ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปิฐวรรคที่ ๑
๑๒. ปติพพตาวิมานที่ ๒

               อรรถกถาทุติยปติพพตาวิมาน               
               ทุติยปติพพตาวิมาน มีคาถาว่า เวฬุริยถมฺภํ เป็นต้น.
               ทุติยปติพพตาวิมานนั้น เกิดขึ้นอย่างไร?
               ดังได้สดับมา อุบาสิกาผู้หนึ่งในกรุงสาวัตถี เป็นผู้ซื่อตรงต่อสามี มีความเชื่อเลื่อมใส [ในพระรัตนตรัย] รักษาศีล ๕ ทำให้บริสุทธิ์ และได้ให้ทานตามสมควรแก่ทรัพย์สมบัติ ตายแล้วก็ไปบังเกิดในภพดาวดึงส์.
               คำที่เหลือมีนัยที่กล่าวมาแล้วในหนหลังทั้งนั้น.
               ท่านพระโมคคัลลานะถามว่า
               ดูก่อนเทพีผู้มีอานุภาพมาก ท่านขึ้นวิมานมีเสาเป็นแก้วไพฑูรย์ น่ารื่นใจ มีรัศมีผ่องใส งดงามมาก ท่านก็นั่งอยู่ในวิมานนั้น สำแดงฤทธิ์ได้แปลกๆ ทั้งสูงและต่ำ เทพอัปสรเหล่านี้ก็ฟ้อนรำขับร้องและรื่นเริงรอบๆ ท่าน.
               ดูก่อนเทพีผู้มีอานุภาพมาก ท่านก็บรรลุเทวฤทธิ์แล้ว ท่านครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ได้ทำบุญอะไร เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และวรรณะของท่านจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
               เทวดาองค์นั้นดีใจ ถูกท่านพระโมคคัลลานะถาม ครั้นแล้วก็พยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้

               เทวดาองค์นั้นได้กล่าวตอบว่า
                                   ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ในหมู่มนุษย์ ดีฉันเป็น
                         อุบาสิกาของพระผู้มีจักษุ [พระพุทธเจ้า] ได้งดเว้น
                         การฆ่าสัตว์ งดเว้นการลักทรัพย์ ไม่ดื่มน้ำเมา ไม่พูด
                         เท็จ ยินดีกับสามีของตน มีจิตเลื่อมใสแล้ว เมื่อบริจาค
                         ข้าวน้ำได้ถวายเป็นทานอย่างไพบูล โดยเคารพ.
                                   เพราะบุญนั้น วรรณะของดีฉันจึงเป็นเช่นนี้
                         เพราะบุญนั้น ผลนี้จึงสำเร็จแก่ดีฉัน และโภคะทุก
                         อย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ดีฉัน.
                                   ข้าแต่ท่านภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดีฉันขอบอก
                         แก่ท่าน ดีฉันครั้งเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญใด เพราะ
                         บุญนั้น ดีฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และวรรณะ
                         ของดีฉันจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.

               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เวฬุริยถมฺภํ แปลว่า มีเสาเป็นแก้วไพฑูรย์.
               บทว่า รุจิรํ ได้แก่ น่ารื่นรมย์.
               บทว่า ปภสฺสรํ ได้แก่ ส่องสว่างอย่างยิ่ง.
               บทว่า อุจฺจาวจา แปลว่า สูงและต่ำ. อธิบายว่า มีอย่างต่างๆ.
               บทว่า อุปาสิกา ได้แก่ สตรีผู้ตั้งอยู่ในคุณลักษณะของอุบาสิกาด้วยการถึงสรณะ.
               จริงอยู่ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ดูก่อนเจ้ามหานาม โดยเหตุเท่าใดแล อริยสาวกย่อมถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ ถึงพระธรรมเป็นสรณะ ถึงพระสงฆ์เป็นสรณะ ดูก่อนเจ้ามหานาม ด้วยเหตุเท่านั้นแล อริยสาวกชื่อว่าเป็นอุบาสก.
               ด้วยบทว่า จกฺขุมโต เทวดาองค์นั้นครั้นแสดงอาสยสุทธิ [สรณะที่พึ่ง] ด้วยการระบุความที่ตนเป็นอุบาสิกาของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ผู้มีจักษุ โดยจักษุทั้ง ๕ อย่างนี้แล้ว เพื่อจะแสดงประโยคสุทธิ [ข้อปฏิบัติ] จึงกล่าวว่า งดเว้นการฆ่าสัตว์เป็นต้น.
               นางกล่าวถึงเจตนางดเว้นการประพฤติผิด [ในกาม] ด้วยคำว่า สเกน สามินา อโหสึ ตุฏฺฐา ยินดีกับสามีของตน ในคาถาคำตอบนั้น.
               คำที่เหลือก็เช่นเดียวกับคำที่กล่าวมาแล้วในหนหลัง.

               จบอรรถกถาทุติยปติพพตาวิมาน               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปิฐวรรคที่ ๑ ๑๒. ปติพพตาวิมานที่ ๒ จบ.
อ่านอรรถกถา 26 / 1อ่านอรรถกถา 26 / 11อรรถกถา เล่มที่ 26 ข้อ 12อ่านอรรถกถา 26 / 13อ่านอรรถกถา 26 / 474
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=26&A=300&Z=321
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๑  มกราคม  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :