ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 

อ่าน อรรถกถาหน้าต่างที่ [หน้าสารบัญ] [๑] [๒] [๓] [๔] [๕] [๖] [๗] [๘] [๙] [๑๐]อ่านอรรถกถา 20 / 1อ่านอรรถกถา 20 / 139อรรถกถา เล่มที่ 20 ข้อ 146อ่านอรรถกถา 20 / 147อ่านอรรถกถา 20 / 596
อรรถกถา อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต เอตทัคคบาลี
วรรคที่ ๑

หน้าต่างที่ ๖ / ๑๐.

               อรรถกถาสูตรที่ ๖               
               ประวัติพระภัททิยกาฬิโคธาบุตร               
               พึงทราบวินิจฉัยในสูตรที่ ๖ ดังต่อไปนี้
               บทว่า อุจฺจากุลิกานํ ความว่า ผู้เกิดในตระกูลสูง.
               บทว่า ภทฺทิโย ได้แก่ เจ้าศากยะผู้เป็นพระราชาออกผนวชพร้อมกับพระอนุรุทเถระ.
               บทว่า กาฬิโคธายปุตฺโต ความว่า พระเทวีนั้นเป็นผู้มีผิวดำ.
               ส่วนคำว่า โคธา เป็นนามของพระเทวีนั้น เพราะฉะนั้น เขาจึงเรียกว่า นางกาฬิโคธา. อธิบายว่า เป็นบุตรของนางกาฬิโคธาเทวีนั้น.
               ถามว่า ก็พระเถระนี้ ท่านกล่าวว่าเป็นยอดของภิกษุสาวกผู้มีตระกูลสูง เพราะเหตุไร ผู้ที่มีตระกูลสูงกว่าพระภิททิยะนั้นไม่มีหรือ.
               ตอบว่า ไม่มี.
               จริงอยู่ พระมารดาของท่านเป็นใหญ่ที่สุดของเจ้าทั้งหมดโดยวัย ในระหว่างเจ้าสากิยานีทั้งหลาย ท่านสละราชสมบัติที่มาถึงในสากิยสกุลอย่างนั้นออกผนวช เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า เป็นยอดของภิกษุผู้มีตระกูลสูงทั้งหลาย.
               อีกประการหนึ่ง พระภัททิยะนี้ด้วยอานุภาพแห่งความปรารถนาในปางก่อน บังเกิดในราชตระกูล แล้วครองราชสมบัติถึง ๕๐๐ ชาติติดต่อกันมาโดยลำดับ ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงกล่าวว่า พระภัททิยะนั้นเป็นยอดของภิกษุผู้มีตระกูลสูง.
               ก็ในปัญหากรรมของท่าน มีเรื่องที่จะกล่าวตามลำดับต่อไปนี้ :-
               ความพิสดารว่า ในอดีตกาล แม้พระภัททิยะนี้ ครั้งพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ บังเกิดในสกุลมีโภคสมบัติมาก ไปฟังพระธรรมตามนัยที่กล่าวแล้วนั่นแล ในวันนั้นได้เห็นพระศาสดาทรงสถาปนาภิกษุรูปหนึ่งไว้ในตำแหน่งเป็นยอดของเหล่าภิกษุผู้มีตระกูลสูง
               จึงคิดว่า แม้เราก็ควรเป็นยอดของเหล่าภิกษุผู้มีตระกูลสูงในศาสนาของพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคตดังนี้ จึงนิมนต์พระตถาคตถวายมหาทานแก่ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข ๗ วัน หมอบแทบบาทมูล ตั้งความปรารถนาว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์มิได้หวังสมบัติอย่างอื่นด้วยผลแห่งทานนี้ แต่ในอนาคตกาล ขอข้าพระองค์พึงเป็นยอดของเหล่าภิกษุผู้มีตระกูลสูงในศาสนาของพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งเถิด.
               พระศาสดาทรงตรวจดูอนาคตเล็งเห็นความสำเร็จ จึงทรงพยากรณ์ว่า กรรมนี้ของท่านจักสำเร็จในที่สุดแห่งแสนกัปแต่กัปนี้ไป พระพุทธเจ้าพระนามว่าโคดม จักทรงอุบัติขึ้น ท่านจักเป็นยอดของเหล่าภิกษุผู้มีตระกูลสูงในศาสนาของพระองค์ ดังนี้แล้ว ทรงกระทำอนุโมทนาภัตแล้ว เสด็จกลับวิหาร.
               ครั้นท่านได้ฟังพยากรณ์แล้วจึงทูลถามกรรมที่จะให้เป็นไปสำหรับภิกษุผู้เกิดในตระกูลสูง ได้กระทำกรรมอันดีงามมากหลายจนตลอดชีวิตอย่างนี้ คือสร้างธรรมาสน์ ปูลาดเครื่องลาดบนธรรมาสน์นั้น พัดสำหรับผู้แสดงธรรม รายจ่ายสำหรับพระธรรมกถึก โรงอุโบสถ กระทำกาละในอัตภาพนั้นแล้ว เวียนว่ายอยู่ในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ในระหว่างพระทศพลพระนามว่ากัสสป และพระผู้มีพระภาคเจ้าของเรา มาบังเกิดในเรือนของกุฎุมพีในกรุงพาราณสี
               สมัยนั้น พระปัจเจกพุทธเจ้าหลายองค์มาแต่ภูเขาคันธมาทน์ นั่งฉันบิณฑบาตในที่ๆ สะดวกสบาย ใกล้ฝั่งแม่น้ำคงคา เขตกรุงพาราณสี. กุฎุมพีนั้นทราบว่า พระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้นกระทำการแบ่งปันภัตรนั้นในที่ตรงนั้นเป็นประจำทีเดียว จึงลาดแผ่นหินไว้ ๘ แผ่น บำรุงพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายอยู่จนตลอดชีพ
               ตอนนั้น ท่านเวียนว่ายไปในเทวดาและมนุษย์ถึงพุทธันดรหนึ่ง ครั้นในพุทธุปบาทกาลนี้จึงมาบังเกิดในขัตติยสกุลในกรุงกบิลพัสดุ์ และในวันขนานนาม พวกญาติทั้งหลายขนานนามของท่านว่า ภัททิยกุมาร.
               ภัททิยกุมารนั้นอาศัยบุญเป็นกษัตริย์องค์หนึ่งในระหว่างกษัตริย์ ๖ พระองค์ ตามนัยที่กล่าวไว้ในอนุรุทธสูตร ในหนหลัง เมื่อพระศาสดาประทับอยู่ ณ อนุปิยอัมพวัน ทรงผนวชในสำนักของพระศาสดาแล้วได้บรรลุพระอรหัต.
               ต่อมาภายหลัง พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ในเชตวันมหาวิหาร ได้ทรงสถาปนาไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะว่า ภัททิยะโอรสของพระนางกาฬิโคธา เป็นยอดของเหล่าภิกษุผู้มีตระกูลสูงในศาสนาของเรา.

               จบอรรถกถาสูตรที่ ๖               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต เอตทัคคบาลี วรรคที่ ๑
อ่านอรรถกถาหน้าต่างที่ [หน้าสารบัญ] [๑] [๒] [๓] [๔] [๕] [๖] [๗] [๘] [๙] [๑๐]
อ่านอรรถกถา 20 / 1อ่านอรรถกถา 20 / 139อรรถกถา เล่มที่ 20 ข้อ 146อ่านอรรถกถา 20 / 147อ่านอรรถกถา 20 / 596
อ่านเนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=20&A=628&Z=643
อ่านอรรถกถาภาษาบาลีอักษรไทย
http://84000.org/tipitaka/atthapali/read_th.php?B=14&A=2634
The Pali Atthakatha in Roman
http://84000.org/tipitaka/atthapali/read_rm.php?B=14&A=2634
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๖  ธันวาคม  พ.ศ.  ๒๕๔๙
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :