ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๔
๑๐. ตปุสสสูตร

               อรรถกถาตปุสสสูตรที่ ๑๐               
               ตปุสสสูตรที่ ๑๐ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
               บทว่า มลฺลเกสุ ได้แก่ ในแคว้นของมัลลกษัตริย์.
               พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรู้ว่าจักมีการสนทนากันระหว่างตปุสสคฤหบดีกับพระอานนท์ผู้อยู่ในที่นี้ เราจักแสดงธรรมปริยายมากมีเรื่องนั้นเป็นเหตุ จึงตรัสพระดำรัสนี้ว่า ดูก่อนอานนท์ เธอจงอยู่ ณ ที่นี้ก่อนเถิดดังนี้.
               บทว่า อุปสงฺกมิ ความว่า ได้ยินว่า ตปุสสคฤหบดีนั้นบริโภคอาหารเช้าแล้วคิดว่า เราจักไปเฝ้าพระทศพล ดังนี้จึงออกไปเห็นพระเถระแต่ไกล จึงเข้าไปหาพระอานนท์.
               บทว่า ปปาโต วิย ขายติ ยทิทํ เนกฺขมฺมํ ความว่า เนกขัมมะกล่าวคือบรรพชานี้ปรากฏด้วยดี คือปรากฏชัดแก่เราเหมือนเหวใหญ่.
               บทว่า เนกฺขมฺเม จิตูตํ ปกฺขนทติ ความว่า จิตย่อมแล่นไปในบรรพชาด้วยทำให้เป็นอารมณ์ คือจิตทำบรรพชานั้นให้เป็นอารมณ์ ย่อมเลื่อมใส ย่อมดำรงมั่นในบรรพชานั้น ย่อมพ้นจากธรรมอันเป็นข้าศึก.
               บทว่า เอตํ สนฺตนฺติ ปสฺสโต ได้แก่ ของภิกษุผู้เห็นอยู่อย่างนี้ว่า เนกขัมมะนี้สงบ คือปราศจากความกระวนกระวายและความเร่าร้อน.
               บทว่า พหุนา ชเนน วิสภาโค ความว่า เนกขัมมะนี้นั้นของภิกษุทั้งหลายเป็นวิสภาค คือไม่เหมือนกับมหาชน.
               บทว่า กถาปาภตํ คือ เหตุที่พูดจากัน.
               บทว่า ตสฺส มยฺหํ อานนฺท เนกฺขมฺเม จิตฺตํ น ปกฺขนฺทติ ความว่า จิตของเราแม้ตรึกอยู่อย่างนี้นั้น ก็ยังไม่หยั่งลงในบรรพชา.
               บทว่า เอตํ สนฺตนฺติ ปสฺสโต ความว่า แม้เห็นอยู่ว่า เนกขัมมะนี้สงบด้วยการตรึกอย่างรอบคอบว่า เนกขัมมะดีแน่ดังนี้.
               บทว่า อนาเสวิโต ได้แก่ ไม่เสพ คือไม่ถูกต้องไม่ทำให้แจ้ง.
               บทว่า อธิคมฺม ได้แก่ ถึงการบรรลุทำให้แจ้ง.
               บทว่า ตเมเสเวยฺยํ ได้แก่ พึงเสพ คือพึงพบอานิสงส์นั้น.
               บทว่า ยมฺเม ได้แก่ ของเราด้วยเหตุใด.
               บทว่า อธิคมฺม แปลว่า บรรลุแล้ว.
               บทว่า สฺวาสฺส เม โหติ อาพาโธ ได้แก่ ชื่อว่าอาพาธ เพราะอรรถว่าเบียดเบียนเรา.
               บทว่า อวิตกฺเก จิตฺตตํ น ปกฺขนฺทติ ความว่า จิตย่อมไม่แล่นไปในทุติยฌานอันไม่มีวิตกและวิจารด้วยสามารถอารมณ์.
               บทว่า วิตกฺเกสุ ได้แก่ วิตกและวิจาร.
               คำที่เหลือในบททั้งปวงมีเนื้อความง่ายทั้งนั้น.

               จบอรรถกถาตปุสสสูตรที่ ๑๐               
               จบมหาวรรควรรณนาที่ ๔               
               -----------------------------------------------------               

               รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
                         ๑. วิหารสูตรที่ ๑
                         ๒. วิหารสูตรที่ ๒
                         ๓. นิพพานสูตร
                         ๔. คาวีสูตร
                         ๕. ฌานสูตร
                         ๖. อานันทสูตร
                         ๗. พราหมณสูตร
                         ๘. เทวสูตร
                         ๙. นาคสูตร
                         ๑๐. ตปุสสสูตร
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๔ ๑๐. ตปุสสสูตร จบ.
อ่านอรรถกถา 23 / 1อ่านอรรถกถา 23 / 244อรรถกถา เล่มที่ 23 ข้อ 245อ่านอรรถกถา 23 / 246อ่านอรรถกถา 23 / 281
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=23&A=9350&Z=9543
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๘  กุมภาพันธ์  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :