ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ ปัตตกรรมวรรคที่ ๒
๑. ปัตตกรรมสูตร

               ปัตตกัมมวรรควรรณนาที่ ๒               
               อรรถกถาปัตตกัมมสูตรที่ ๑               
               พึงทราบวินิจฉัยในปัตตกัมมสูตรที่ ๑ แห่งวรรคที่ ๒ ดังต่อไปนี้ :-
               ชื่อว่าน่าปรารถนา เพราะปฏิเสธคัดค้านธรรมที่ไม่น่าปรารถนา. ชื่อว่ารักใคร่ เพราะก้าวเข้าไปอยู่ในใจ ชื่อว่าชอบใจ เพราะทำใจให้เอิบอาบซาบซ่านให้เจริญ.
               บทว่า ทุลฺลภา ได้แก่ ได้โดยยากอย่างยิ่ง.
               บทว่า โภคา ได้แก่ อารมณ์มีรูปเป็นต้น ที่บุคคลพึงบริโภค.
               บทว่า สห ธมฺเมน ความว่า ขอโภคสมบัติจงเกิดขึ้นโดยธรรม อย่าเข้าไปกำจัดธรรมแล้วเกิดขึ้นโดยอธรรมเลย.
               อีกอย่างหนึ่ง บทว่า สห ธมฺเมน แปลว่า มีเหตุ. อธิบายว่า โภคสมบัติจงเกิดขึ้นกับด้วยการณ์ คือตำแหน่งมีตำแหน่งเสนาบดีและเศรษฐีเป็นต้นนั้นๆ.
               บทว่า ยโส ได้แก่ บริวารสมบัติ.
               บทว่า สห ญาติภิ ได้แก่ พร้อมกับญาติ.
               บทว่า สห อุปชฺฌาเยหิ ได้แก่ พร้อมกับเพื่อนเคยเห็นและเพื่อนคบ ที่เรียกว่าอุปัชฌาย์ เพราะช่วยดูแลในเรื่องสุขและทุกข์.
               บทว่า อกิจฺจํ กโรติ ความว่า ทำการที่ไม่ควรทำ.
               บทว่า กิจฺจํ อปราเธติ ความว่า เมื่อไม่ทำกิจที่ควรทำ ชื่อว่าละเลยกิจนั้น.
               บทว่า ธํสติ ได้แก่ ย่อมตกไปคือย่อมเสื่อม.
               บทว่า อภิชฺฌาวิสมโลภํ ได้แก่ อภิชฌาวิสมโลภะ.
               บทว่า ปชหติ ได้แก่ บรรเทาคือนำออกไป.
               บทว่า มหาปญฺโญ ได้แก่ ผู้มีปัญญามาก.
               บทว่า ปุถุปญฺโญ ได้แก่ ผู้มีปัญญาหนา.
               บทว่า อาปาถทโส ความว่า เขาเห็นอรรถนั้นๆ ตั้งอยู่ในคลองธรรม ย่อมมาสู่คลองที่เป็นอรรถอันสุขุมของธรรมนั้น.
               บทว่า อุฏฺฐานกิริยาธิคเตหิ ได้แก่ ที่ได้มาด้วยความเพียร กล่าวคือความขยัน.
               บทว่า พาหาพลปริจิเตหิ ได้แก่ ที่สะสมให้มากขึ้นด้วยกำลังแขน.
               บทว่า เสทาวกฺขิตฺเตหิ คือ เหงื่อไหล. อธิบายว่า ด้วยความพยายามทำงานจนเหงื่อไหล.
               บทว่า ธมฺมิเกหิ ได้แก่ ประกอบด้วยธรรม.
               บทว่า ธมฺมลทฺเธหิ คือ ไม่ละเมิดกุศลกรรมบถธรรม ๑๐ ได้แล้ว.
               บทว่า ปตฺตกมฺมานิ ได้แก่ กรรมที่เหมาะ กรรมอันสมควร.
               บทว่า สุเขติ ได้แก่ ทำเขาให้มีความสุข.
               บทว่า ปิเณติ ได้แก่ ย่อมทำให้เอิบอิ่มสมบูรณ์ด้วยกำลัง.
               บทว่า ฐานํ คตํ โหติ ได้แก่ เป็นเหตุ. ถามว่า เหตุนั้นเป็นอย่างไร.
               ตอบว่า การงานที่พึงทำด้วยโภคะทั้งหลาย เป็นกรรมอย่างหนึ่งในปัตตกรรม ๔ เป็นฐานที่เกิดแต่โภคทรัพย์นั่นแล.
               บทว่า ปตฺตคตํ ได้แก่ เป็นฐานะที่ควรที่ถึงแล้ว.
               บทว่า อายตนโส ปริภุตฺตํ ได้แก่ บริโภคแล้วโดยเหตุนั่นแล ก็เกิดแต่โภคทรัพย์.
               บทว่า ปริโยธาย วตฺตติ ได้แก่ ย่อมปิดไว้. อริยสาวกบริจาคทรัพย์เพื่อประโยชน์แก่การดับไฟที่ไหม้เรือนเป็นต้น ย่อมปิดกั้นทางแห่งอันตรายเหล่านั้นเหมือนอย่างเมื่อคราวอันตรายทั้งหลายเกิดขึ้นแต่ไฟเป็นต้นฉะนั้น.
               บทว่า โสตฺถึ อตฺตานํ กโรติ ความว่า ย่อมทำตนให้ปลอดภัยไม่มีอันตราย.
               บทว่า ญาติพลึ คือ สงเคราะห์ญาติ.
               บทว่า อติถิพลึ คือ ต้อนรับแขก.
               บทว่า ปุพฺพเปฺตพลึ คือ ทำบุญอุทิศให้ญาติผู้ตาย.
               บทว่า ราชพลึ คือ ส่วนที่ควรทำแด่พระราชา.
               บทว่า เทวตาพลึ คือทำบุญอุทิศให้เทวดา.
               บทว่า ญาติพลึ เป็นต้นนั้นทั้งหมด เป็นชื่อของทานที่พึงให้ตามสมควรแก่บุคคลนั้นๆ.
               บทว่า ขนฺติโสรจฺเจ นิวิฏฺฐา ความว่า ตั้งมั่นอยู่ในอธิวาสนขันติและในความเป็นผู้มีศีลอันดี.
               บทว่า เอกมตฺตานํ ทเมนฺติ ความว่า ย่อมฝึกอัตภาพของตนอย่างเดียว ด้วยการฝึกอินทรีย์.
               บทว่า สเมนฺติ ความว่า ย่อมสงบจิตของตนด้วยความสงบกิเลส.
               บทว่า ปรินิพฺพาเปนฺติ ความว่า ย่อมดับด้วยการดับกิเลส.
               ในบทว่า อุทฺธคฺคิกํ เป็นต้น ทักษิณาชื่อว่าอุทธัคคิกา เพราะมีผลในเบื้องบนด้วยสามารถให้ผลในภูมิสูงๆ ขึ้นไป. ทักษิณาเป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่สวรรค์ เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่าโสวัคคิกา เพราะให้เกิดอุปบัติในสวรรค์นั้น ชื่อว่าสุขวิปากา เพราะมีสุขเป็นวิบากในที่เกิดแล้ว. ชื่อว่าสัคคสังวัตตนิกา เพราะทำอารมณ์อันดีคือของวิเศษ ๑๐ มีวรรณทิพย์เป็นต้นให้เกิด อธิบายว่า ย่อมตั้งทักษิณาเช่นนั้นไว้.
               บทว่า อริยธมฺเม ฐิโต คือ ตั้งอยู่ในเบญจศีลเบญจธรรม.
               บทว่า เปจฺจ สคฺเค ปโมทติ ความว่า นรชนนั้นไปปรโลกถือปฏิสนธิแล้วย่อมบันเทิงในสวรรค์. คฤหัสถ์ไม่ว่าจะเป็นโสดาบันและสกทาคามี หรืออนาคามีก็ตาม ปฏิปทานี้ย่อมได้เหมือนกันทุกคนแล.

               จบอรรถกถาปัตตกัมมสูตรที่ ๑               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ ปัตตกรรมวรรคที่ ๒ ๑. ปัตตกรรมสูตร จบ.
อ่านอรรถกถา 21 / 1อ่านอรรถกถา 21 / 60อรรถกถา เล่มที่ 21 ข้อ 61อ่านอรรถกถา 21 / 62อ่านอรรถกถา 21 / 274
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=21&A=1758&Z=1845
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๓  มกราคม  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :