ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค สัจจสังยุตต์ สมาธิวรรคที่ ๑
๑๐. ติรัจฉานกถาสูตร

               อรรถกถาติรัจฉานกถาสูตรที่ ๑๐               
               พึงทราบอธิบายในติรัจฉานกถาสูตรที่ ๑๐.
               บทว่า อเนกวิหิตํ ได้แก่ มีหลายอย่าง.
               คำว่า ติรัจฉานกถา คือ ถ้อยคำที่เป็นเดรัจฉาน นอกทางสวรรค์และนิพพาน เพราะไม่เป็นการนำออกจากทุกข์.
               ในคำว่า เรื่องพระราชา ดังนี้เป็นต้น ถ้อยคำที่ปรารภพระราชาแล้วเป็นไปโดยนัยเป็นต้นว่า พระเจ้ามหาสมมต พระเจ้ามันธาตา พระเจ้าธรรมาโศกมีอานุภาพมากอย่างนี้ ชื่อว่าเรื่องพระราชา.
               แม้ในเรื่องโจรเป็นต้นก็นัยนี้.
               ก็เรื่องความรักอาศัยเรือนโดยนัยเป็นต้นว่า บรรดาพระราชาเหล่านั้น พระราชาพระองค์นั้นมีรูปงาม น่าดู ชื่อว่าติรัจฉานกถา. ก็ถ้อยคำที่เป็นไปแล้วอย่างนี้ว่า แม้ผู้มีชื่อนี้มีอานุภาพมากอย่างนี้ ได้ถึงความสิ้นไป เสื่อมไปแล้ว ตั้งอยู่ในความเป็นกรรมฐาน.
               แม้ในหมู่โจร การกล่าวคำแสดงความรักอาศัยเรือนว่า คำเหล่านั้นได้มีแล้ว เพราะอาศัยกรรมของพวกโจรนั้นว่า มูลเทพเป็นผู้มีอานุภาพมากอย่างนี้ ชื่อว่าติรัจฉานกถา. ในการรบ ถ้อยคำด้วยอำนาจความใคร่และความยินดีว่า คนโน้นถูกคนโน้นแทงในการรบเป็นต้นอย่างนี้ว่า ถูกฆ่าแล้วอย่างนี้นั่นเทียว ชื่อว่าติรัจฉานกถา. ก็ถ้อยคำที่เป็นไปแล้วอย่างนี้ว่า ขึ้นชื่อว่าแม้พวกนั้นก็ถึงความสิ้นไปจัดเป็นกรรมฐานในที่ทุกแห่งนั่นเทียว.
               อีกอย่างหนึ่ง แม้ในเรื่องข้าวเป็นต้น การกล่าวด้วยอำนาจการใคร่และความยินดีว่า พวกเราจะเคี้ยว บริโภค ตื่นข้าวเป็นต้นที่มีสีมีกลิ่น ถึงพร้อมด้วยรสและผัสสะ ย่อมไม่ควร. ส่วนการกล่าวเรื่องที่มีประโยชน์ก่อนว่า พวกเราได้ถวายข้าว น้ำดื่ม ผ้า ยาน ที่นอน ดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้ที่ถึงพร้อมด้วยสีเป็นต้นแก่ผู้มีศีลทั้งหลาย พวกเราได้ทำการบูชาที่เจดีย์ ดังนี้ ก็ควร.
               แม้ในพวกญาติเป็นต้น การกล่าวด้วยอำนาจความยินดีว่า ญาติทั้งหลายของพวกเราเป็นผู้แกล้วกล้าสามารถ หรือว่าพวกเราเที่ยวด้วยยานอันงดงามอย่างนี้ในกาลก่อน ดังนี้ ย่อมไม่ควร.
               ก็ควรกล่าวถ้อยคำว่า ญาติทั้งหลายของพวกเราแม้เหล่านั้น ทำสิ่งมีประโยชน์แล้วถึงความสิ้นไป หรือว่าครั้งก่อนพวกเราได้ถวายยานเห็นปานนี้แก่พระสงฆ์.
               แม้ในเรื่องบ้านเป็นต้น การกล่าวด้วยอำนาจบ้านที่อยู่แล้วดี อยู่ไม่ดีและหาอาหารง่ายยากเป็นต้น หรือด้วยความยินดีอย่างนี้ว่า ผู้ที่อยู่บ้านโน้นแกล้วกล้าสามารถ ดังนี้ ไม่ควร. ก็การกล่าวถึงเรื่องบ้านนั้นว่า คนทั้งหลายทำสิ่งให้ประโยชน์ มีศรัทธาเลื่อมใสแล้ว หรือว่าคนเหล่านั้นถึงความสิ้นไปเสื่อมไป ดังนี้ ก็ควร.
               แม้ในการกล่าวเรื่องอำเภอ นครและชนบท ก็นัยนี้.
               แม้การกล่าวเรื่องผู้หญิงอาศัยผิวและทรวดทรงเป็นต้นแล้ว ไม่ควรเพื่อจะกล่าวด้วยอำนาจความยินดีเป็นต้น. การกล่าวอย่างนี้ว่า คนพวกนี้มีศรัทธาเลื่อมใสแล้วถึงความสิ้นไป ดังนี้เทียว ก็ควร.
               แม้การกล่าวเรื่องคนกล้า ไม่ควรเพื่อจะกล่าวด้วยอำนาจความยินดีว่า นักรบชื่อว่านันทมิตเป็นผู้แกล้วกล้า. การกล่าวอย่างนี้ว่า ผู้นี้เป็นศรัทธาเลื่อมใสแล้วถึงความสิ้นไป ดังนี้เทียว ก็ควร.
               ปาฐะว่าสูรกถา ดังนี้บ้าง
               การกล่าวถึงผู้กล้าหาญแม้นั้นย่อมไม่ควรด้วยอำนาจความยินดีว่า ขึ้นชื่อว่าหญิงเห็นปานนี้ เป็นผู้มีบิดาชื่อว่าสูระ มีมารดาชื่อว่าฤดี ดังนี้นั่นเทียว. ส่วนการกล่าวด้วยอำนาจโทษนั่นแหละ ย่อมควรโดยนัยเป็นต้นว่า ผู้ประพฤติวัตรของผู้เป็นบ้า.
               แม้การกล่าวเรื่องตรอก ย่อมไม่ควรเพื่อจะกล่าวด้วยอำนาจความยินดีว่าตรอกโน้น สร้างไว้ดีแล้ว หรือว่าพวกคนที่อยู่ตรอกโน้นแกล้วกล้า มีความสามารถดังนี้. การกล่าวอย่างนี้ว่า พวกเขาเป็นผู้ศรัทธาเลื่อมใสแล้วถึงความสิ้นไป ดังนี้ ก็ควร.
               ถ้อยคำว่าด้วยเรื่องนี้ตั้งหม้อ ถ้อยคำว่าด้วยเรื่องท่าน้ำ ท่านเรียกว่าเรื่องท่าน้ำ. หรือว่าด้วยเรื่องนางทาสีตักน้ำด้วยหม้อ. การกล่าวด้วยอำนาจความยินดีว่า แม้นางเป็นผู้น่าเลื่อมใสฉลาดที่จะฟ้อนขับ ดังนี้ ไม่ควร. การกล่าวโดยนัยเป็นต้นว่า มีศรัทธาเลื่อมใสแล้ว ดังนี้เทียว ก็ควร.
               คำว่า เรื่องคนที่ล่วงลับไปแล้ว ได้แก่ เรื่องญาติที่ล่วงลับไปแล้ว. การวินิจฉัยในเรื่องญาติที่ล่วงลับไปแล้วนั้น ก็เหมือนกับเรื่องญาติที่ยังมีชีวิตอยู่นั่นแหละ.
               คำว่า เรื่องเบ็ดเตล็ด ได้แก่ เรื่องที่หาประโยชน์มิได้ พ้นจากเรื่องเกิดก่อนและหลัง ที่เหลือมีสภาพต่างๆ
               คำว่า กล่าวเรื่องโลก คือการกล่าวเล่นๆ ว่าด้วยเรื่องโลกเป็นต้นอย่างนี้ว่า โลกนี้ใครสร้าง คนชื่อโน้นสร้าง กาขาวเพราะมีกระดูกขาว นกตะกรุมแดงเพราะมีโลหิตแดง. การกล่าวเรื่องทะเลอันไม่มีประโยชน์เป็นต้นอย่างนี้ว่า เพราะเหตุไร ทะเลจึงชื่อว่าสาคร ชื่อว่าสมุทร เพราะรู้ได้ด้วยปลายมือว่า ชื่อว่าสาครที่เราขุดแล้ว เพราะสาครเทพขุดแล้ว ชื่อว่ากล่าวเรื่องทะเล. การกล่าวเรื่องที่ไม่มีประโยชน์ทั่วๆ ไปว่า เจริญ เสื่อม แล้วกล่าวเรื่องที่เป็นไป ชื่อว่ากล่าวเรื่องความเจริญและความเสื่อม.
               ก็ในเรื่องกล่าวความเจริญและความเสื่อมนี้ ความเที่ยงชื่อว่าความเจริญ ความขาดสูญชื่อว่าความเสื่อม ความก้าวหน้าชื่อว่าความเจริญ ความหายนะชื่อว่าความเสื่อม กามสุขชื่อว่าความเจริญ การทำคนให้ลำบาก ชื่อว่าความเสื่อม. รวมกับความเจริญและความเสื่อมด้วยประการนั้นๆ ๖ อย่างเหล่านี้ จึงเป็นการกล่าวเรื่องเดรัจฉาน ๓๒ ด้วประการฉะนี้.
               คำที่เหลือในบททั้งปวงตื้นทั้งนั้นแล.

               จบอรรถกถาติรัจฉานกถาสูตรที่ ๑๐               
               จบสมาธิวรรควรรณนาที่ ๑               
               -----------------------------------------------------               

               รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
                         ๑. สมาธิสูตร
                         ๒. ปฏิสัลลาณสูตร
                         ๓. กุลปุตตสูตรที่ ๑
                         ๔. กุลปุตตสูตรที่ ๒
                         ๕. สมณพราหมณสูตรที่ ๑
                         ๖. สมณพราหมณสูตรที่ ๒
                         ๗. วิตักกสูตร
                         ๘. จินตสูตร
                         ๙. วิคคาหิกกถาสูตร
                         ๑๐. ติรัจฉานกถาสูตร
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค สัจจสังยุตต์ สมาธิวรรคที่ ๑ ๑๐. ติรัจฉานกถาสูตร จบ.
อ่านอรรถกถา 19 / 1อ่านอรรถกถา 19 / 1662อรรถกถา เล่มที่ 19 ข้อ 1663อ่านอรรถกถา 19 / 1664อ่านอรรถกถา 19 / 1786
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=19&A=10014&Z=10036
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๑๕  ธันวาคม  พ.ศ.  ๒๕๔๙
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :