาทาย ความว่า กำหนดด้วยจิตคิดช่วยเหลือ. ท่านอธิบายว่า อาศัย ดังนี้ก็มี.
               บทว่า กตํ โว ตํ มยา ความว่า ศาสดาเมื่อแสดงอสังขตะและทางแห่งอสังขตะนี้ ชื่อว่าทำกิจแก่เธอทั้งหลายแล้ว กิจคือการแสดงธรรมไม่วิปริตของศาสดาผู้อนุเคราะห์ ก็เพียงนี้เท่านั้น.
               ส่วนการปฏิบัติต่อจากนี้ เป็นกิจของสาวกทั้งหลาย.
               ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า เอตานิ ภิกฺขเว รุกฺขมูลานิ ฯเปฯ อมฺหากํ อนุสาสนี ดังนี้ ด้วยบทนี้ ทรงแสดงเสนาสนะคือโคนไม้.
               ด้วยบทว่า สุญฺญาคารานิ นี้ ทรงแสดงสถานที่ที่สงัดจากชนและด้วยบททั้งสองทรงบอกเสนาสนะที่เหมาะแก่การบำเพ็ญเพียรทางกายและใจ ชื่อว่าทรงมอบมรดกให้.
               บทว่า ฌายถ ความว่า จงเข้าไปเพ่งอารมณ์ ๓๘ ด้วยอารัมมณูปนิชฌาน และเพ่งขันธ์และอายตนะเป็นต้นด้วยลักขณูปนิชฌาน โดยเป็นอนิจจลักษณะเป็นต้น. ท่านอธิบายว่า จงเจริญทั้งสมถะและวิปัสสนา.
               บทว่า มา ปมาทตฺถ แปลว่า อย่าประมาท.
               บทว่า มา ปจฺฉา วิปฺปฏิสาริโน อหุวตฺถ ความว่า ชนเหล่าใด เมื่อก่อนเวลาเป็นหนุ่มไม่มีโรค สมบูรณ์ด้วยความสบาย ๗ อย่างเป็นต้น ทั้งศาสดาก็อยู่พร้อมหน้า ละเว้นโยนิโสมนสิการเสีย เสวยสุขในการหลับนอน ทำตัวเป็นอาหารของเรือดทั้งคืนทั้งวัน ประมาทอยู่ ชนเหล่านั้น ภายหลัง เวลาชรา มีโรค ตาย วิบัติ ทั้งศาสดาก็ปรินิพพานแล้ว นึกถึงการอยู่อย่างประมาทก่อนๆ นั้น และพิจารณาเห็นความตายที่มีปฏิสนธิว่าเป็นเรื่องหนัก ย่อมเดือดร้อน แต่เธอทั้งหลายอย่าได้เป็นเช่นนั้น
               พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อทรงแสดงดังนี้ จึงตรัสว่า มา ปจฺฉา วิปฺปฏิสาริโน อหุวตฺถ ดังนี้.
               บทว่า อยํ โว อมฺหากํ อนุสาสนี มีอธิบายว่า นี้เป็นอนุศาสนีคือโอวาทแต่สำนักของเราเพื่อเธอทั้งหลายว่า ฌายถ มา ปมาทตฺถ จงเพ่ง อย่าประมาท ดังนี้.
               บทที่ควรจะกล่าว ในบทว่า กาเย กายานุปสฺสี ดังนี้ เป็นต้นนั้น ข้าพเจ้าจักกล่าวข้างหน้า.
               ในบทว่า อนฺตํ เป็นต้น มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้
               ชื่อว่าอันตะ เพราะไม่มีความยินดีด้วยอำนาจตัณหา. ชื่อว่าอนาสวะ เพราะไม่มีอาสวะ ๔. ชื่อว่าสัจจะ เพราะเป็นปรมัตถสัจจะ. ชื่อว่าปาระ เพราะอรรถว่าเป็นส่วนนอกจากวัฏฏะ คือฝั่งโน้นหมายถึงวิวัฏฏะ. ชื่อว่านิปุณะ เพราะอรรถว่าละเอียด. ชื่อว่าสุทุททสะ เพราะเป็นธรรมที่เห็นได้แสนยาก. ชื่อว่าอชัชชระ เพราะไม่คร่ำคร่าด้วยชรา. ชื่อว่าธุวะ เพราะอรรถว่ามั่นคง. ชื่อว่าอปโลกินะ เพราะเป็นธรรมไม่บุบสลาย. ชื่อว่าอทัสสนะ เพราะใครๆ ไม่พึงเห็นได้ด้วยจักษุวิญญาณ. ชื่อว่านิปปปัญจะ เพราะไม่มีกิเลสเครื่องเนิ่นช้าคือตัณหามานะและทิฏฐิ ชื่อว่าสันตะ เพราะอรรถว่าเป็นสภาวะ. ชื่อว่าอมตะ เพราะไม่มีความตาย. ชื่อว่าประณีต เพราะอรรถว่าสูงสุด. ชื่อว่าสิวะ เพราะอรรถว่ามีความเยือกเย็น. ชื่อว่าเขมะ เพราะปราศจากอันตราย. ชื่อว่าตัณหักขยะ เพราะเป็นปัจจัยให้สิ้นตัณหา. ชื่อว่าอัจฉริยะ เพราะควรปรบมือให้ เพราะอรรถว่าตั้งมั่นมาแต่สมาธิ. เรื่องที่ไม่เคยมีเคยเป็นนั่นแหละ ชื่อว่าอัพภูตะ ควรจะกล่าวว่า ไม่เกิดแล้วมีอยู่. ชื่อว่าอนีติกะ เพราะปราศจากทุกข์. ชื่อว่าอนีติกธรรมะ เพราะเป็นธรรมปราศจากทุกข์ เป็นสภาวะ. ชื่อว่านิพพาน เพราะไม่มีตัณหาเครื่องร้อยรัด. ชื่อว่าอัพยาปัชฌะ เพราะไม่มีความเบียดเบียน. ชื่อว่าวิราคะ โดยเป็นปัจจัยแก่การบรรลุธรรมเครื่องคลายกำหนัด. ชื่อว่าสุทธิ เพราะเป็นธรรมบริสุทธิ์โดยปรมัตถ์ ชื่อว่ามุตติ เพราะเป็นธรรมพ้นจากภพ ๓ ชื่อว่าอนาลยะ เพราะไม่มีอาลัย ชื่อว่าทีปะ เพราะอรรถว่าเป็นที่พึ่ง ชื่อว่าเลณะ เพราะอรรถว่าควรที่จะพัก ชื่อว่าตาณะ เพราะอรรถว่าเป็นที่ต้านทาน ชื่อว่าสรณะ เพราะอรรถว่ากำจัดภัย. อธิบายว่า ทำภัยให้พินาศ. ชื่อว่าปรายนะ เพราะเป็นที่ดำเนินไป เป็นที่ไป เป็นที่พึ่งอาศัยเบื้องหน้า.
               บทที่เหลือในที่นี้ มีนัยดังกล่าวแล้วนั่นเอง ดังนี้แล.

               จบอรรถกถาวรรคที่ ๑ และที่ ๒               
               จบอรรถกถาสังขตสังยุต               
               -----------------------------------------------------               
               อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :-

               อรรถกถา สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์                ๑๓. ปาฏลิยสูตร http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=18&i=649                อรรถกถาที่มีถัดจากนี้ :-
               อรรถกถา สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อัพยากตสังยุตต์                ๑. เขมาเถรีสูตร http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=18&i=752

.. อรรถกถา สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อสังขตสังยุตต์ วรรคที่ ๑ จบ.
อ่านอรรถกถา 18 / 1อ่านอรรถกถา 18 / 649อรรถกถา เล่มที่ 18 ข้อ 674อ่านอรรถกถา 18 / 685อ่านอรรถกถา 18 / 803
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=18&A=9026&Z=9078
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๔  ธันวาคม  พ.ศ.  ๒๕๔๙
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com