ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ อาฆาตวรรคที่ ๒
๖. นิโรธสูตร

               อรรถกถานิโรธสูตรที่ ๖               
               พึงทราบวินิจฉัยในนิโรธสูตรที่ ๖ ดังต่อไปนี้ :-
               บทว่า อตฺเถตํ ฐานํ แปลว่า เหตุนั้นมีอยู่.
               บทว่า โน เจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม อญฺญํ อาราเธยฺย ความว่า หากภิกษุนั้นยังไม่บรรลุพระอรหัตในอัตภาพนี้.
               บทว่า กพฬิงฺการภกฺขานํ เทวานํ ได้แก่ เทวดาชั้นกามาวจร.
               บทว่า อญฺญตรํ มโนมยํ กายํ ได้แก่ หมู่พรหมชั้นสุทธาวาสหมู่ใดหมู่หนึ่ง ซึ่งเกิดด้วยใจที่ประกอบด้วยฌาน.
               บทว่า อุทายี ได้แก่ โลฬุทายี.
               โลฬุทายีนั้นได้สดับว่า มโนมยํ ดังนี้จึงค้านว่าไม่เป็นการสมควร. เพื่อป้องกันลัทธิของพวกคนพาลที่เกิดขึ้นอย่างนี้ว่า ท่านสารีบุตรจะรู้อะไร ซึ่งพวกภิกษุยังพากันคัดค้านถ้อยคำอย่างนี้ต่อหน้าดังนี้ พระเถระไม่หยุดถ้อยคำนั้นเสียเอง จึงเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า.
               บทว่า อตฺถินาม เป็นนิบาตลงในอรรถว่าอ้างถึง.
               ด้วยเหตุนั้น บทว่า อชฺฌุเปกฺขิสฺสถ ในที่นี้ท่านจึงทำให้เป็นศัพท์อนาคตกาล. ในสูตรนี้มีเนื้อความดังนี้ว่า ดูก่อนอานนท์ พวกเธอจงเพ่งดูภิกษุผู้เป็นเถระถูกเบียดเบียนอย่างนี้ เราจะไม่ทนต่อพวกเธอ ไม่อดทน ไม่อดกลั้นละดังนี้.
               ถามว่า เพราะเหตุใด พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสอย่างนี้กะพระอานนทเถระเท่านั้น.
               ตอบว่า เพราะพระอานนทเถระเป็นคลังธรรม.
               จริงอยู่ พระอุทายีเมื่อกล่าวต่อท่านผู้เป็นคลังธรรมอย่างนี้ จึงเป็นภาระที่จะห้ามปราม. อีกอย่างหนึ่ง พระอานนทเถระก็เป็นปิยสหายของพระสารีบุตรเถระ ด้วยเหตุนั้นจึงเป็นภาระของพระอานนทเถระ.
               ในข้อนั้น แม้พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อทรงตำหนิพระอานนทเถระจึงตรัสอย่างนี้ก็จริง ถึงอย่างนั้นก็มิใช่ตำหนิพระอานนทเถระเท่านั้น พึงทราบว่าเป็นการตำหนิภิกษุทั้งหมดที่อยู่กันพร้อมหน้านั่นแล.
               บทว่า วิหารํ ได้แก่ พระคันธกุฎี.
               บทว่า อนจฺฉริยํ ได้แก่ ไม่น่าอัศจรรย์.
               บทว่า ยถา เป็นคำกล่าวเหตุ.
               ในบทว่า อายสฺมนฺตญฺเญเวตฺถ อฺปวาณํ ปฏิวาเสยฺย พระอานนทเถระชี้แจงว่า เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงปรารภเหตุนี้ ทรงยกเรื่องนี้มาอ้างแล้ว คำตอบจงแจ่มแจ้ง จงปรากฏแก่ท่านอุปวาณะเถิด.
               บทว่า สารชฺชํ โอกฺกนฺตํ ได้แก่ เกิดโทมนัสใจ.
               ท่านอุปวาณะกล่าวถึงศีลของพระขีณาสพเป็นต้นด้วยบทมีอาทิว่า สีลวา ดังนี้.
               บทว่า ขณฺฑิจฺเจน เป็นต้น ท่านอุปวาณะกล่าวด้วยถามถึงเหตุแห่งสักการะเป็นต้น ในข้อนี้มีอธิบายว่า สพรหมจารีทั้งหลายพึงสักการะเพื่อนพรหมจารีด้วยเหตุมีฟันหักเป็นต้น.

               จบอรรถกถานิโรธสูตรที่ ๖               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ อาฆาตวรรคที่ ๒ ๖. นิโรธสูตร จบ.
อ่านอรรถกถา 22 / 1อ่านอรรถกถา 22 / 165อรรถกถา เล่มที่ 22 ข้อ 166อ่านอรรถกถา 22 / 167อ่านอรรถกถา 22 / 388
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=22&A=4466&Z=4543
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๓  มกราคม  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com