ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย เปตวัตถุ อุพพรีวรรคที่ ๒
๔. นันทาเปตวัตถุ

               อรรถกถานันทาเปติวัตถุที่ ๔               
               เมื่อพระศาสดาประทับอยู่ในพระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภนางเปรตชื่อว่านันทา จึงตรัสคาถานี้ มีคำเริ่มต้นว่า กาฬี ทุพฺพณฺณรูปาสิ ดังนี้.
               ได้ยินว่า ในหมู่บ้านตำบลหนึ่ง ไม่ไกลแต่กรุงสาวัตถีนัก ยังมีอุบาสกคนหนึ่ง ชื่อว่า นันทิเสน เป็นผู้มีศรัทธา มีความเลื่อมใส. ส่วนภริยาของเขาชื่อว่านันทา ไม่มีศรัทธา ไม่มีความเลื่อมใส เป็นคนตระหนี่ ดุร้าย กล่าววาจาหยาบ ไม่เคารพยำเกรงสามี ด่าบริภาษแม่ผัว ด้วยวาจาว่าเป็นโจร.
               สมัยต่อมา นางนันทานั้นทำกาละแล้ว ไปบังเกิดในกำเนิดเปรต แสดงตนในที่ไม่ไกลหมู่บ้านนั้นนั่นเอง.
               นันทิเสนอุบาสกเห็นนางนั้น จึงได้กล่าวคาถาว่า :-
               ท่านมีผิวพรรณดำ มีรูปร่างน่าเกลียด ตัวขรุขระดูน่ากลัว มีตาเหลือง มีเขี้ยวงอกออกเหมือนหมู เราไม่เข้าใจว่า ท่านจะเป็นมนุษย์.
               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กาฬี แปลว่า มีสีดำ.
               จริงอยู่ วรรณะของนางเปรตนั้น เป็นเสมือนถ่านที่ถูกเผาแล้ว.
               บทว่า ผรุสา ได้แก่ มีตัวขรุขระ.
               บทว่า ภีรุทสฺสนา แปลว่า ดูน่าสะพึงกลัว คือมีอาการน่ากลัว. บาลีว่า ภารุทสฺสนา ดังนี้ก็มี, อธิบายว่า เห็นเข้าน่ากลัวอย่างหนัก คือไม่น่าดู เพราะมีผิวพรรณน่าเกลียดเป็นต้น.
               บทว่า ปิงฺคลา แปลว่า ผู้มีนัยน์ตาเหลือง.
               บทว่า กฬารา ผู้มีเขี้ยวเหมือนหมู.
               บทว่า น ตํ มญฺญามิ มานุสึ ความว่า เราไม่สำคัญท่านว่าเป็นมนุษย์ แต่เราสำคัญท่านว่าเป็นนางเปรต.
               นางเปรตได้ฟังดังนั้น เมื่อจะประกาศตนจึงกล่าวคาถาว่า :-
               ท่านนันทิเสน เมื่อก่อนดิฉันชื่อนันทา เป็นภรรยาของท่าน ได้ทำกรรมชั่วไว้จึงจากมนุษยโลกนี้ ไปสู่เปตโลก.
               บรรดาบทเหล่านั้น. บทว่า อหํ นนฺทา นนฺทิเสน ความว่า พี่นันทิเสนขา ดิฉันชื่อว่านันทา.
               บทว่า ภริยา เต ปุเร อหุ ํ ความว่า ในชาติก่อน ดิฉันได้เป็นภรรยาของพี่.
               เบื้องหน้าแต่นี้ไป อุบาสกนั้นจึงถามว่า :-
               ท่านทำกรรมชั่วอะไรไว้ด้วยกายวาจาใจ เพราะวิบากของกรรมอะไร ท่านจึงจากมนุษยโลกนี้ไปสู่เปตโลก.
               ลำดับนั้น นางเปรตจึงได้ตอบกะนันทิเสนอุบาสกว่า
               ดิฉันเป็นหญิงดุร้าย มีวาจาหยาบคาย ไม่เคารพพี่ กล่าวคำชั่วหยาบกะพี่ จึงจากมนุษยโลกนี้ ไปสู่เปตโลก.
               นันทิเสนอุบาสกจึงถามอีกว่า :-
               เอาเถอะ เราจะให้ผ้านุ่งแก่เจ้า เจ้าจงนุ่งผ้านี้ ครั้นนุ่งผ้านี้แล้วจงมา ฉันจะนำเจ้าไปสู่เรือนเจ้าไปเรือนแล้ว จักได้ผ้าข้าวและน้ำ ทั้งจักได้ชมบุตรและลูกสะใภ้ของเธออีกด้วย.
               ลำดับนั้น นางเปรตจึงได้กล่าวคาถา ๒ คาถาแก่นันทิเสนอุบาสกนั้นว่า :-
               ผ้านั้นถึงพี่จะให้ที่มือของฉัน ด้วยมือของพี่เอง ก็ไม่สำเร็จประโยชน์แก่ฉันได้ ขอพี่จงเลี้ยงดูภิกษุทั้งหลายผู้สมบูรณ์ด้วยศีล ผู้ปราศจากราคะ ผู้เป็นพหูสูต ให้อิ่มหนำด้วยข้าวและน้ำ แล้วอุทิศส่วนบุญไปให้ดิฉัน เมื่อท่านทำอย่างนั้น ดิฉันจักมีความสุข สำเร็จความปรารถนาทั้งปวง.
               ลำดับนั้น พระสังคีติกาจารย์กล่าว ๔ คาถานี้ว่า :-
               นันทิเสนอุบาสกรับคำแล้ว ได้ให้ทานเป็นอันมาก คือข้าวน้ำ ของเคี้ยว ผ้าและเสนาสนะ ร่ม ของหอม ดอกไม้และรองเท้าหลากชนิด เลี้ยงดูภิกษุทั้งหลายผู้สมบูรณ์ด้วยศีล ปราศจากราคะเป็นพหูสูต ให้อิ่มหนำด้วยข้าวและน้ำแล้ว อุทิศส่วนบุญไปให้นาง. ในทันตาเห็น วิบากคือข้าว เครื่องนุ่งห่มและน้ำดื่มก็เกิดขึ้น นี้เป็นผลแห่งทักษิณา. ลำดับนั้น นางเปรตมีร่างกายบริสุทธิ์สะอาด นุ่งห่มผ้าอย่างดี มีค่ายิ่งกว่าผ้าแคว้นกาสี ประดับด้วยวัตถาภรณ์อันวิจิตรเข้าไปหาสามี.
               ต่อแต่นั้นเป็นคาถากล่าวโต้ตอบระหว่างอุบาสกกับนางเปรตว่า :-
               ดูก่อนเทพธิดา ท่านมีวรรณะงามยิ่งนัก ส่องสว่างไสวไปทั่วทุกทิศสถิตอยู่ ดุจดาวประกายพรึก ท่านมีวรรณะงดงามเช่นนี้ เพราะกรรมอะไร อิฐผลย่อมสำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้ เพราะกรรมอะไร และโภคะทุกสิ่งทุกอย่างอันเป็นที่พอใจ เกิดขึ้นแก่ท่านเพราะกรรมอะไร
               ดูก่อนเทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก เราขอถามท่าน เมื่อเป็นมนุษย์ ท่านทำบุญอะไรไว้ ท่านมีอานุภาพรุ่งเรืองและมีรัศมีสว่างไสวไปทุกทิศอย่างนี้
               พี่นันทิเสน เมื่อก่อนดิฉันชื่อนันทา เป็นภริยาของท่าน ได้ทำกรรมชั่วช้า จึงจากมนุษยโลกนี้ไปสู่เปตโลก. ดิฉันได้อนุโมทนาทานที่ท่านให้แล้ว จึงไม่มีภัยแต่ที่ไหนๆ
               ดูก่อนคฤหบดี ขอท่านพร้อมด้วยญาติทั้งปวงจงมีอายุยืนนานเถิด
               ดูก่อนคฤหบดี ท่านประพฤติธรรมและให้ทานในโลกนี้แล้ว จะเข้าถึงถิ่นฐานอันไม่เศร้าโศก ปราศจากธุลี ปลอดภัย อันเป็นที่อยู่ของท้าววสวัตตี กำจัดมลทินคือความตระหนี่พร้อมทั้งราก ใครๆ ไม่ติเตียนได้ จักเข้าถึงโลกสวรรค์.
               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทานํ วิปุลมากิริ ความว่า ท่านพึงยังมหาทานให้เป็นไปในเขตแห่งพระทักขิไณยบุคคล เหมือนหว่านพืชคือไทยธรรม.
               คำที่เหลือเหมือนเรื่องที่ถัดกันมานั่นแล.
               นางเทพธิดานั้น ครั้นประกาศทิพยสมบัติของตนและเหตุแห่งทิพยสมบัตินั้นแก่นันทิเสนอุบาสกอย่างนี้แล้ว จึงได้ไปยังสถานที่อยู่ของตนตามเดิม. อุบาสกแจ้งเรื่องนั้นแก่ภิกษุทั้งหลาย. ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า.
               พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงกระทำเรื่องนั้นให้เป็นอัตถุปปัตติเหตุ ทรงแสดงธรรมแก่บริษัทผู้ถึงพร้อมแล้ว. เทศนานั้นได้มีประโยชน์แก่มหาชนฉะนี้แล.

               จบอรรถกถานันทาเปติวัตถุที่ ๔               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย เปตวัตถุ อุพพรีวรรคที่ ๒ ๔. นันทาเปตวัตถุ จบ.
อ่านอรรถกถา 26 / 1อ่านอรรถกถา 26 / 100อรรถกถา เล่มที่ 26 ข้อ 101อ่านอรรถกถา 26 / 102อ่านอรรถกถา 26 / 474
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=26&A=3459&Z=3506
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๑  มกราคม  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :