ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 

อ่าน อรรถกถาหน้าต่างที่ [หน้าสารบัญ] [๑] [๒] [๓] [๔] [๕] [๖] [๗] [๘] [๙] [๑๐] [๑๑]
อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท โลกวรรคที่ ๑๓

หน้าต่างที่   ๔ / ๑๑.

               ๔. เรื่องอภัยราชกุมาร [๑๔๐]               
               ข้อความเบื้องต้น               
               พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเวฬุวัน ทรงปรารภอภัยราชกุมาร
               ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า "เอถ ปสฺสถิมํ โลกํ" เป็นต้น.

               พระกุมารได้รับพระราชทานราชสมบัติ               
               ได้ยินว่า เมื่ออภัยราชกุมารนั้นทรงปราบปรามปัจจันตชนบทให้สงบมาแล้ว พระเจ้าพิมพิสารผู้พระบิดาทรงพอพระทัยแล้ว พระราชทานหญิงฟ้อนคนหนึ่งผู้ฉลาดในการฟ้อนและการขับแล้ว ได้พระราชทานราชสมบัติสิ้น ๗ วัน.
               อภัยราชกุมารนั้นไม่เสด็จออกภายนอกพระราชมนเทียรเลย เสวยสิริแห่งความเป็นพระราชาสิ้น ๗ วัน เสด็จไปสู่ท่าแม่น้ำในวันที่ ๘ ทรงสรงสนานแล้ว เสด็จเข้าไปสู่พระอุทยาน ประทับนั่งทอดพระเนตรการฟ้อนและการขับของหญิงนั้น ดุจสันตติมหาอำมาตย์.
               ในขณะนั้นเอง แม้นางนั้นได้ทำกาละด้วยอำนาจกองลมกล้าดุจศัสตรา ดุจหญิงฟ้อนของสันตติมหาอำมาตย์ พระกุมารมีความโศกเกิดขึ้นแล้ว เพราะกาลกิริยาของหญิงฟ้อนนั้น ทรงดำริว่า "ผู้อื่น เว้นพระศาสดาเสีย จักไม่อาจเพื่อให้ความโศกนี้ของเราดับได้" ดังนี้แล้ว จึงเข้าไปเฝ้าพระศาสดากราบทูลว่า "พระเจ้าข้า ขอพระองค์จงให้ความโศกของข้าพระองค์ดับเถิด."

               อุบายระงับความโศก               
               พระศาสดาทรงปลอบพระกุมารนั้นแล้วตรัสว่า "กุมาร ก็ประมาณแห่งน้ำตาทั้งหลายที่เธอร้องไห้อยู่ในกาลแห่งหญิงนี้ตายแล้ว อย่างนี้นี่แลให้เป็นไปแล้ว ย่อมไม่มีในสงสาร ซึ่งมีที่สุดอันใครๆ รู้ไม่ได้"
               ทรงทราบความที่ความโศกเป็นสภาพเบาบาง เพราะเทศนานั้นแล้ว จึงตรัสว่า
               "กุมาร เธออย่าโศกเลย ข้อนั้นเป็นฐานะเป็นที่จมลงของชนพาลทั้งหลาย"
               ดังนี้แล้ว ตรัสพระคาถานี้ว่า:-
                         ๔. เอถ ปสฺสถิมํ โลกํ    จิตฺตํ ราชรถูปมํ
                         ยตฺถ พาลา วิสีทนฺติ    นตฺถิ สงฺโค วิชานตํ.
                         ท่านทั้งหลายจงมาดูโลกนี้๑- อันตระการ ดุจราชรถ
                         ที่พวกคนเขลาหมกอยู่, (แต่) พวกผู้รู้หาข้องอยู่ไม่.
____________________________
๑- พระศาสดาตรัสสองบทว่า เอถ ปสฺสถ ในพระคาถานั้น ทรงหมายเอาจำเพาะพระราชกุมาร.

               แก้อรรถ               
               บรรดาบทเหล่านั้น สองบทว่า เอถ ปสฺสถ พระศาสดาตรัสหมายเอาพระราชกุมารนั่นเอง.
               สองบทว่า อิมํ โลกํ ได้แก่ อัตภาพ กล่าวคือขันธโลกเป็นต้นนี้.
               บทว่า จิตฺตํ ความว่า อันวิจิตรด้วยเครื่องประดับมีเครื่องประดับคือผ้าเป็นต้น ดุจราชรถอันวิจิตรด้วยเครื่องประดับมีแก้ว ๗ ประการเป็นอาทิ.
               สองบทว่า ยตฺถ พาลา ความว่า พวกคนเขลาเท่านั้นหมกอยู่ในอัตภาพใด.
               บทว่า วิชานตํ ความว่า แต่สำหรับพวกผู้รู้ คือบัณฑิตทั้งหลาย หามีความข้องในกิเลสเครื่องข้อง คือราคะเป็นต้น แม้อย่างหนึ่งในอัตภาพนั้นไม่.
               ในเวลาจบเทศนา พระราชกุมารตั้งอยู่ในโสดาปัตติผลแล้ว
               พระธรรมเทศนาได้มีประโยชน์แม้แก่ผู้ประชุมกัน ดังนี้แล.

               เรื่องอภัยราชกุมาร จบ.               
               ----------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท โลกวรรคที่ ๑๓
อ่าน อรรถกถาหน้าต่างที่ [หน้าสารบัญ] [๑] [๒] [๓] [๔] [๕] [๖] [๗] [๘] [๙] [๑๐] [๑๑]
อ่านอรรถกถา 25 / 1อ่านอรรถกถา 25 / 22อรรถกถา เล่มที่ 25 ข้อ 23อ่านอรรถกถา 25 / 24อ่านอรรถกถา 25 / 440
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=25&A=721&Z=747
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๕  พฤศจิกายน  พ.ศ.  ๒๕๔๘
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com