ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 

อ่าน อรรถกถาหน้าต่างที่ [หน้าสารบัญ] [๑] [๒] [๓] [๔] [๕] [๖] [๗] [๘] [๙] [๑๐]
อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท อัตตวรรคที่ ๑๒

หน้าต่างที่   ๙ / ๑๐.

               ๙. เรื่องอุบาสกชื่อจุลกาล [๑๓๕]               
               ข้อความเบื้องต้น               
               พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงปรารภอุบาสกชื่อจุลกาล ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า "อตฺตนาว กตํ ปาปํ" เป็นต้น.

               จุลกาลถูกกล่าวหาว่าเป็นโจร               
               ความพิสดารว่า วันหนึ่ง พวกโจรขุดอุโมงค์ อันเจ้าของทั้งหลายติดตามแล้ว จึงทิ้งห่อภัณฑะไว้ข้างหน้าของอุบาสกผู้ฟังธรรมกถาในวิหารตลอดราตรี เดินออกจากวิหารแต่เช้าตรู่มาสู่กรุงสาวัตถีแล้ว ก็หลบหนีไป
               โดยนัยที่กล่าวแล้วในเรื่องมหากาลนั่นแล.
               พวกมนุษย์เห็นเข้าแล้ว พูดว่า "คนนี้ ทำโจรกรรมในราตรีแล้ว ทำทีเหมือนฟังธรรมเที่ยวไป ท่านทั้งหลายจงช่วยกันจับมันไว้ ดังนี้แล้ว โบยอุบาสกนั้น.

               จุลกาลรอดตายเพราะนางกุมภทาสีช่วย               
               หมู่นางกุมภทาสีเดินไปท่าน้ำ ประสบเหตุนั้น จึงกล่าวว่า "นายท่านทั้งหลายจงหลีกไป, ท่านผู้นี้ย่อมไม่ทำกรรมเห็นปานนั้น" ดังนี้แล้ว ให้มนุษย์พวกนั้นปล่อยเขาแล้ว.
               เขาไปวิหารบอกแก่ภิกษุทั้งหลายว่า "ท่านขอรับ ก็กระผมถูกมนุษย์ทั้งหลายให้ฉิบหายแล้ว, กระผมได้ชีวิตเพราะอาศัยพวกนางกุมภทาสี."
               ภิกษุทั้งหลายกราบทูลความนั้นแด่พระตถาคต.

               จะเศร้าหมองหรือผ่องแผ้วเพราะตน               
               พระศาสดาทรงสดับถ้อยคำของภิกษุเหล่านั้นแล้ว ตรัสว่า
               "ภิกษุทั้งหลาย จุลกาลอุบาสกได้ชีวิตเพราะอาศัยพวกนางกุมภทาสี และความที่ตนไม่ใช่ผู้ทำ ด้วยว่า ธรรมดาสัตว์เหล่านี้ทำบาปกรรมด้วยตนแล้ว ย่อมเศร้าหมองด้วยตนเอง ในอบายมีนรกเป็นต้น, ส่วนสัตว์ทั้งหลายทำกุศลแล้ว ไปสู่สุคติและนิพพาน ย่อมชื่อว่าบริสุทธิ์ได้ด้วยตนเอง"
               ดังนี้แล้ว ตรัสพระคาถานี้ว่า :-
                         ๙. อตฺตนา ว กตํ ปาปํ    อตฺตนา สงฺกิลิสฺสติ
                         อตฺตนา อกตํ ปาปํ    อตฺตนา ว วิสุชฺฌติ
                         สุทฺธิ อสุทฺธิ ปจฺจตฺตํ    นาญฺโญ อญฺญํ วิโสธเย.
                         บาปอันผู้ใดทำแล้วด้วยตนเอง ผู้นั้นย่อมเศร้าหมองด้วยตน;
                         บาปอันผู้ใดไม่ทำด้วยตน ผู้นั้นย่อมบริสุทธิ์ด้วยตนเอง;
                         ความบริสุทธิ์ไม่บริสุทธิ์ เป็นของเฉพาะตน,
                         คนอื่นทำคนอื่นให้บริสุทธิ์ไม่ได้.

               แก้อรรถ               
               ความแห่งพระคาถานั้นว่า :-
               อกุศลกรรมเป็นกรรมอันผู้ใดทำแล้วด้วยตน ผู้นั้นเมื่อเสวยทุกข์ในอบาย ๔ ชื่อว่าเศร้าหมองด้วยตนเอง; ส่วนบาปอันผู้ใดไม่ได้ทำด้วยตน ผู้นั้นเมื่อไปสู่สุคติและนิพพาน ชื่อว่าย่อมบริสุทธิ์ด้วยตนเอง,
               ความบริสุทธิ์กล่าวคือกุศลกรรม และความไม่บริสุทธิ์กล่าวคืออกุศลกรรม เป็นของเฉพาะตน คือย่อมเผล็ดผลเฉพาะในตนของสัตว์ผู้ทำทั้งหลาย. บุคคลอื่นทำบุคคลอื่นให้บริสุทธิ์ไม่ได้ คือให้หมดจดไม่ได้เลย ให้เศร้าหมองไม่ได้เลย."
               ในกาลจบเทศนา จุลกาลตั้งอยู่แล้วในโสดาปัตติผล. พระธรรมเทศนาได้มีประโยชน์แม้แก่บริษัทผู้ประชุมกัน ดังนี้แล.

               เรื่องอุบาสกชื่อจุลกาล จบ.               
               -------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท อัตตวรรคที่ ๑๒
อ่าน อรรถกถาหน้าต่างที่ [หน้าสารบัญ] [๑] [๒] [๓] [๔] [๕] [๖] [๗] [๘] [๙] [๑๐]
อ่านอรรถกถา 25 / 1อ่านอรรถกถา 25 / 21อรรถกถา เล่มที่ 25 ข้อ 22อ่านอรรถกถา 25 / 23อ่านอรรถกถา 25 / 440
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=25&A=692&Z=720
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๕  พฤศจิกายน  พ.ศ.  ๒๕๔๘
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com