ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ มหายัญญวรรคที่ ๕
๑. จิตตสูตร

               มหายัญญวรรคที่ ๕               
               อรรถกถาจิตตสูตรที่ ๑               
               วรรคที่ ๕ สูตรที่ ๑ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
               บทว่า วิญฺญาณฏฺฐิติโย ได้แก่ ที่ตั้งแห่งปฏิสนธิวิญญาณ.
               ศัพท์ว่า เสยฺยถาปิ เป็นนิบาต ใช้ในอรรถว่าเป็นตัวอย่าง. อธิบายว่า มนุษย์ทั้งหลาย.
               จริงอยู่ บรรดามนุษย์ทั้งหลายหาประมาณมิได้ในจักรวาฬ หาประมาณมิได้ แม้ ๒ คนจะชื่อว่าเหมือนมนุษย์คนเดียวกันด้วยอำนาจสีและทรวดทรงเป็นต้นหามีไม่. แม้มนุษย์เหล่าใดเป็นพี่น้องฝาแฝดในที่ไหนๆ ย่อมเหมือนกันโดยสีและทรวดทรง แม้มนุษย์เหล่านั้นแปลกกันตรงที่แลดูเหลียวดู พูดหัวเราะ เดินและยืนเป็นต้นนั่นแล. เพราะฉะนั้น จึงตรัสว่า นานตฺตกายา มีกายต่างกัน.
               ก็ปฏิสนธิสัญญาของสัตว์เหล่านั้นเป็นติเหตุกะก็มี เป็นทุเหตุกะก็มี เป็นอเหตุกะก็มี เพราะเหตุนั้น พระองค์จึงตรัสว่า นานตฺตสญฺญิโน มีสัญญาต่างกัน.
               บทว่า เอกจฺเจ จ เทวา ได้แก่ เทวดาชั้นกามาวจร ๖ ชั้น.
               จริงอยู่ บรรดาเทวดาชั้นกามาวจร ๖ ชั้นนั้น เทวดาบางพวกมีกายเขียว บางพวกมีกายเหลืองเป็นต้น ส่วนสัญญาของเทวดาเหล่านั้นเป็นทุเหตุกะก็มี เป็นติเหตุกะก็มี ที่เป็นอเหตุกะไม่มี.
               บทว่า เอกจฺเจ จ วินิปาติกา ความว่า สัตว์ผู้พ้นจากอบาย ๔ มีอาทิอย่างนี้คือ อุตตรมาตายักขิณี ปิยังกรมาตายังขิณี ผุสสมิตตายักขิณี ธัมมคุตตายักขิณี และเวมาณิกเปรตเหล่าอื่น.
               ก็สัตว์เหล่านั้นมีกายต่างกันโดยผิว มีผิวเหลือง ผิวขาว ผิวดำและผิวคล้ำเป็นต้น และโดยผอมอ้วนเตี้ยและสูง. แม้สัญญาก็ต่างกัน โดยเป็นทุเหตุกติเหตุกะ และอเหตุกะ แต่สัตว์เหล่านั้นไม่มีอำนาจมากเหมือนเทวดา มีอำนาจน้อย มีอาหารและเครื่องนุ่งห่มหายาก อยู่เป็นทุกข์ เหมือนมนุษย์ยากไร้ บางพวกต้องทุกข์เวลาข้างแรม มีสุขเวลาข้างขึ้น เพราะฉะนั้นจึงตรัสว่า วินิปาติกา เพราะตกไปจากกองสุข. ส่วนบรรดาสัตว์เหล่าอื่น สัตว์เหล่าใดเป็นติเหตุกะ สัตว์เหล่าอื่นตรัสรู้ธรรมก็มีเหมือนปิยังกรมาตายักขิณีเป็นต้น.
               บทว่า พฺรหฺมกายิกา ได้แก่พรหมปาริสัชชา พรหมปุโรหิตา มหาพรหมา.
               บทว่า ปฐมาภินิพฺพตฺตา ได้แก่ สัตว์เหล่านั้นแม้ทั้งหมดบังเกิดด้วยปฐมฌาน.
               ส่วนพรหมปาริสัชชาบังเกิดด้วยปฐมฌานอย่างอ่อน พรหมปาริสัชชาเหล่านั้นมีอายุประมาณเท่ากับส่วนที่ ๓ แห่งกัป. พรหมปุโรหิตาบังเกิดด้วยปฐมฌานปานกลาง มีอายุประมาณกึ่งกัป พรหมเหล่านั้นจึงมีกายกว้างกว่ากัน. มหาพรหมาบังเกิดด้วยปฐมฌานอย่างประณีต มีอายุประมาณกัปหนึ่ง. พึงทราบว่า นานตฺตกายา เอกตฺตสญฺญิโน เพราะมีกายต่างกัน มีสัญญาเป็นอันเดียวกัน ด้วยอำนาจปฐมฌาน. สัตว์ในอบาย ๔ ก็เหมือนกับพรหมเหล่านั้น.
               จริงอยู่ ในนรกทั้งหลาย สัตว์บางพวกมีอัตภาพคาวุตหนึ่ง บางพวกกึ่งโยชน์ บางพวกโยชน์หนึ่ง แต่ของพระเทวทัต ๑๐๐ โยชน์. แม้ในบรรดาสัตว์เดียรัจฉาน บางพวกเล็ก บางพวกใหญ่ แม้ในปิตติวิสัยบางพวก ๖๐ ศอก บางพวก ๘๐ ศอก บางพวกมีพรรณดี บางพวกมีพรรณทราม. พวกกาลกัญชกอสูรก็เหมือนกัน.
               อีกอย่างหนึ่ง ในพวกอสูรเหล่านั้น ชื่อว่าทีฆปิฏฐิกอสูร ๖๐ โยชน์ ก็สัญญาของอสูรทั้งหมด เป็นอกุศลวิบากอเหตุกะ. ดังนี้ สัตว์ผู้เกิดในอบายย่อมนับว่ามีกายต่างกัน มีสัญญาเป็นอันเดียวกัน.
               บทว่า อาภสฺสรา ความว่า พรหมชื่อว่าอาภัสสรา เพราะพรหมเหล่านี้มีรัศมีซ่านออก คือแผ่ออกไปจากสรีระดุจขาดตกลง เหมือนเปลวไฟแห่งคบไฟฉะนั้น.
               บรรดาอาภัสสรพรหมเหล่านั้น พรหมผู้เจริญทุติยฌานและตติยฌานทั้ง ๒ อย่างอ่อนในปัญจกนัยเกิดขึ้น ชื่อว่าปริตตาภาพรหม. ปริตตาภาพรหมเหล่านั้นมีอายุประมาณ ๒ กัป. ที่เจริญทุติยฌาน ตติยฌานอย่างกลางเกิดขึ้น ชื่อว่าอัปปมาณาภาพพรหม. อัปปมาณาภาพรหมเหล่านั้นมีอายุประมาณ ๔ กัป. ที่เจริญทุติยฌาน ตติยฌานอย่างประณีตเกิดขึ้นชื่อว่าอาภัสราพรหม. อาภัสราพรหมเหล่านั้นมีอายุประมาณ ๘ กัป ในที่นี้ทรงถือเอาพรหมเหล่านั้นทั้งหมด โดยการกำหนดอย่างอุกฤษฏ์
               ความจริง พรหมเหล่านั้นทั้งหมดมีกายกว้างเป็นอันเดียวกัน. ส่วนสัญญาต่างๆ กัน ไม่มีวิตกเพียงมีวิจารบ้าง ไม่มีวิตกวิจารบ้าง.
               บทว่า สุภกิณฺหา ความว่า พรหมทั้งหลายมีรัศมีจากสรีระ ระยิบระยับด้วยความงาม รัศมีแห่งสรีระโดยความงาม. อธิบายว่า เป็นแห่งทึบโดยความงาม.
               จริงอยู่ สุภกิณหาพรหม พรหมเหล่านั้นรัศมีไม่ขาดไปเหมือนของอาภัสราพรหม. แต่ในปัญจกนัยเหล่าพรหมณ์ที่บังเกิดชื่อว่า ปริตตสุภาพรหม อัปปมาณาสุภาพรหมและสุภกิณหพรหม มีอายุ ๑๖ กัป ๓๒ กัปและ ๖๔ กัป ด้วยอำนาจจตุตถฌานอย่างอ่อน อย่างกลางและอย่างประณีต ดังนั้น พรหมเหล่านั้นทั้งหมด พึงทราบว่ามีกายเป็นอย่างเดียวกันและมีสัญญาเป็นอย่างเดียวกัน ด้วยสัญญาในจตุตถฌาน.
               ฝ่ายเวหัปผลาพรหมก็ย่อมเทียบวิญญาณฐิติที่ ๔ เท่านั้น. เหล่าอสัญญีสัตว์หรือวิญญาณาภาพรหม ย่อมไม่สงเคราะห์เข้าในข้อนี้ แต่ไปในสัตตาวาสทั้งหลาย.
               สุทธาวาสพรหมตั้งอยู่ในฝ่ายวิวัฏฏะ ย่อมไม่มีตลอดกาลทุกเมื่อ คือไม่เกิดขึ้นในโลกที่ว่างจากพระพุทธเจ้า ตลอดแสนกัปบ้าง อสงไขยหนึ่งบ้าง. เมื่อพระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงอุบัติขึ้นแล้วนั่นแล ย่อมเกิดขึ้นในภายในเขตกำหนด อายุ ๑๖,๐๐๐ กัป ย่อมเป็นเสมือนค่ายพักของพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้เป็นพระธรรมจักรพรรดิ์ เพราะเหตุนั้น จึงไม่เทียบวิญญาณฐิติและสัตตาวาส.
               ส่วนพระมหาสิวเถระกล่าวว่า แม้พรหมชั้นสุทธาวาสก็ย่อมเทียบวิญญาณฐิติที่ ๔ และสัตตาวาสที่ ๔ โดยสูตรนี้ว่า ดูก่อนสารีบุตร ก็สัตตาวาสไม่ใช่โอกาสที่จะได้โดยง่ายแล สัตตาวาสนั้น เราไม่เคยอยู่เลย โดยกาลอันยืดยาวนานนี้ เว้นเทวดาเหล่าสุทธาวาส. คำนั้น ท่านอนุญาตไว้แล้ว เพราะไม่มีพระสูตรห้ามไว้.
               เนวสัญญานาสัญญายตนฌาน ชื่อว่ามีสัญญาก็มิใช่ ไม่มีสัญญาก็มิใช่ เพราะแม้วิญญาณเป็นของละเอียดเหมือนสัญญาฉะนั้น เพราะเหตุนั้น เนวสัญญานาสัญญายตนฌานนั้น ท่านจึงไม่กล่าวไว้ในวิญญาณฐิติทั้งหลาย.

               จบอรรถกถาจิตตสูตรที่ ๑               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ มหายัญญวรรคที่ ๕ ๑. จิตตสูตร จบ.
อ่านอรรถกถา 23 / 1อ่านอรรถกถา 23 / 40อรรถกถา เล่มที่ 23 ข้อ 41อ่านอรรถกถา 23 / 42อ่านอรรถกถา 23 / 281
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=23&A=949&Z=966
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๑๘  มิถุนายน  พ.ศ.  ๒๕๔๙
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :