ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 

อ่าน อรรถกถาหน้าต่างที่ [หน้าสารบัญ] [๑] [๒] [๓] [๔] [๕] [๖] [๗] [๘] [๙] [๑๐] [๑๑] [๑๒] [๑๓] [๑๔] [๑๕] [๑๖] [๑๗] [๑๘] [๑๙] [๒๐] [๒๑] [๒๒] [๒๓] [๒๔] [๒๕] [๒๖] [๒๗] [๒๘] [๒๙] [๓๐] [๓๑] [๓๒] [๓๓] [๓๔] [๓๕] [๓๖] [๓๗] [๓๘] [๓๙]
อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท พราหมณวรรคที่ ๒๖

หน้าต่างที่   ๒๙ / ๓๙.

               ๒๙. เรื่องพระเรวตเถระ [๒๙๒]               
               ข้อความเบื้องต้น               
               พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในบุพพาราม ทรงปรารภพระเรวตเถระ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า "โยธ ปุญฺญญฺจ" เป็นต้น.

               พระขีณาสพไม่มีบุญและบาป               
               เรื่องข้าพเจ้าให้พิสดารแล้ว ในอรรถกถาแห่งพระคาถาว่า
               "คาเม วา ยทิ วา รญฺเญ" เป็นต้นแล้วนั่นแล.
               จริงอยู่ ในเรื่องนั้น ข้าพเจ้ากล่าวไว้ว่า "ในวันรุ่งขึ้น ภิกษุทั้งหลายสนทนากันว่า "น่าอัศจรรย์ สามเณรมีลาภ, น่าอัศจรรย์ สามเณรมีบุญรูปเดียว (แท้) สร้างเรือนยอด ๕๐๐ หลังเพื่อภิกษุ ๕๐๐ รูปได้."
               พระศาสดาเสด็จมาแล้ว ตรัสถามว่า "ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ พวกเธอนั่งประชุมกันด้วยกถาอะไรหนอ?" เมื่อภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่า "ด้วยกถาชื่อนี้" จึงตรัสว่า "ภิกษุทั้งหลาย บุญย่อมไม่มีแก่บุตรของเรา, บาปก็มิได้มี; บุญบาปทั้งสองเธอละเสียแล้ว"
               ดังนี้แล้ว ตรัสพระคาถานี้ว่า :-
                         ๒๙.  โยธ ปุญฺญญฺจ ปาปญฺจ    อุโภ สงฺคํ อุปจฺจคา
                         อโสกํ วิรชํ สุทฺธํ    ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
                                   ผู้ใดล่วงบุญและบาปทั้งสอง และกิเลสเครื่องข้อง
                         เสียได้ในโลกนี้, เราเรียกผู้นั้น ซึ่งไม่มีความโศก มีธุลี
                         ไปปราศแล้ว ผู้บริสุทธิ์แล้ว ว่าเป็นพราหมณ์.

               แก้อรรถ               
               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุโภ ความว่า ละบุญและบาปแม้ทั้งสอง
               บทว่า สงฺคํ ได้แก่ กิเลสเครื่องข้องอันต่างด้วยราคะเป็นต้น.
               บทว่า อุปจฺจคา ได้แก่ ก้าวล่วงแล้ว. อธิบายว่า เราเรียกผู้ซึ่งชื่อว่าไม่มีความโศก เพราะไม่มีความโศกอันมีวัฏฏะเป็นมูล ผู้ชื่อว่ามีธุลีไปปราศแล้ว เพราะไม่มีธุลีคือราคะเป็นต้นในภายใน ผู้ชื่อว่าบริสุทธิ์แล้ว เพราะความเป็นผู้ไม่มีอุปกิเลสนั้นว่า เป็นพราหมณ์.
               ในกาลจบเทศนา ชนเป็นอันมากบรรลุอริยผลทั้งหลาย มีโสดาปัตติผลเป็นต้น ดังนี้แล.

               เรื่องพระเรวตเถระ จบ.               
               ----------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท พราหมณวรรคที่ ๒๖
อ่าน อรรถกถาหน้าต่างที่ [หน้าสารบัญ] [๑] [๒] [๓] [๔] [๕] [๖] [๗] [๘] [๙] [๑๐] [๑๑] [๑๒] [๑๓] [๑๔] [๑๕] [๑๖] [๑๗] [๑๘] [๑๙] [๒๐] [๒๑] [๒๒] [๒๓] [๒๔] [๒๕] [๒๖] [๒๗] [๒๘] [๒๙] [๓๐] [๓๑] [๓๒] [๓๓] [๓๔] [๓๕] [๓๖] [๓๗] [๓๘] [๓๙]
อ่านอรรถกถา 25 / 1อ่านอรรถกถา 25 / 35อรรถกถา เล่มที่ 25 ข้อ 36อ่านอรรถกถา 25 / 38อ่านอรรถกถา 25 / 440
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=25&A=1301&Z=1424
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๓  ธันวาคม  พ.ศ.  ๒๕๔๘
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com