ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต สติวรรคที่ ๔
๓. มูลสูตร

               อรรถกถามูลสูตรที่ ๓               
               มูลสูตรที่ ๓ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
               บทว่า สพฺเพ ธมฺมา ได้แก่ ขันธ์ ๕.
               บทว่า ฉนฺทมูลกา ความว่า ชื่อว่ามีฉันทะเป็นมูล เพราะมีฉันทะคืออัธยาศัยและฉันทะ คือความเป็นผู้ใคร่จะทำเป็นมูลของขันธ์ ๕ นั้น.
               ชื่อว่ามนสิการเป็นแดนเกิด เพราะเกิดแต่มนสิการ.
               ชื่อว่ามีผัสสะเป็นสมุทัย เพราะเกิด คือรวมเป็นกลุ่มแต่ผัสสะ.
               ชื่อว่าเวทนาเป็นที่ประชุมลง เพราะประชุมลงในเวทนา.
               ชื่อว่ามีสมาธิเป็นประมุข เพราะมีสมาธิเป็นประธาน.
               ชื่อว่ามีสติเป็นใหญ่ เพราะมีสติเป็นอธิบดี ด้วยอรรถว่าเจริญที่สุด. อธิบายว่า มีสติเป็นหัวหน้า.
               ชื่อว่ามีปัญญาเป็นยอด เพราะอรรถว่ามีปัญหาสูงสุด.
               ชื่อว่ามีวิมุตติเป็นแก่น เพราะมีวิมุติเป็นสาระ.
               ก็ในที่นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสโลกิยธรรมทั้ง ๔ มีฉันทะเป็นมูลเป็นต้น ที่เหลือตรัสคละกันทั้งโลกิยะและโลกุตตระแล.

               จบอรรถกถามูลสูตรที่ ๓               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต สติวรรคที่ ๔ ๓. มูลสูตร จบ.
อ่านอรรถกถา 23 / 1อ่านอรรถกถา 23 / 188อรรถกถา เล่มที่ 23 ข้อ 189อ่านอรรถกถา 23 / 190อ่านอรรถกถา 23 / 281
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=23&A=7198&Z=7220
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๘  กุมภาพันธ์  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :