ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ ติกนิบาต
ทุติยวรรค ราคสูตรที่ ๒

               อรรถกถาทุติยราคสูตร               
               ในทุติยราคสูตรที่ ๑๐ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-
               บทว่า น อตริ แปลว่า ข้ามไม่ได้แล้ว.
               บทว่า สมุทฺทํ ได้แก่ ทะเลคือสงสาร หรือทะเลคืออายตนะ มีจักขุอายตนะเป็นต้น สงสารและอายตนะแม้ทั้งสองอย่างนั้น ชื่อว่าสมุทร เพราะเป็นเหมือนทะเล โดยความหมายว่าเต็มได้ยาก.
               อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าสมุทร เพราะอรรถว่าเป็นเหมือนสมุทร.
               อธิบายว่า ชื่อว่าเป็นเหมือนสมุทร เพราะเป็นที่อยู่อาศัยของกิเลส คือเพราะสันดานของสัตว์เป็นเรือนของกิเลส.
               บทว่า สวิจึ ความว่า มีระลอกโดยระลอก คือความโกรธและความแค้น. สมดังที่ตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุ คำว่า ภัย คือระลอกนี้แลเป็นชื่อของความโกรธและความแค้น.๑-
____________________________
๑- ม. ม. เล่ม ๑๓/ข้อ ๑๙๑   ขุ. อิติ. เล่ม ๒๕/ข้อ ๒๘๙

               บทว่า สาวฏฺฏํ ความว่า พร้อมด้วยวังวนโดยวังวน คือกามคุณ ๕. สมจริงตามที่ตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุ คำว่า อาวัฏฏะ นี้เป็นชื่อของกามคุณทั้ง ๕.
____________________________
๒- ม. ม. เล่ม ๑๓/ข้อ ๑๙๓   องฺ. จตุกฺก. เล่ม ๒๑/ข้อ ๑๒๒   ขุ. อิติ. เล่ม ๒๕/ข้อ ๒๘๙

               บทว่า สคหํ สรกฺขสํ ความว่า ชื่อว่าประกอบด้วยบุคคลที่เป็นวิสภาคกัน (ศัตรู) เช่นกับด้วยมังกรดุ ปลาร้าย และผีเสื้อสมุทร เพราะให้เกิดอนัตถะแก่ผู้ไปสู่แหล่งหากินของตน. สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุ คำว่า สคหํ สรกฺขสํ นี้แลเป็นชื่อของมาตุคาม.๓-
____________________________
๓- ม. ม. เล่ม ๑๓/ข้อ ๑๙๔   ขุ. อิติ. เล่ม ๒๕/ข้อ ๒๘๙

               บทว่า อตริ ความว่า ข้ามพ้นทะเลตามที่กล่าวแล้วด้วยเรือ คือมรรคปัญญา.
               บทว่า ติณฺโณ แปลว่า ข้ามพ้นไปแล้ว.
               บทว่า ปารคโต ได้แก่ ผู้เข้าถึงฝั่ง คือฝั่งข้างโน้นของทะเลนั้น ได้แก่นิโรธ.
               บทว่า ถเล ติฏฺฐติ ความว่า ต่อจากนั้นไป เราตถาคตเรียกเขาว่าเป็นพราหมณ์ผู้ลอยบาปแล้ว ยืนอยู่บนบก คือฝั่งโน้น ได้แก่พระนิพพาน เพราะข้ามห้วงน้ำใหญ่มีกามเป็นต้น.
               แม้ในพระสูตรนี้ คาถาก็มีมาแล้วด้วยสามารถแห่งธรรมที่เป็นฝ่ายขาวเหมือนกัน.
               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุมฺมิภยํ ได้แก่ คลื่นและภัยตามที่กล่าวแล้ว คลื่นนั้นชื่อว่าเป็นภัย เพราะเป็นแดนน่าสะพึงกลัว.
               บทว่า ทุตฺตรํ ได้แก่ ข้ามได้ยากเหลือเกิน.
               บทว่า อจฺจตริ แปลว่า ได้ข้ามพ้นแล้ว.
               บทว่า สงฺคาติโค ความว่า ชื่อว่าผ่านเครื่องข้องไปแล้ว เพราะเป็นผู้ก้าวเลย คือละเครื่องข้อง ๕ อย่างมีราคะเป็นต้นได้แล้ว.
               บทว่า อฏฺฐงฺคโต โส น ปมาณเมติ ความว่า ผู้นั้นเป็นอย่างนั้น คือเป็นพระอรหันต์ ชื่อว่าผู้ถึงความขาดสูญแล้ว เพราะกิเลสมีราคะเป็นต้นที่เป็นธรรมทำประมาณถึงความดับสูญไปโดยส่วนเดียวโดยแท้. และต่อแต่นั้นไปเป็นผู้ไม่อาจที่ใครๆ จะนับได้ว่าบุคคลนั้นเป็นเช่นนี้โดยศีล โดยสมาธิ โดยปัญญา เพราะความบริบูรณ์แห่งธรรมขันธ์มีศีลเป็นต้น ชื่อว่าไม่ถึงการนับได้.
               อีกอย่างหนึ่ง ท่านผู้นั้นถึงความตั้งอยู่ไม่ได้ กล่าวคืออนุปาทิเสสนิพพาน ชื่อว่าย่อมไม่ถึง คือไม่เข้าถึงการนับได้ เพราะเป็นผู้ที่ใครๆ ไม่สามารถจะนับได้ว่า พระอรหันต์นั้นเป็นผู้ดำรงอยู่แล้วโดยคติชื่อนี้ และเป็นผู้เช่นนี้โดยชื่อและโคตร.
               ต่อแต่นั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงจบพระธรรมเทศนาลงด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุนั่นแหละว่า เราตถาคตกล่าวว่า เธอยังมัจจุราชให้หลงได้แล้ว คือเป็นผู้ที่พญามัจจุราชไม่สามารถจะติดตามได้.
               ในวรรคนี้ พึงทราบว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสวัฏฏะไว้ในสูตรที่ ที่ และที่ ตรัสวิวัฏฏะไว้ในสูตรที่ ที่ และที่ ตรัสทั้งวัฏฏะและวิวัฏฏะไว้ในพระสูตรที่เหลือ ด้วยประการดังพรรณนามานี้.

               จบอรรถกถาทุติยราคสูตรที่ ๑๐               
               จบวรรควรรณนาที่ ๒               

               รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
                         ๑. ปุญญกิริยาวัตถุสูตร
                         ๒. จักขุสูตร
                         ๓. อินทรียสูตร
                         ๔. อัทธาสูตร
                         ๕. ทุจริตสูตร
                         ๖. สุจริตสูตร
                         ๗. สุจิสูตร
                         ๘. มุนีสูตร
                         ๙. ปฐมราคสูตร
                         ๑๐. ทุติยราคสูตร และอรรถกถา.
               ---------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ ติกนิบาต ทุติยวรรค ราคสูตรที่ ๒ จบ.
อ่านอรรถกถา 25 / 1อ่านอรรถกถา 25 / 246อรรถกถา เล่มที่ 25 ข้อ 247อ่านอรรถกถา 25 / 248อ่านอรรถกถา 25 / 440
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=25&A=5721&Z=5747
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๓๑  มีนาคม  พ.ศ.  ๒๕๔๙
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :