ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สัมโพธวรรคที่ ๑
๔. นันทกสูตร

               อรรถกถานันทกสูตรที่ ๔               
               นันทกสูตรที่ ๔ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
               บทว่า อุปฏฺฐานสาลายํ ได้แก่ หอฉัน.
               บทว่า เยนุปฏฺฐานสาลา ความว่า พระศาสดาสดับเสียงการแสดงธรรมอันพระนันทกเถระเริ่มแล้วด้วยเสียงอันไพเราะ จึงตรัสถามว่า อานนท์ นั่นใครแสดงธรรมด้วยถ้อยคำอันไพเราะ ในอุปัฏฐานศาลา ทรงสดับว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ วันนี้เป็นวาระของพวกนันทกเถระผู้เป็นธรรมกถึก ได้ตรัสว่า อานนท์ ภิกษุนั่นแสดงธรรมไพเราะยิ่งนัก แม้เราจักไปฟังดังนี้ จึงเสด็จเข้าไปยังอุปัฏฐานศาลา.
               บทว่า อุปสงฺกมิตฺวา พหิทฺวารโกฏฺฐเก อฏฺฐาสิ ได้แก่ ทรงปิดบังฉัพพัณณรังสีไว้ในกลีบจีวรแล้ว ประทับยืนด้วยเพศที่ใครไม่รู้จัก.
               บทว่า กถาปริโยสานํ อาคมยมาโน ความว่า ประทับยืนฟังธรรมกถาอยู่ถึงกถาสุดท้ายนี้ว่า อิทมโวจ ดังนี้.
               ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์ได้ทูลถวายสัญญาแต่พระศาสดาเมื่อเลยปฐมยามไปแล้วว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ปฐมยามล่วงไปแล้ว พระองค์ทรงพักผ่อนสักหน่อย ดังนี้.
               พระศาสดาประทับยืนอยู่ ณ ที่นั้นนั่นแล.
               ครั้นต่อมา เมื่อเลยมัชฌิมยามไปแล้ว ท่านพระอานนท์ได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระองค์ทรงเป็นขัตติยสุขุมาลชาติโดยปกติ ทรงเป็นพุทธสุขุมาลชาติ ทรงเป็นสุขุมาลชาติอย่างยิ่ง แม้มัชฌิมยามก็ล่วงไปแล้ว ขอจงทรงพักผ่อนสักครู่เถิดดังนี้.
               พระศาสดาประทับยืนอยู่ ณ ที่นั้นนั่นเอง.
               รุ่งอรุณปรากฏแล้วแก่พระศาสดาพระองค์นั้นผู้ทรงประทับยืนอยู่นั่นแล. อรุณขึ้นก็ดี การจบกถาถึงบทว่า อิทมโวจ ของพระกถาก็ดี การเปล่งฉัพพรรณรังสีของพระทศพลก็ดี ได้มีคราวเดียวกันนั่นเอง.
               บทว่า อคฺคฬํ อาโกเฏสิ ได้แก่ ทรงเอาปลายพระนขาเคาะบานประตู.
               บทว่า สารชฺชายมานรูโป ได้แก่ ระอา เกรงกลัว หวาดหวั่น. ส่วนพระนันทกเถระนั้นไม่มีความหวาดสะดุ้งด้วยความเสียใจ.
               บทว่า เอตฺตกํปิ โน นปฺปฏิภาเสยฺย ความว่า ผู้ได้ปฏิสัมภิทา ชื่อว่าหมดปฏิภาณ ย่อมไม่มี. แต่ท่านแสดงว่า เราไม่พึงกล่าวคำประมาณเท่านี้.
               บทว่า สาธุ สาธุ ได้แก่ ทรงร่าเริงกับการแสดงธรรมของพระเถระ จึงได้ตรัสแล้ว. ก็ในข้อนี้มีความหมายดังนี้ว่า ธรรมเทศนา ท่านถือเอาความได้ดี และแสดงได้ดีแล้วดังนี้.
               บทว่า กุลปุตฺตานํ ได้แก่ กุลบุตรมีมรรยาท และกุลบุตรมีชาติตระกูล.
               บทว่า อรโย วา ตุณฺหีภาโว ได้แก่ ตรัสหมายเอาสมาบัติในทุติยฌาน.
               บทว่า อธิปญฺญาธมฺมวิปสฺสนาย ได้แก่ วิปัสสนาญาณกำหนดสังขาร.
               บทว่า จตุปฺปาทโก ได้แก่ เปรียบเหมือนสัตว์มีม้าโคและลาเป็นต้น.
               บทว่า อิทํ วตฺวา ได้แก่ ตรัสธรรมนี้ประกอบด้วยองค์ ๔.
               บทว่า วิหารํ ปาวิสิ ได้แก่ เสด็จเข้าไปสู่พระคันธกุฎี.
               บทว่า กาเลน ธมฺมสฺสวเน ได้แก่ ในการฟังธรรมตามกาละ.
               บทว่า ธมฺมสากจฺฉาย ได้แก่ ในการกล่าวถามกัน.
               บทว่า คมฺภีรํ อตฺถปทํ ได้แก่ อรรถที่ลุ่มลึก คือลี้ลับ.
               บทว่า ปญฺญาย ได้แก่ มรรคปัญญาพร้อมด้วยวิปัสสนา ปัญญาที่รู้แจ้งแทงตลอดด้วยการพิจารณาก็ดี ปัญญาที่เกิดแต่การเรียนและการสอบถามก็ดี ย่อมควรทั้งนั้น.
               บทว่า ปตฺโต วา คจฺฉติ วา ความว่า เขาย่อมสรรเสริญด้วยความสรรเสริญคุณอย่างนี้ว่า ท่านผู้นี้บรรลุแล้วหรือจักบรรลุอรหัตดังนี้.
               บทว่า อปฺปตฺตมานสา ได้แก่ ชื่อว่า อปฺปตฺตมานสา เพราะยังไม่บรรลุอรหัต หรือพวกภิกษุเหล่านั้นมีใจยังไม่บรรลุอรหัตดังนี้ก็มี.
               ในบทว่า ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารํ นี้ได้แก่ ธรรมเป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน ทั้งโลกิยะ ทั้งโลกุตระ ย่อมควร.

               จบอรรถกถานันทกสูตรที่ ๔               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สัมโพธวรรคที่ ๑ ๔. นันทกสูตร จบ.
อ่านอรรถกถา 23 / 1อ่านอรรถกถา 23 / 207อรรถกถา เล่มที่ 23 ข้อ 208อ่านอรรถกถา 23 / 209อ่านอรรถกถา 23 / 281
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=23&A=7619&Z=7710
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๘  กุมภาพันธ์  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :