ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค สติปัฏฐานสังยุตต์ นาฬันทวรรคที่ ๒
๑๐. เสทกสูตรที่ ๒

               อรรถกถาทุติยเสทกสูตรที่ ๑๐               
               พึงทราบวินิจฉัยในอรรถกถาทุติยเสทกสูตรที่ ๑๐.
               คำว่า นางงามในชนบท หมายถึง นางที่งามที่สุดในชนบท ซึ่งเว้นจากโทษประจำตัว ๖ อย่าง แล้วประกอบด้วยความงาม ๕ อย่าง. ก็เพราะนางนั้นไม่สูงนัก ไม่เตี้ยนัก ไม่ผอมนัก ไม่อ้วนนัก ไม่ดำนัก ไม่ขาวนัก ผิวพรรณแม้จะไม่ถึงทิพย์ แต่ก็เกินผิวพรรณมนุษย์ด้วยกัน ฉะนั้น จึงจัดว่าปราศจากโทษประจำตัว ๖ อย่าง.
               และเพราะประกอบด้วยความงามเหล่านี้ คือ ผิวงาม เนื้องาม เล็บงาม๑- (นหารุกลฺยาณํ) กระดูกงาม วัยงาม จึงชื่อว่าประกอบด้วยความงาม ๕ อย่าง.
               นางไม่ต้องใช้แสงสว่างจรมาเลยด้วยแสงสว่างประจำตัวของตนนั่นแหละ ก็ทำให้สว่างในที่มีระยะ ๑๒ ศอก เป็นผิวที่เหมือนกับดอกประยงค์ หรือเหมือนกับทองคำ นี้เป็นความงามแห่งผิวของนาง. ส่วนมือเท้าทั้ง ๔ และริมฝีปากของนางนั้นเล่าก็คล้ายกับทาด้วยชาด เหมือนแก้วประพาฬแดงหรือผ้ากัมพลแดง นี้คือความงามแห่งเนื้อของนาง. ส่วนกลีบเล็บทั้ง ๒๐ นั้นเล่าในที่ที่ไม้พ้นจากเนื้อ ก็คล้ายกับเอาชาดมาทาไว้ ที่พ้นจากเนื้อแล้วก็เหมือนกับธารน้ำนม นี้คือความงามแห่งเล็บของนาง. ที่ฟัน ๓๒ ซี่ซึ่งงอกขึ้นมานั้นเล่า ก็ปรากฏคล้ายเอาเพชรที่เจียระไนแล้วมาเรียงเป็นแถวไว้ นี้คือความงามแห่งกระดูกของนาง. และต่อให้มีอายุถึง ๑๒๐ ปีก็ยังสาวพริ้งเหมือนอายุแค่ ๑๖ ปี ผมไม่มีหงอกเลย นี้คือความงามแห่งวัยของนาง.
____________________________
๑- คำว่า นหารุกลฺยาณํ นี้ อรรถกถาอธิบายเรื่องเล็บ ไม่ได้อธิบายเรื่องเอ็นเลย จึงแปลว่าเล็บงาม ไม่ใช่เอ็นงามตามศัพท์ อรรถกถาอุทาน นันทวรรค นันทสูตรที่ ๒ หน้า ๒๑๒ แก้ว่า ฉวิกลฺยาณํ มํสกลฺยาณํ นขกลฺยาณํ (เล็บงาม) อฏฺฐิกลฺยาณํ วยกลฺยาณํ.

               สำหรับในคำว่า มีกระแสเสียงไพเราะอย่างยิ่ง นี้หมายความว่า กระแสเสียงไหลเอื่อยไป กระแสเสียงนั้นไพเราะอย่างยิ่ง ที่ชื่อว่ามีกระแสเสียงไพเราะอย่างยิ่ง ก็เพราะนางมีกระแสเสียงที่ไพเราะอย่างยิ่งนั้น. มีคำที่ท่านขยายความว่า นางมีความประพฤติสูงสุด มีกิริยาประเสริฐ ในการรำและการร้อง ย่อมรำท่ารำที่สูงที่สุด หรือถ้าจะร้อง ก็ร้องแต่เพลงชั้นสูงที่สุดเท่านั้น.
               คำที่เหลือในทุกบท มีใจความตื้นทั้งนั้น.
               ก็และวิปัสสนาแรกเริ่มเป็นอันตรัสไว้แล้วในสูตรทั้งสองนี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

               จบอรรถกถาทุติยเสทกสูตรที่ ๑๐               
               จบอรรถกถานาฬันทวรรคที่ ๒               
               -----------------------------------------------------               

               รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
                         ๑. มหาปุริสสูตร
                         ๒. นาฬันทสูตร
                         ๓. จุนทสูตร
                         ๔. เจลสูตร
                         ๕. พาหิยสูตร
                         ๖. อุตติยสูตร
                         ๗. อริยสูตร
                         ๘. พรหมาสูตร
                         ๙. เสทกสูตรที่ ๑
                         ๑๐. เสทกสูตรที่ ๒
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค สติปัฏฐานสังยุตต์ นาฬันทวรรคที่ ๒ ๑๐. เสทกสูตรที่ ๒ จบ.
อ่านอรรถกถา 19 / 1อ่านอรรถกถา 19 / 758อรรถกถา เล่มที่ 19 ข้อ 763อ่านอรรถกถา 19 / 767อ่านอรรถกถา 19 / 1786
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=19&A=4480&Z=4511
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๑๕  ธันวาคม  พ.ศ.  ๒๕๔๙
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :