ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 

อ่าน อรรถกถาหน้าต่างที่ [หน้าสารบัญ] [๑] [๒] [๓] [๔] [๕] [๖] [๗] [๘] [๙] [๑๐] [๑๑] [๑๒]
อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ภิกขุวรรคที่ ๒๕

หน้าต่างที่   ๓ / ๑๒.

               ๓. เรื่องภิกษุชื่อโกกาลิกะ [๒๕๔]               
               ข้อความเบื้องต้น               
               พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงปรารภภิกษุชื่อโกกาลิกะ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า "โย มุขสญฺญโต" เป็นต้น.

               พระโกกาลิกะเกิดในนรกเพราะด่าพระอัครสาวก               
               เรื่องมาแล้วในพระสูตร๑- ว่า
               "ครั้งนั้นแล ภิกษุชื่อโกกาลิกะได้เข้าไปเฝ้าโดยสถานที่ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่" เป็นต้น. แม้เนื้อความแห่งเรื่องนั้น บัณฑิตพึงทราบโดยนัยที่พระอรรถกถาจารย์กล่าวไว้แล้วในอรรถกถานั่นแล.
               ก็เมื่อพระโกกาลิกะเกิดในปทุมนรก, ภิกษุทั้งหลายสนทนากันในโรงธรรมว่า "โอ! ภิกษุชื่อโกกาลิกะ ถึงความพินาศแล้ว เพราะอาศัยปากของตน ก็เมื่อเธอด่าพระอัครสาวกทั้งสองอยู่นั่นแล แผ่นดินได้ให้ช่องแล้ว."
               พระศาสดาเสด็จมาแล้วตรัสถามว่า "ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอนั่งประชุมกันด้วยกถาอะไร ในกาลบัดนี้?" เมื่อภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า "ด้วยกถาชื่อนี้"
               จึงตรัสว่า "ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุชื่อโกกาลิกะ ฉิบหายเพราะอาศัยปากของตนในบัดนี้เท่านั้น หามิได้ แม้ในกาลก่อน โกกาลิกะก็ฉิบหายแล้วเพราะอาศัยปากของตนเหมือนกัน"
               อันภิกษุทั้งหลายผู้ใคร่จะสดับเนื้อความนั้นทูลอ้อนวอนแล้ว เพื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น ได้ทรงนำอดีตนิทานมา (ตรัส) ว่า :-
____________________________
๑- สํ. ส. เล่ม ๑๕/ข้อ ๕๙๘. ขุ. สุ. เล่ม ๒๕/ข้อ ๓๘๔.

               หงส์สองตัวพาเต่าผู้สหายไปถ้ำของตน               
               ในอดีตกาล เต่าอาศัยอยู่ในสระแห่งหนึ่งในหิมวันตประเทศ. ลูกหงส์สองตัวเที่ยวไปเพื่อหากินอยู่ ทำความคุ้นเคยกับเต่านั้น เป็นผู้สนิทสนมอย่างแน่นแฟ้น ในวันหนึ่ง จึงถามเต่าว่า "เพื่อนเอ๋ย ที่อยู่ของพวกเราในถ้ำทองบนพื้นแห่งภูเขาชื่อจิตตกูฏ ในหิมวันตประเทศ เป็นประเทศที่น่ารื่นรมย์ ท่านจักไปกับพวกเราไหม?"
               เต่า. ฉันจักไปได้อย่างไร?
               หงส์. พวกเราจักนำท่านไป ถ้าว่าท่านสามารถเพื่อจะรักษาปากไว้ได้.
               เต่า. เพื่อนเอ๋ย ฉันจักอาจ ขอท่านทั้งหลายจงพาฉันไปเถิด.
               หงส์ทั้งสองพูดว่า "ดีละ" แล้วให้เต่าคาบท่อนไม้ท่อนหนึ่ง ส่วนตนคาบปลายทั้งสองแห่งท่อนไม้นั้น แล้วบินไปสู่อากาศ.

               เต่าหลุดจากท่อนไม้ที่คาบตกลงตาย               
               พวกเด็กชาวบ้านเห็นเต่าถูกหงส์นำไปอยู่อย่างนั้น จึงพูดกันว่า "หงส์สองตัวนำเต่าไปอยู่ด้วยท่อนไม้." เต่าใคร่จะพูดว่า "ผิว่าสหายทั้งสองนำเราไปอยู่ ประโยชน์อะไรของพวกเอง ในเพราะข้อนี้ อ้ายพวกเด็กเปรตชั่วร้าย" จึงปล่อยท่อนไม้จากที่ตนคาบไว้ ในเวลาถึงส่วนเบื้องบนพระราชนิเวศน์ ในพระนครพาราณสี เพราะความที่หงส์ทั้งสองเป็นสัตว์มีกำลังเร็ว จึงตกลงไปในพระลานหลวงแตกเป็นสองภาค.

               การพูดมากไม่ถูกเวลาให้โทษ               
               พระศาสดา ครั้นทรงนำอดีตนิทานนี้มาแล้ว ทรงยังพหุภาณิชาดก๑- ในทุกนิบาตนี้ให้พิสดารว่า :-
                                   เต่าเปล่งวาจา ได้ฆ่าตนแล้วหนอ, เมื่อท่อนไม้ที่
                         ตนคาบไว้ดีแล้ว ก็ฆ่า (ตน) ด้วยวาจาอันเป็นของๆ ตน.
                         ข้าแต่พระองค์ผู้แกล้วกล้าประเสริฐในหมู่คน บุคคลเห็น
                         เหตุแม้นั่นแล้ว ควรเปล่งวาจาที่ดี ไม่ควรเปล่งวาจาที่ล่วง
                         เลยเวลา. พระองค์ย่อมทอดพระเนตรเห็นเต่าตัวถึงความ
                         ฉิบหายเพราะพูดมาก (มิใช่หรือ).

               แล้วตรัสว่า "ภิกษุทั้งหลาย ธรรมดาภิกษุพึงเป็นผู้สำรวมปาก ประพฤติสม่ำเสมอ ไม่ฟุ้งซ่าน มีจิตสงบ"
____________________________
๑- ขุ. ชา. เล่ม ๒๗/ข้อ ๒๗๙. กัจฉปชาดก. อรรถกถากัจฉปชาดก

               ดังนี้แล้ว ตรัสพระคาถานี้ว่า :-
                         ๓.  โย มุขสญฺญโต ภิกฺขุ    มนฺตภาณี อนุทฺธโต
                         อตฺถํ ธมฺมญฺจ ทีเปติ    มธุรํ ตสฺส ภาสิตํ.
                                   ภิกษุใด สำรวมปาก มีปกติกล่าวด้วยปัญญา
                         ไม่ฟุ้งซ่าน แสดงอรรถและธรรม, ภาษิตของภิกษุนั้น
                          ย่อมไพเราะ.

               แก้อรรถ               
               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มุขสญฺญโต ความว่า ชื่อว่าผู้สำรวมแล้วด้วยปาก เพราะไม่พูดคำเป็นต้นว่า "เจ้าเป็นคนชาติชั่ว เจ้าเป็นคนทุศีล" แม้กะคนทั้งหลายมีทาสและคนจัณฑาลเป็นต้น.
               บทว่า มนฺตภาณี ความว่า ปัญญา พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกว่า มันตา, ผู้มีปกติพูดด้วยปัญญานั้น.
               บทว่า อนุทฺธโต ได้แก่ ผู้มีจิตสงบแล้ว.
               บาทพระคาถาว่า อตฺถํ ธมฺมญฺจ ทีเปติ ความว่า ย่อมแสดงอรรถแห่งภาษิตและธรรมคือเทศนา.
               บทว่า มธุรํ ความว่า ภาษิตของภิกษุเห็นปานนั้น ชื่อว่าไพเราะ.
               ส่วนภิกษุใดให้อรรถอย่างเดียวถึงพร้อม ไม่ให้พระบาลีถึงพร้อม, ให้พระบาลีอย่างเดียวถึงพร้อม ไม่ให้อรรถถึงพร้อม, ก็หรือไม่ให้ทั้งสองอย่างถึงพร้อม ภาษิตของภิกษุนั้น หาชื่อว่าเป็นภาษิตที่ไพเราะไม่.
               ในกาลจบเทศนา ชนเป็นอันมากบรรลุอริยผลทั้งหลาย มีโสดาปัตติผลเป็นต้น ดังนี้แล.

               เรื่องภิกษุชื่อโกกาลิกะ จบ.               
               -------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ภิกขุวรรคที่ ๒๕
อ่าน อรรถกถาหน้าต่างที่ [หน้าสารบัญ] [๑] [๒] [๓] [๔] [๕] [๖] [๗] [๘] [๙] [๑๐] [๑๑] [๑๒]
อ่านอรรถกถา 25 / 1อ่านอรรถกถา 25 / 34อรรถกถา เล่มที่ 25 ข้อ 35อ่านอรรถกถา 25 / 36อ่านอรรถกถา 25 / 440
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=25&A=1244&Z=1300
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๓  ธันวาคม  พ.ศ.  ๒๕๔๘
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com