ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต ตติยวรรค
๔. สุคันธเถรคาถา

               อรรถกถาสุคันธเถรคาถา               
               คาถาของท่านพระสุคันธเถระเริ่มต้นว่า อนุวสฺสิโก ปพฺพชิโต.
               เรื่องราวของท่านเป็นอย่างไร?
               ได้ยินว่า ในกัปที่ ๙๒ นับแต่ภัทรกัปนี้ ท่านเกิดในกำเนิดมนุษย์ ในกาลของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่าติสสะ รู้เดียงสาแล้ว เที่ยวไปล่าเนื้อในป่า.
               พระบรมศาสดาเสด็จไปแสดงรอยพระบาทให้ปรากฏ เพื่อจะทรงอนุเคราะห์เขา.
               เขาเห็นเจดีย์ คือพระบาทของพระศาสดาแล้ว เพราะมีอธิการอันกระทำไว้แล้ว ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ จึงเกิดปีติโสมนัสว่า เท้าเหล่านี้เป็นเท้าของบุคคลผู้เลิศในโลก พร้อมทั้งเทวโลก จึงถือเอาดอกหงอนไก่มาทำการบูชา แล้วยังจิตให้เลื่อมใส.
               ด้วยบุญกรรมนั้น เขาเกิดในเทวโลกจุติจากเทวโลกนั้นแล้ว หมั่นกระทำบุญ ท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายไปๆ มาๆ (เกิด) เป็นกุฏุมพี ในกาลของพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่ากัสสปะ บำเพ็ญมหาทานแด่พระบรมศาสดาและภิกษุสงฆ์ ส่งจันทน์ขาวที่มีราคามากไปยังพระคันธกุฎี แล้วทำการอบด้วยจันทน์นั้น ตั้งความปรารถนาว่า ในที่ๆ ข้าพเจ้าเกิดแล้วๆ ขอให้สรีระของข้าพเจ้าจงมีกลิ่นหอมอย่างนี้.
               เขากระทำบุญกรรม แม้อื่นเป็นอันมากไว้ในภพนั้นๆ ท่องเที่ยวไปในสุคติภพทั้งหลาย นั่นแล เกิดในเรือนของพราหมณ์ผู้สมบูรณ์ด้วยสมบัติในพระนครสาวัตถี ในพุทธุปบาทกาลนี้.
               ก็นับจำเดิมแต่เวลาที่เขาผู้จะบังเกิดอยู่ในท้องมารดา สรีระของมารดาแม้ทั้งสิ้น ก็หอมขจรไปทั่วทั้งเรือน. ส่วนในวันที่เขาเกิด กลิ่นหอมอย่างยิ่งก็หอมฟุ้งไป แม้ในเรือนใกล้เคียงเป็นพิเศษทีเดียว.
               มารดาบิดาของเขากล่าวว่า บุตรของเราตั้งชื่อของตนด้วยตนเองมาเกิดแล้ว จึงตั้งชื่อเขาว่าสุคันธะ เหมือนกัน.
               เขาเจริญเติบโตขึ้นโดยลำดับ เห็นพระมหาเสลเถระ แล้วฟังธรรมในสำนักของท่าน บวชแล้ว เจริญวิปัสสนาบรรลุพระอรหัตภายใน ๗ วันเท่านั้น.
               สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า
               เมื่อก่อน เรากับบิดาและปู่เป็นคนทำการงานในป่า เลี้ยงชีพด้วยการฆ่าปศุสัตว์ กุศลกรรมของเราไม่มี ใกล้กับที่อยู่ของเรา พระพุทธเจ้าผู้นำชั้นเลิศของโลกทรงพระนามว่าติสสะ ผู้มีพระปัญญาจักษุ ได้ทรงแสดงรอยพระบาทไว้ ๓ รอยเพื่ออนุเคราะห์ ก็เราได้เห็นรอยพระบาทของพระบรมศาสดาผู้ทรงพระนามว่าติสสะ ที่พระองค์ทรงเหยียบไว้ เป็นผู้ร่าเริง มีจิตยินดี ยังจิตให้เลื่อมใสในรอยพระบาท เราเห็นต้นหงอนไก่ที่ขึ้นมาจากแผ่นดิน มีดอกบานแล้ว จึงเด็ดมาพร้อมทั้งยอด บูชารอยพระบาทอันประเสริฐสุด เพราะกรรมที่เราทำไว้ดีแล้วนั้น และเพราะความตั้งเจตนาไว้ เราละร่างมนุษย์แล้ว ไปสู่ดาวดึงสพิภพ เราเข้าถึงกำเนิดใดๆ คือ เป็นเทวดาหรือมนุษย์ ในกำเนิดนั้นๆ เรามีผิวกายเหมือนสีดอกหงอนไก่ มีรัศมี เป็นแดนซ่านออกจากตน.
               ในกัปที่ ๙๒ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ทำกรรมใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชารอยพระพุทธบาท เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เราทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
               ก็ครั้นท่านบรรลุพระอรหัตแล้ว เมื่อจะพยากรณ์พระอรหัตผลได้ภาษิตคาถานี้ว่า
               ภิกษุบวชยังไม่ทันครบพรรษา มองเห็นธรรมเป็นธรรมดีงาม บรรลุวิชชา ๓ ได้ทำคำสอนของพระพุทธเจ้า เสร็จแล้ว ดังนี้.

               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อนุวสฺสิโก ความว่า ไปทีหลัง คือเพิ่งเข้าจำพรรษา. จึงชื่อว่า อนุวสฺโส ทำอนุวสฺโสนั่นแหละเป็น อนุวสฺสิโก.
               บทว่า ปพฺพชิโต ความว่า เข้าถึงบรรพชา. อธิบายว่า เป็นผู้บวชแล้ว แต่เพียงเข้าจำพรรษา คือมีพรรษาเดียว.
               อีกอย่างหนึ่ง หมายความว่า ตามไป คือไปทีหลังไม่ได้พรรษา จึงชื่อว่าอนุวัสสะ.
               อนุวัสสะนั้นแก่ภิกษุนั้น เพราะเหตุนั้นจึงชื่อว่า อนุวสฺสิโก (ยังไม่ทันได้พรรษา) ภิกษุใดที่บวชแล้วยังไม่ถึงการนับพรรษา เพราะมีพรรษายังไม่บริบูรณ์ ภิกษุนั้นท่านจึงเรียกอย่างนี้ เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า อวสฺสิโก (ยังไม่ทันครบพรรษา).
               บทว่า ปสฺส ธมฺมสุธมฺมตํ ความว่า ท่านผู้บวชยังไม่ได้พรรษา มองเห็นธรรมแห่งพระศาสดาของท่าน เป็นธรรมที่ดี คือเป็นสวากขาตธรรม ได้แก่เป็นนิยยานิกธรรมโดยถ่ายเดียว.
               วิชชา ๓ คือ บุพเพนิวาสญาณ ทิพยจักขุญาณ อาสวักขยญาณ อันท่านถึงแล้วโดยลำดับ คือกระทำให้แจ้งแล้ว ต่อแต่นั้นไป ศาสนาของพระพุทธเจ้าคือคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อันเรากระทำเสร็จแล้ว ได้แก่พระอนุสาสนี คือพระโอวาทของพระองค์ เราตามศึกษาแล้ว เพราะเหตุนั้น พระเถระผู้เกิดปีติโสมนัส เพราะอาศัยความเป็นผู้มีกิจอันตนทำเสร็จแล้ว จึงกล่าวถึงตน โดยทำให้เป็นเหมือนคนอื่น ฉะนี้แล.

               จบอรรถกถาสุคันธเถรคาถา               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต ตติยวรรค ๔. สุคันธเถรคาถา จบ.
อ่านอรรถกถา 26 / 1อ่านอรรถกถา 26 / 160อรรถกถา เล่มที่ 26 ข้อ 161อ่านอรรถกถา 26 / 162อ่านอรรถกถา 26 / 474
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=26&A=5122&Z=5125
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๓  มกราคม  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :