ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 

อ่าน อรรถกถาหน้าต่างที่ [หน้าสารบัญ] [๑] [๒] [๓] [๔] [๕] [๖] [๗] [๘] [๙] [๑๐] [๑๑] [๑๒] [๑๓] [๑๔] [๑๕] [๑๖] [๑๗] [๑๘] [๑๙] [๒๐] [๒๑] [๒๒] [๒๓] [๒๔] [๒๕] [๒๖] [๒๗] [๒๘] [๒๙] [๓๐] [๓๑] [๓๒] [๓๓] [๓๔] [๓๕] [๓๖] [๓๗] [๓๘] [๓๙]
อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท พราหมณวรรคที่ ๒๖

หน้าต่างที่   ๒๗ / ๓๙.

               ๒๗. เรื่องพระสารีบุตรเถระ [๒๙๐]               
               ข้อความเบื้องต้น               
               พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงปรารภพระสารีบุตรเถระ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า "อาสา ยสฺส" เป็นต้น.

               พวกภิกษุเข้าใจว่าพระสารีบุตรยังมีตัณหา               
               ได้ยินว่า พระเถระนั้นมีภิกษุประมาณ ๕๐๐ เป็นบริวาร ไปสู่วิหารแห่งหนึ่งในชนบท แล้วเข้าจำพรรษา.
               มนุษย์ทั้งหลายเห็นพระเถระแล้ว ตระเตรียมผ้าจำนำพรรษาไว้เป็นอันมาก. พระเถระปวารณาแล้ว เมื่อผ้าจำนำพรรษาทั้งปวงยังไม่ทันถึง (แก่ท่าน) นั่นเทียว, เมื่อจะไปสู่สำนักพระศาสดา สั่งกะภิกษุทั้งหลายไว้ว่า
               "เมื่อผ้าจำนำพรรษาอันมนุษย์ทั้งหลายนำมาแล้วเพื่อภิกษุหนุ่มและสามเณรทั้งหลาย พวกท่านรับไว้แล้วเพื่อส่งไป, หรือเก็บไว้แล้วพึงส่งข่าวไป."
               ก็แลพระเถระ ครั้นสั่งอย่างนี้แล้ว ได้ไปสู่สำนักพระศาสดา.
               ภิกษุทั้งหลายสนทนากันว่า "ถึงทุกวันนี้ ตัณหาของพระสารีบุตรเถระ ชะรอยจะยังมีอยู่แน่, จริงอย่างนั้น พระเถระสั่งไว้แก่ภิกษุทั้งหลายว่า ‘เมื่อพวกมนุษย์ถวายผ้าจำนำพรรษาแล้ว, พวกท่านพึงส่งผ้าจำนำพรรษาไปแก่พวกสัทธิวิหาริกของตน หรือเก็บไว้แล้วพึงส่งข่าวไป’ ดังนี้แล้ว จึงมา."

               พระศาสดาเปลื้องความเข้าใจผิดของพวกภิกษุ               
               พระศาสดาเสด็จมาแล้ว ตรัสถามว่า "ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ พวกเธอนั่งสนทนากันด้วยกถาอะไรหนอ?" เมื่อภิกษุทั้งหลายนั้นกราบทูลว่า ‘ด้วยกถาชื่อนี้’
               จึงตรัสว่า "ภิกษุทั้งหลาย ตัณหาย่อมไม่มีแก่บุตรของเรา, แต่เธอกล่าวอย่างนั้น ก็ด้วยคิดว่า ‘ก็ความเสื่อมจากบุญของพวกมนุษย์ และความเสื่อมจากลาภที่ชอบธรรมของภิกษุหนุ่มและสามเณรทั้งหลาย อย่าได้มี"
               ดังนี้แล้ว ตรัสพระคาถานี้ว่า :-
                         ๒๗.  อาสา ยสฺส น วิชฺชนฺติ    อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ
                         นิราสยํ วิสํยุตฺตํ    ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
                                   ความหวังของผู้ใด ไม่มีในโลกนี้และโลกหน้า,
                         เราเรียกผู้นั้นซึ่งไม่มีความหวัง พราก (กิเลส) ได้แล้ว
                         ว่า เป็นพราหมณ์.

               แก้อรรถ               
               ตัณหา ชื่อว่า อาสา ในพระคาถานั้น.
               บทว่า นิราสาสํ๑- ได้แก่ ไม่มีตัณหา.
               บทว่า วิสํยุตฺตํ ความว่า เราเรียกผู้พรากได้แล้วจากกิเลสทั้งปวงนั้นว่า เป็นพราหมณ์.
               ในเวลาจบเทศนา ชนเป็นอันมากบรรลุอริยผลทั้งหลายมีโสดาปัตติผลเป็นต้น ดังนี้แล.
____________________________
๑- บาลีเป็น นิราสยํ.

               เรื่องพระสารีบุตรเถระ จบ.               
               --------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท พราหมณวรรคที่ ๒๖
อ่าน อรรถกถาหน้าต่างที่ [หน้าสารบัญ] [๑] [๒] [๓] [๔] [๕] [๖] [๗] [๘] [๙] [๑๐] [๑๑] [๑๒] [๑๓] [๑๔] [๑๕] [๑๖] [๑๗] [๑๘] [๑๙] [๒๐] [๒๑] [๒๒] [๒๓] [๒๔] [๒๕] [๒๖] [๒๗] [๒๘] [๒๙] [๓๐] [๓๑] [๓๒] [๓๓] [๓๔] [๓๕] [๓๖] [๓๗] [๓๘] [๓๙]
อ่านอรรถกถา 25 / 1อ่านอรรถกถา 25 / 35อรรถกถา เล่มที่ 25 ข้อ 36อ่านอรรถกถา 25 / 38อ่านอรรถกถา 25 / 440
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=25&A=1301&Z=1424
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๓  ธันวาคม  พ.ศ.  ๒๕๔๘
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com