ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ ติกนิบาต
จตุตถวรรค อันธการสูตร

               อรรถกถาอันธการสูตร               
               ในอันธการสูตรที่ ๘ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-
               บทว่า อกุสลวิตกฺกา ได้แก่ วิตกทั้งหลายที่เกิดแต่ความไม่ฉลาด.
               พึงทราบวินิจฉัยในบทมีอาทิว่า อนฺธกรณา ดังต่อไปนี้
               วิตก ชื่อว่ากระทำความมืดมน เพราะเกิดขึ้นเองแก่ผู้ใด จะทำให้ผู้นั้นมืดมน เพราะห้ามการเห็นตามความจริง ชื่อว่า ไม่ทำปัญญาจักษุ เพราะไม่ทำให้เกิดปัญญาจักษุ. ชื่อว่ากระทำความไม่รู้ เพราะทำความไม่รู้.
               บทว่า ปญฺญานิโรธา ความว่า ชื่อว่ายังปัญญาให้ดับ เพราะดับปัญญา ๓ อย่างเหล่านี้ คือ กัมมัสสกตาปัญญา ๑ ฌานปัญญา ๑ วิปัสสนาปัญญา ๑ โดยทำไม่ให้เป็นไป.
               ชื่อว่าเป็นไปในฝักใฝ่แห่งความคับแค้น เพราะเป็นไปในฝักฝ่ายแห่งวิฆาตะ กล่าวคือทุกข์ เหตุที่ให้ผลอันไม่น่าปรารถนา.
               ชื่อว่าไม่เป็นไปเพื่อนิพพาน เพราะไม่ยังกิเลสนิพพาน ให้เป็นไป.
               บทว่า กามวิตกฺโก ได้แก่ วิตกที่ปฏิสังยุตด้วยธรรม.
               อธิบายว่า กามวิตกนั้นเป็นวิตกที่ประกอบด้วยกิเลสกามแล้วเป็นไปในวัตถุกาม. วิตกที่ปฏิสังยุตด้วยพยาบาท ชื่อว่าพยาบาทวิตก. วิตกที่ปฏิสังยุตด้วยวิหิงสา ชื่อว่าวิหิงสาวิตก. และวิตกทั้ง ๒ อย่างนี้ (กามวิตก และพยาบาทวิตก) เกิดขึ้นในสัตว์บ้าง ในสังขารบ้าง.
               อธิบายว่า กามวิตกเกิดขึ้นแก่ผู้วิตกถึงสัตว์หรือสังขารอันเป็นที่รักเป็นที่พอใจ.
               พยาบาทวิตกเกิดขึ้นในสัตว์หรือสังขารอันไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่พอใจ ตั้งแต่เวลาที่โกรธ (เขา) แล้วมองดู จนถึงให้ฉิบหายไป.
               วิหิงสาวิตกไม่เกิดขึ้นในสังขารทั้งหลาย (เพราะว่า) ธรรมดาสังขารที่จะให้เป็นทุกข์ไม่มี แต่จะเกิดขึ้นในสัตว์ทั้งหลายในเวลาที่คิดว่า ขอสัตว์เหล่านี้จงลำบากบ้าง จงถูกฆ่าบ้าง จงขาดสูญบ้าง จงพินาศบ้าง อย่าได้มีเลยบ้าง.
               ก็ความดำริในกามเป็นต้น ก็คือกามวิตกเป็นต้นเหล่านั้นนั่นเอง
               อธิบายว่า โดยเนื้อความแล้ว กามวิตกเป็นต้นกับกามสังกัปปะเป็นต้น ไม่มีข้อแตกต่างกันเลย.
               ส่วนสัญญาที่สัมปยุตด้วยกามเป็นต้นนั้น ชื่อว่ากามสัญญาเป็นต้น ก็ (เพราะเหตุที่) ความแปลกกันแห่งกามธาตุเป็นต้น จะพึงหาได้ เพราะมาแล้วในพระบาลีว่า๑-
               ความตรึก ความตรึกตรองอันประกอบด้วยกาม มิจฉาสังกัปปะนี้เรียกว่ากามธาตุ. ความตรึก ความตรึกตรองอันประกอบด้วยพยาบาท มิจฉาสังกัปปะนี้เรียกว่าพยาบาทธาตุ. ความที่จิตอาฆาตในอาฆาตวัตถุ ๑๐ ความอาฆาตมาดร้าย ความที่จิตไม่แช่มชื่น นี้เรียกว่าพยาบาทธาตุ. ความตรึก ความตรึกตรองอันประกอบด้วยวิหิงสา มิจฉาสังกัปปะนี้เรียกว่าวิหิงสาธาตุ. บุคคลบางคนในโลกนี้ย่อมเบียดเบียนสัตว์ด้วยวัตถุอย่างใดอย่างหนึ่ง คือฝ่ามือ ก้อนดิน ท่อนไม้ ศัสตรา หรือเชือก นี้เรียกว่าวิหิงสาวิตก.
____________________________
๑- อภิ. วิ. เล่ม ๓๕/ข้อ ๙๒๗

               ฉะนั้น กถา ๒ อย่างในกามธาตุทั้ง ๓ นั้น ท่านร้อยกรองไว้หมดและไม่คละกัน. บรรดาธาตุทั้ง ๓ นั้น เมื่อถือเอากามธาตุ ธาตุทั้ง ๒ แม้นอกนี้ ก็ชื่อว่าย่อมเป็นอันถือเอาแล้วด้วย แต่ครั้นทรงนำออกจากกามธาตุนั้นแล้ว ก็จะทรงชี้ได้ว่า นี้เป็นพยาบาทธาตุ นี้เป็นวิหิงสาธาตุ ฉะนั้น กถานี้จึงชื่อว่าสัพพสังคาหิกา แต่พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อตรัสถึงกามธาตุ ก็ทรงวางพยาบาทธาตุไว้ในตำแหน่งแห่งพยาบาทธาตุ วางวิหิงสาธาตุไว้ในตำแหน่งแห่งวิหิงสาธาตุ แล้วตรัสบอกธาตุที่เหลือว่า ชื่อว่าเป็นกามธาตุ ฉะนั้น กถานี้จึงชื่อว่า อสัมภินนกถา.
               พึงทราบเนื้อความในธรรมฝ่ายขาวโดยปริยายที่แยกจากที่กล่าวแล้วดังต่อไปนี้
               วิตกที่ปฏิสังยุตด้วยเนกขัมมะ ชื่อว่าเนกขัมมวิตก เนกขัมมวิตกนั้นเป็นกามาวจรในส่วนเบื้องต้นที่เจริญอสุภ เป็นรูปาวจรในฌานที่มีอสุภเป็นอารมณ์ เป็นโลกุตระในเวลามรรคผลเกิดขึ้น เพราะทำฌานนั้นให้เป็นเบื้องบาท.
               วิตกที่ปฏิสังยุตด้วยความไม่พยาบาท ชื่อว่าอพยาบาทวิตก. อพยาบาทวิตกนั้น เป็นกามาวจรในส่วนเบื้องต้นที่เจริญเมตตา เป็นรูปาวจรในฌานมีเมตตาเป็นอารมณ์ เป็นโลกุตระในเวลาที่มรรคผลเกิดขึ้น เพราะกระทำฌานนั้นให้เป็นเบื้องบาท.
               วิตกที่ปฏิสังยุตด้วยอวิหิงสา ชื่อว่าอวิหิงสาวิตก อวิหิงสาวิตกนั้นเป็นกามาวจรในส่วนเบื้องต้นที่เจริญกรุณา เป็นรูปาวจรในส่วนที่มีกรุณาเป็นอารมณ์ เป็นโลกุตระในเวลาที่มรรคผลเกิดขึ้น เพราะกระทำฌานนั้นให้เป็นเบื้องบาท.
               แต่เมื่อใด อโลภะเป็นประธาน เมื่อนั้นเมตตาและกรุณาทั้งสองอย่างนอกนี้ก็จะคล้อยตามอโลภะนั้น. เมื่อใด เมตตาเป็นประธาน เมื่อนั้นอโลภะเป็นกรุณาทั้งสองอย่างนอกนี้ก็จะคล้อยตามเมตตานั้น. เมื่อใด กรุณาเป็นประธาน เมื่อนั้นอโลภะและเมตตาทั้งสองอย่างนอกนี้ก็จะคล้อยตามกรุณานั้น.
               เนกขัมมสังกัปปะเป็นต้น ก็คือเนกขัมมวิตกเเป็นต้นเหล่านี้นั่นเอง. อธิบายว่า โดยเนื้อความแล้ว เนกขัมมวิตกเป็นต้นกับเนกขัมมสังกัปปะเป็นต้นไม่มีข้อแตกต่างกันเลย แต่สัญญาที่สัมปยุตด้วยเนกขัมมวิตกเป็นต้น ชื่อว่าเนกขัมมสัญญาเป็นต้น.
               ก็เพราะเหตุที่เนกขัมมธาตุเป็นต้น มีความแตกต่างกัน เพราะมีมาในพระบาลีว่า
               ความตรึก ความตรึกตรอง ความดำริชอบ อันประกอบไปด้วยเนกขัมมะ นี้เรียกว่าเนกขัมมธาตุ กุศลธรรมแม้ทั้งหมด ก็เรียกว่าเนกขัมมธาตุ ความตรึก ความตรึกตรอง ความดำริอันประกอบไปด้วยความไม่พยาบาท นี้เรียกว่าอพยาบาทธาตุ. ความมีไมตรี กิริยาที่มีไมตรี เมตตาเจโตวิมุตติในสัตว์ทั้งหลาย นี้เรียกว่าอพยาบาทธาตุ. ความตรึก ความตรึกตรอง ความดำริอันประกอบด้วยอวิหิงสา นี้เรียกว่าอวิหิงสาธาตุ. ความกรุณา กิริยาที่กรุณา สภาพที่กรุณาในสัตว์ทั้งหลาย กรุณาเจโตวิมุตติในสัตว์ทั้งหลาย นี้เรียกว่าอวิหิงสาธาตุ.
               แม้ในสุกกปักษ์นี้ กถาทั้ง ๒ อย่าง คือ สัพพสังคาหิกากถา อสัมภินนกถา ก็พึงทราบตามนัยที่กล่าวมาแล้วนั่นแล.
               ข้อความที่เหลือง่ายทั้งนั้น.
               พึงทราบวินิจฉัยในคาถาทั้งหลายดังต่อไปนี้
               บทว่า วิตกฺกเย ได้แก่ ในหมวด ๓ แห่งวิตก.
               บทว่า นิรากเร ความว่า ออกจากสันดานของตน คือพึงบรรเทา. อธิบายว่า พึงละ.
               บทว่า สเว วิตกฺกานิ วิจาวิตานิ สเมติ วุฏฺฐีว รชํ สมูหตํ ความว่า อุปมาเสมือนหนึ่งว่า ในเดือนท้ายฤดูร้อน เมื่อเมฆนอกกาลเวลา ก้อนใหญ่ตกต่ำลงมา ฝนจะให้ฝุ่นที่กองรวมกันอยู่ที่แผ่นดิน ที่ลมพัดฟุ้งขึ้นโดยทั่วๆ ไป ให้สงบลงได้ในทันใดฉันใด
               พระโยคาวจรนั้นก็ฉันนั้นเหมือนกัน จะให้วิตกที่ท่องเที่ยวไปในมิจฉาวิตกและวิจารที่สัมปยุตด้วยวิตกนั้น สงบคือระงับลงได้ ได้แก่ตัดขาดไป และพระโยคาวจรผู้เป็นอย่างนั้น มีใจสงบด้วยวิตก คือมีอริยมรรคจิต ที่ชื่อว่าสงบแล้วด้วยวิตก เพราะระงับมิจฉาวิตกทุกอย่างได้ จะได้ถึงคือได้บรรลุสันติบท คือพระนิพพานในโลกนี้แหละ คือในปัจจุบันนี้ทีเดียว.

               จบอรรถกถาอันธการสูตรที่ ๘               
               -----------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ ติกนิบาต จตุตถวรรค อันธการสูตร จบ.
อ่านอรรถกถา 25 / 1อ่านอรรถกถา 25 / 265อรรถกถา เล่มที่ 25 ข้อ 266อ่านอรรถกถา 25 / 268อ่านอรรถกถา 25 / 440
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=25&A=6182&Z=6200
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๓๑  มีนาคม  พ.ศ.  ๒๕๔๙
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com