ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค โพชฌงคสังยุตต์ หมวด ๖
๕. สคารวสูตร

               อรรถกถาสคารวสูตรที่ ๕               
               พึงทราบวินิจฉัยในสคารวสูตรที่ ๕.
               บทว่า ปเคว แปลว่า ก่อนทีเดียว.
               บทว่า กามราคปริยุฏฺฐิเตน ได้แก่ อันกามราคะเหนี่ยวไว้.
               บทว่า กามราคปเรเตน ได้แก่ ไปตามกามราคะ.
               บทว่า นิสฺสรณํ ความว่า อุบายเครื่องสลัดออกซึ่งกามราคะมี ๓ อย่างคือ
                         วิกขัมภนนิสสรณะ สลัดออกด้วยการข่มไว้
                         ตทังคนิสสรณะสลัดออกชั่วคราว
                         สมุจเฉทนิสสรณะ สลัดออกได้เด็ดขาด.
               ในอุบายเครื่องสลัดออก ๓ อย่างนี้ ปฐมฌานในอสุภะ ชื่อว่าสลัดออกด้วยการข่มไว้. วิปัสสนา ชื่อว่าสลัดออกได้ชั่วคราว. อรหัตมรรค ชื่อว่าสลัดออกได้เด็ดขาด.
               อธิบายว่า เขาย่อมไม่รู้อุบายเครื่องสลัดออกแม้สามอย่างนั้น.
               ในบทว่า อตฺตตฺถมฺปีติ เป็นต้น ประโยชน์ตนกล่าวคืออรหัต ชื่อว่าประโยชน์ของตน. ประโยชน์ของผู้ถวายปัจจัยทั้งหลาย ชื่อว่าประโยชน์ของคนอื่น. ประโยชน์แม้สองอย่างนั้นแล ชื่อว่าประโยชน์ทั้งสอง.
               ในวาระทั้งปวงพึงทราบเนื้อความโดยนัยนี้.
               ส่วนความต่างกันดังนี้ ก็ในบทว่า พฺยาปาทสฺส นิสฺสรณํ เป็นต้น มีอุบายเครื่องสลัดออกสองอย่าง คือวิกขัมภนนิสสรณะ การสลัดออกด้วยการข่มไว้ และสมุจเฉทนิสสรณะ การสลัดออกได้เด็ดขาด.
               ในอุบายทั้ง ๒ นั้น ปฐมฌานในเมตตาสลัดพยาบาทออกได้ด้วยการข่ม. อนาคามิมรรคสลัดพยาบาทออกได้เด็ดขาด. อาโลกสัญญาสลัดถีนมิทธะออกได้ด้วยการข่ม. อรหัตมรรคสลัดออกได้เด็ดขาด. สมถกัมมัฏฐานอย่างใดอย่างหนึ่งสลัดอุทธัจจกุกกุจจะออกได้ด้วยการข่ม. ส่วนในอุทธัจจกุกกุจจะนี้ อรหัตมรรคเป็นเครื่องสลัดอุทธัจจะออกได้เด็ดขาด. อนาคามิมรรคเป็นเครื่องสลัดกุกกุจจะออกได้เด็ดขาด. การกำหนดธรรมเป็นเครื่องสลัดวิจิกิจฉาออกได้ด้วยการข่ม. ปฐมมรรคเป็นเครื่องสลัดออกได้เด็ดขาด.
               ส่วนในข้อนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอุปมามีบทว่า เสยฺยถาปิ พฺราหฺมณ อุทปตฺโต สํสฏฺโฐ ลาขาย วา เป็นต้นใด ในอุปมาเหล่านั้น
               บทว่า อุทปตฺโต ได้แก่ ภาชนะเต็มด้วยน้ำ.
               บทว่า สํสฏฺโฐ ได้แก่ ระคนด้วยอำนาจทำสีให้ต่างกัน.
               บทว่า อุสฺมาทกชาโต คือ มีไอพลุ่งขึ้น.
               บทว่า เสวาลปณกปริโยนทฺโธ ความว่า อันสาหร่ายอันต่างด้วยพืชงาเป็นต้น หรืออันจอกแหนมีสีหลังเขียวเกิดขึ้นปิดหลังน้ำปกคลุมไว้.
               บทว่า วาเตริโต ได้แก่ ถูกลมพัดหวั่นไหว.
               บทว่า อาวิโล คือ ไม่ใส.
               บทว่า ลุฬิโต คือ ไม่นิ่ง.
               บทว่า กลลีภูโต คือ เปือกตม.
               บทว่า อนิธกาเร นิกฺขิตฺโต ได้แก่ อันบุคคลวางไว้ในที่ไม่สว่างมีระหว่างฉางเป็นต้นเป็นประเภท.
               ในพระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงกลับเทศนาจากภพทั้งสามแล้ว ทรงให้เทศนาจบลงด้วยธรรมอันเป็นยอดคืออรหัต.
               ส่วนพราหมณ์ตั้งอยู่แล้วในทางอันสงบ.

               จบอรรถกถาสคารวสูตรที่ ๕               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค โพชฌงคสังยุตต์ หมวด ๖ ๕. สคารวสูตร จบ.
อ่านอรรถกถา 19 / 1อ่านอรรถกถา 19 / 573อรรถกถา เล่มที่ 19 ข้อ 601อ่านอรรถกถา 19 / 627อ่านอรรถกถา 19 / 1786
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=19&A=3471&Z=3583
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๑๐  ธันวาคม  พ.ศ.  ๒๕๔๙
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :