ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ปุคคลวรรคที่ ๓
๕. วชิรสูตร

               อรรถกถาวชิรสูตรที่ ๕               
               พึงทราบวินิจฉัยในวชิรสูตรที่ ๕ ดังต่อไปนี้ :-
               บทว่า อรุกูปมจิตฺโต ได้แก่ มีจิตเช่นกับแผลเรื้อรัง.
               บทว่า วิชฺชูปมจิตฺโต ได้แก่ มีจิตเช่นกับสายฟ้า เพราะส่องสว่างชั่วเวลาเล็กน้อย.
               บทว่า วชิรูปมจิตฺโต ได้แก่ มีจิตเช่นกับเพชร เพราะสามารถทำการโค่นรากเง่าของกิเลสทั้งหลายได้.
               บทว่า อภิสชฺชติ แปลว่า ข้องอยู่.
               บทว่า กุปฺปติ แปลว่า ย่อมกำเริบ ด้วยสามารถแห่งความโกรธ.
               บทว่า พฺยาปชฺชติ ความว่า ละสภาพปกติ คือเป็นของเน่า.
               บทว่า ปติตฺถิยติ ได้แก่ ย่อมถึงความหงุดหงิด คือความกระด้าง.
               บทว่า โกปํ ได้แก่ ความโกรธมีกำลังทราม.
               บทว่า โทสํ ได้แก่ โทสะที่มีกำลังมากกว่าความหงุดหงิดนั้นด้วยสามารถแห่งความประทุษร้าย.
               บทว่า อปฺปจฺจยํ ได้แก่ โทมนัสที่เป็นอาการแห่งความไม่พอใจ.
               บทว่า ทุฏฺฐารุโก ได้แก่ แผลเรื้อรัง.
               บทว่า กฏเฐน ได้แก่ ปลายไม้เท้า.
               บทว่า กถเลน ได้แก่ กระเบื้อง.
               บทว่า อาสวํ เนติ ได้แก่ ไหลติดต่อกันไป. อธิบายว่า แผลเรื้อรังจะหลั่งออกซึ่งของ ๓ อย่างนี้คือหนอง เลือด และเยื่อ ตามธรรมดาของตนอยู่แล้ว แต่เมื่อถูกกระทบเข้าจะหลั่งสิ่งเหล่านั้นออกยิ่งขึ้น.
               ในบทว่า เอวเมว โข นี้ มีข้อเปรียบเทียบดังต่อไปนี้
               ก็คนมักโกรธ พึงเห็นเหมือนแผลร้าย. จรณะ (พฤติกรรม) ของคนมักโกรธ พึงเห็นเหมือนการหลั่ง (ของไม่สะอาด) ของแผลร้ายนั้นออกไปตามธรรมดาของตนบ้าง จรณะ (พฤติกรรม) ของเขาผู้ดุร้าย พึงเห็นเหมือนการหลั่ง (ของไม่สะอาด) ของซากศพที่ขึ้นพองออกไปตามธรรมดาของตนบ้าง. คำพูดเล็กน้อยก็พึงเห็นเหมือนถูกกระทบด้วยไม้หรือกระเบื้อง ภาวะที่เขาจะลำพองมากยิ่งขึ้นว่า คนผู้นี้ (กล้า) พูดเช่นนี้กับคนเช่นเรา พึงเห็นเหมือนการไหลออกมากยิ่งขึ้นแห่งแผลเรื้อรัง.
               บทว่า รตฺตนฺธการติมิสฺสาย ความว่า ในยามราตรี คือในเวลาที่มืดสนิท เพราะกระทำความมืด โดยห้ามไม่ให้จักษุวิญญาณเกิดขึ้น.
               บทว่า วิชฺชนฺตริกาย ได้แก่ ในขณะที่ฟ้าแลบ.
               แม้ในข้อนี้ ก็มีข้อเปรียบเทียบดังต่อไปนี้
               ก็พระโยคาวจรพึงเห็นเหมือนบุรุษผู้มีตาดี. กิเลสที่โสดาปัตติมรรคฆ่า พึงเห็นเหมือนความมืด กาลเวลาที่พระโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้น พึงเห็นเหมือนการแลบของสายฟ้า. การเห็นพระนิพพานในขณะแห่งโสดาปัตติมรรค พึงเห็นเหมือนการเห็นรูปได้รอบด้านของบุรุษผู้มีจักษุในระหว่างฟ้าแลบ กิเลสที่สกทาคามิมรรคฆ่า พึงเห็นเหมือนการกำจัดความมืดได้อีกครั้ง การบังเกิดขึ้นแห่งสกทาคามิมัคคญาณ พึงเห็นเหมือนการแลบของสายฟ้าอีกครั้งหนึ่ง การเห็นพระนิพพานในขณะแห่งสกทาคามิมรรค พึงเห็นเหมือนการเห็นรูปได้โดยรอบแห่งบุรุษผู้มีตาดี ในระหว่างฟ้าแลบ. กิเลสที่อนาคามมิมรรคฆ่า เหมือนการกำจัดความมืดมนอันธการอีกครั้ง ความเกิดขึ้นแห่งอนาคามิมัคคญาณ พึงเห็นเหมือนการแลบของสายฟ้าอีกครั้ง. การเห็นพระนิพพานในขณะแห่งอนาคามิมรรค พึงเห็นเหมือนการเห็นรูปโดยรอบด้านแห่งบุรุษผู้มีตาดีในระหว่างฟ้าแลบ.
               แม้ในภาวะที่บุคคลมีจิตเปรียบด้วยเพชร ก็มีข้อเปรียบเทียบดังต่อไปนี้
               จริงอยู่ อรหัตมัคคญาณพึงเห็นเหมือนเพชร. กิเลสทั้งหลายที่พระอรหัตมัคคญาณตัดแล้ว พึงเห็นเหมือนกระเปาะแก้วมณี หรือกระเปาะหิน ภาวะที่กิเลสทั้งหลายที่พระอรหัตมัคคญาณจะตัดไม่ขาดไม่มี พึงเห็นเหมือนภาวะที่เพชรจะไม่ตัดกระเปาะแล้ว หรือกระเปาะหินไปไม่มี การที่กิเลสที่พระอรหัตมัคคญาณตัดได้แล้วจะไม่กลับเกิดขึ้นอีก พึงเห็นเหมือนการที่กระเปาะแก้ว หรือกระเปาะหินที่ถูกเพชรตัดแล้ว จะไม่กลับเต็มขึ้นมาอีกฉะนี้แล.

               จบอรรถกถาวชิรสูตรที่ ๕               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ปุคคลวรรคที่ ๓ ๕. วชิรสูตร จบ.
อ่านอรรถกถา 20 / 1อ่านอรรถกถา 20 / 463อรรถกถา เล่มที่ 20 ข้อ 464อ่านอรรถกถา 20 / 465อ่านอรรถกถา 20 / 596
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=20&A=3244&Z=3268
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๖  ธันวาคม  พ.ศ.  ๒๕๔๙
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :