ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย อุทาน ชัจจันธวรรคที่ ๖ สุภูติสูตร

               อรรถกถาสุภูติสูตร               
               สุภูติสูตรที่ ๗ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-
               บทว่า สุภูติ เป็นชื่อของพระเถระนั้น.
               จริงอยู่ ท่านผู้มีอายุนั้นได้สร้างอภินิหารไว้ที่บาทมูลของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ก่อสร้างบุญสมภารไว้ตลอดแสนกัป ในพุทธุปบาทกาลนี้ เกิดในตระกูลใหญ่มีสมบัติมาก ฟังพระธรรมเทศนาของพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วเกิดธรรมสังเวช ออกจากเรือนบวช เพราะได้สร้างบุญญาธิการไว้ เพียรพยายามอยู่ไม่นานนักก็ได้อภิญญา ๖.
               แต่เพราะถึงบารมีสูงสุดแห่งพรหมวิหารภาวนา พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงสถาปนาไว้ในเอตทัคคะในทางอยู่อย่างไม่มีกิเลสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บรรดาภิกษุผู้สาวกของเราผู้อยู่ในทางหากิเลสมิได้ สุภูติเป็นเอตทัคคะ.
               วันหนึ่งเวลาเย็น ท่านจากที่พักกลางวันหยั่งลงสู่ลานวิหาร เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้ากำลังทรงแสดงธรรมในท่ามกลางบริษัท ๔ กำหนดเวลาว่า เวลาจบเทศนา เราจะลุกไปถวายบังคม จึงนั่งเข้าผลสมาบัติ ณ โคนต้นไม้แห่งหนึ่ง ไม่ไกลพระผู้มีพระภาคเจ้า เหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ก็สมัยนั้นแล ท่านสุภูติ ฯลฯ เข้าผลสมาบัติ.
               ในการเข้าสมาบัตินั้น เริ่มตั้งแต่ทุติยฌานไป รูปาวจรสมาธิก็ดี อรูปาวจรสมาธิทั้งหมดก็ดี ก็คืออวิตักกสมาธินั่นเอง. แต่ในที่นี้ อรหัตผลสมาธิที่มีจตุตถฌานเป็นบาท ท่านประสงค์เอาว่า อวิตักกสมาธิ. มิจฉาวิตกที่ทุติยฌานเป็นต้นละแล้ว จัดว่ายังละไม่ดีก่อน เพราะไม่มีการละอย่างเด็ดขาด ส่วนที่พระอริยมรรคละนั่นแหละ จัดว่าละด้วยดี เพราะไม่มีกิจที่จะละต่อไป. เพราะฉะนั้น อรหัตผลสมาธิอันเป็นที่สุดแห่งอรหัตมรรค เพราะเกิดขึ้นในที่สุดแห่งการละมิจฉาวิตกทั้งสิ้น เมื่อว่าโดยพิเศษจึงควรกล่าวไว้ว่า อวิตักกสมาธิ จะป่วยกล่าวไปไยถึงการมีจตุตถฌาน เป็นบาทเล่า เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ก็ในที่นี้ อรหัตผลสมาธิที่มีจตุตถฌานเป็นบาท ท่านประสงค์เอาว่าอวิตักกสมาธิ.
               บทว่า เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ความว่า ทรงรู้โดยอาการทั้งปวงถึงอรรถนี้ กล่าวคือการที่ท่านสุภูติละกิเลส คือมิจฉาวิตกทั้งหมดได้ จึงทรงเปล่งอุทานนี้ อันแสดงความนั้น.
               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยสฺส วิตกฺกา วิธูปิตา ความว่า พระอริยบุคคลใดกำจัดมิจฉาวิตกแม้ทั้งหมด มีกามวิตกเป็นต้น คือทำให้สงบ ได้แก่ตัดขาดด้วยอริยมรรคญาณ.
               บทว่า อชฺฌตฺตํ สุวิกปฺปิตา อเสสา ความว่า กำหนดไว้ดี คือกำหนดด้วยดีโดยไม่เหลือ อันควรเกิดขึ้นในสันดานตน กล่าวคือภายในตน อธิบายว่า ตัดขาดด้วยดี โดยไม่เหลือแม้อะไรๆ ไว้.
               บทว่า ตํ ในบทว่า ตํ สงฺคมติจฺจ อรูปสญฺญี นี้ เป็นเพียงนิบาต. อีกอย่างหนึ่ง ตํ ศัพท์ มีเหตุเป็นอรรถ. ก็เพราะเหตุที่พระอริยบุคคลตัดมิจฉาวิตกได้เด็ดขาด ฉะนั้น พระอริยบุคคลนั้นจึงชื่อว่ามีความสำคัญในอรูป ด้วยมรรคสัญญาและผลสัญญา อันเป็นไปโดยกระทำพระนิพพานอันได้นามว่า อรูป ให้เป็นอารมณ์ เพราะไม่มีสภาวะแห่งรูป และไม่มีวิการคือความแปรผันในพระนิพพานนั้น หรือเพราะไม่มีเหตุแห่งความพิการ เหตุที่ล่วงเลยพ้นเครื่องข้อง ๕ อย่าง มีเครื่องข้องคือราคะเป็นต้น หรือเครื่องข้องคือกิเลสแม้ทั้งหมด.
               บทว่า จตุโยคาติคโต ได้แก่ ก้าวล่วงซึ่งโยคะ ๔ คือ กามโยคะ ภวโยคะ ทิฏฐิโยคะ และอวิชชาโยคะ ด้วยมรรคทั้ง ๔ ตามสมควร.
                อักษรในบทว่า น ชาตุ เมติ นี้ กระทำการเชื่อมบท. ความว่า ย่อมไม่กลับมาเพื่อเกิดในภพใหม่โดยส่วนเดียวแท้ คือท่านไม่มีการเกิดในภพใหม่ต่อไป. บางอาจารย์กล่าวว่า น ชาติ เมติ ดังนี้ก็มี ความก็อันนั้นแหละ.
               ดังนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงปรารภธรรมเครื่องอยู่ คืออรหัตผลสมาบัติ และอนุปาทิเสสนิพพานของท่านสุภูติ จึงทรงเปล่งอุทานอันเกิดจากกำลังปิติ.

               จบอรรถกถาสุภูติสูตรที่ ๗               
               -----------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย อุทาน ชัจจันธวรรคที่ ๖ สุภูติสูตร จบ.
อ่านอรรถกถา 25 / 1อ่านอรรถกถา 25 / 141อรรถกถา เล่มที่ 25 ข้อ 143อ่านอรรถกถา 25 / 144อ่านอรรถกถา 25 / 440
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=25&A=3675&Z=3688
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๙  กุมภาพันธ์  พ.ศ.  ๒๕๔๙
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com