ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต
วินัยวรรคที่ ๓

               วินัยธรวรรคที่ ๘               
               อรรถกถาปฐมวินัยธรสูตรที่ ๑               
               วรรคที่ ๘ ปฐมวินยธรสูตรที่ ๑ (ข้อ ๗๒) มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
               บทว่า อาปตฺตี ชานาติ ความว่า ย่อมรู้อาบัตินั่นแหละว่าเป็นอาบัติ.
               แม้ในบทที่เหลือก็นัยนี้เหมือนกัน.
               จบอรรถกถาปฐมวินัยธรสูตรที่ ๑               

               อรรถกถาทุติยวินัยธรสูตรที่ ๒               
               ทุติยวินัยธรสูตรที่ ๒ (ข้อ ๗๓) มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
               บทว่า สฺวาคตานิ แปลว่า มาดีแล้ว คือ คล่องดีแล้ว.
               บทว่า สุวิภตฺตานิ ความว่า แบ่งเป็นส่วนไว้ด้วยดีแล้ว.
               บทว่า สุปฺปวตฺตินี ความว่า เป็นไปด้วยดี ในที่ๆ นึกได้ๆ คือ สวดได้คล่องแม่นยำ
               บทว่า สุวินิจฺฉิตานิ แปลว่า วินิจฉัยดีแล้ว.
               บทว่า สุตฺตโส ได้แก่ โดยวิภังค์.
               บทว่า อนุพฺยญฺชนโส ได้แก่ โดยขันธกะและบริวาร.
               จบอรรถกถาทุติยวินัยธรสูตรที่ ๒               

               อรรถกถาตติยวินัยธรสูตรที่ ๓               
               ตติยวินัยธรสูตรที่ ๓ (ข้อ ๗๔) มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
               บทว่า วินเย โข ปน ฐิโต โหติ ความว่า ตั้งอยู่แล้วในลักษณะแห่งวินัย.
               บทว่า อสํหิโร ความว่า ไม่อาจจะให้สละความยึดมั่นสิ่งที่ยึดไว้แล้ว
               จบอรรถกถาตติยวินัยธรสูตรที่ ๓               

               อรรถกถาสัตถุสาสนสูตรที่ ๙               
               สัตถุสาสนสูตรที่ ๙ (ข้อ ๘๐) มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
               บทว่า เอโก ได้แก่ ไม่มีเพื่อนสอง.
               บทว่า วูปกฏฺโฐ ความว่า หลีกออกไปแล้ว คือสงัดแล้ว อยู่ไกลแล้ว ทางกายก็จากคณะ ทางจิตก็จากกิเลสทั้งหลาย.
               บทว่า อปฺปมตฺโต ได้แก่ ตั้งอยู่แล้วในความไม่อยู่ปราศสติ.
               บทว่า ปหิตตฺโต แปลว่า มีตนส่งไปแล้ว
               บทว่า นิพฺพิทาย ได้แก่ เพื่อประโยชน์แก่ความระอาในวัฏฏะ.
               บทว่า วิราคาย ความว่า เพื่อประโยชน์แก่ความคลายกิเลสมีราคะเป็นต้น.
               บทว่า นิโรธาย ได้แก่ เพื่อประโยชน์แก่อันกระทำไม่ให้เป็นไปได้.
               บทว่า วูปสมาย ได้แก่ เพื่อความระงับกิเลส เพื่อเป็นไม่ได้แห่งกิเลส.
               บทว่า อภิญฺญาย ความว่า เพื่อประโยชน์แก่ความรู้ยิ่ง การยกขึ้นสู่ไตรลักษณ์.
               บทว่า สมฺโพธาย ความว่า เพื่อประโยชน์แก่การตรัสรู้ธรรม กล่าวคือมรรค.
               บทว่า นิพฺพาทาย ความว่า เพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน.
               จบอรรถกถาสัตถุสาสนสูตรที่ ๙               

               อรรถกถาอธิกรณสมถสูตรที่ ๑๐               
               อธิกรณสมถสูตรที่ ๑๐ (ข้อ ๘๑) มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
               ธรรมชื่อว่า อธิกรณสมถะ เพราะอรรถว่าระงับ คือยังอธิกรณ์ให้เข้าไปสงบระงับ.
               บทว่า อุปฺปนฺนุปฺปนฺนานํ แปลว่า เกิดขึ้นแล้ว เกิดขึ้นเล่า.
               บทว่า อธิกรณานํ ความว่า อธิกรณ์ ๔ นี้ คือ วิวาทาธิกรณ์ ๑ อนุวาทาธิกรณ์ ๑ กิจจาธิกรณ์ ๑ อาปัตตาธิกรณ์ ๑.
               บทว่า สมถาย วูปสมาย ความว่า เพื่อสงบและเพื่อเข้าไประงับ. พึงใช้สมถะ ๗ เหล่านี้ คือ สัมมุขาวินัย ๑ สติวินัย ๑ อมุฬหวินัย ๑ ปฏิญญาตกรณะ ๑ เยภุยเยนสิกา ๑ ตัสสปาปิยสิกา ๑ ติณวัตถารกวินัย ๑.
               นัยในการวินิจฉัยสมถะเหล่านั้น พึงถือเอาจากอรรถกถาพระวินัย.
               อีกอย่างหนึ่ง ในอรรถกถาแห่งสังคีติสูตรในทีฆนิกาย ก็ได้กล่าวไว้พิสดารแล้วนั่นแล.
               ในอรรถกถาสามคามสูตร ในมัชฌิมนิกาย ก็ได้กล่าวไว้แล้วเหมือนกันแล.

               จบอรรถกถาอธิกรณสมถสูตรที่ ๑๐               
               จบวินัยธรวรรคที่ ๘               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต วินัยวรรคที่ ๓ จบ.
อ่านอรรถกถา 23 / 1อ่านอรรถกถา 23 / 71อรรถกถา เล่มที่ 23 ข้อ 72อ่านอรรถกถา 23 / 82อ่านอรรถกถา 23 / 281
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=23&A=2900&Z=2984
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๘  กุมภาพันธ์  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :