ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต ตติยวรรค
๖. อภัยเถรคาถา

               อรรถกถาอภัยเถรคาถา               
               คาถาของท่านพระอภัยเถระเริ่มต้นว่า สุตฺวา สุภาสิตํ วาจํ.
               เรื่องราวของท่านเป็นอย่างไร?
               ได้ยินว่า ท่านบวชในศาสนาของพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าปทุมุตตระ เป็นพระธรรมกถึก ในเวลาจะแสดงธรรม กล่าวชมพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยคาถา ๔ คาถาก่อน แล้วจึงแสดงธรรมในภายหลัง. ด้วยกำลังแห่งบุญกรรมนั้น ขึ้นชื่อว่าการปฏิสนธิในอบาย ไม่เคยมีแก่ท่านตลอดแสนแห่งกัป.
               สมดังที่ท่านกล่าวคำเป็นคาถาไว้ว่า
                         พระอภัยเถระผู้มีจิตเลื่อมใสแล้ว กล่าวสรรเสริญ
                         พระชินเจ้าทรงพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้เป็น
                         พระสยัมภู ท่านเป็นผู้มีศรัทธาโอฬาร ไม่ต้อง
                         ไปสู่อบายภูมิ ตลอดแสนกัป ดังนี้.

               ท่านเป็นผู้มีห้วงแห่งบุญ ห้วงแห่งกุศล หาประมาณมิได้ ได้เป็นเช่นนั้น เพราะสมบัติมีเขตสมบัติเป็นต้น และเพราะบุรพเจตนา ปัจฉิมเจตนาและสันนิฏฐานเจตนาของท่านโอฬารเหลือเกิน.
               สมดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า วิบากของผู้ที่เลื่อมใสในอจินไตย ย่อมเป็นอจินไตย ดังนี้.
               ก็บุญที่ท่านสั่งสมไว้ในภพนั้นๆ ย่อมเป็นอุปัตถัมภกปัจจัยแก่ท่าน.
               จริงอย่างนั้น ท่านได้ทำการบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าวิปัสสี ด้วยดอกลำเจียก ด้วยผลบุญอันพิเศษโอฬารเช่นนี้ ท่านท่องเที่ยวไปแต่ในสุคติภพเท่านั้น เกิดเป็นพระโอรสของพระเจ้าพิมพิสาร ในพุทธุปบาทกาลนี้ ท่านได้มีนามว่าอภัย.
               เรื่องราวของท่านจักแจ่มแจ้งข้างหน้า (ต่อไป).
               ท่านอันนิครนถนาฏบุตรให้ศึกษาปัญหา ๒ เงื่อน แล้วถูกส่งไปด้วยสั่งว่า ท่านจงถามปัญหานี้ แล้วยกวาทะข่มพระสมณโคดม ดังนี้ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วทูลถามปัญหานั้น.
               เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถึงความที่ปัญหานั้น เป็นอเนกังสพยากรณ์ ความปราชัยจึงมีแก่พวกนิครนถ์ และท่านก็รู้ความที่พระศาสดาเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงประกาศความเป็นอุบาสก.
               ต่อแต่นั้น เมื่อพระเจ้าพิมพิสารสวรรคตแล้ว ท่านเกิดความสังเวชแล้ว บวชในพระศาสนาเป็นพระโสดาบัน เพราะทรงแสดงตาลัจฉิคคฬูปมสูตร ปรารภวิปัสสนากระทำให้แจ้งพระอรหัตแล้ว.
               สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า
               พระพุทธเจ้าผู้อุดมบุรุษประทับอยู่ ณ ฝั่งน้ำวินตานที เราได้พบพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากกิเลสธุลี เป็นเอกอรรคบุคคล มีพระทัยตั้งมั่นดี ครั้งนั้น เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส บูชาพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ด้วยดอกลำเจียกซึ่งมีกลิ่นหอมเหมือนน้ำผึ้ง ในกัปที่ ๙๒ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้บูชาด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา.
               เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้าเรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
               ก็ท่านครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว เมื่อจะพยากรณ์พระอรหัตผล โดยประกาศข้อปฏิบัติของตน จึงได้ภาษิตคาถาว่า
                                   เราได้ฟังพระวาจาอันเป็นสุภาษิตของพระพุทธเจ้า
                         ผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระอาทิตย์ จึงได้รู้แจ้งแทงตลอดซึ่ง
                         พระธรรม อันละเอียดเหมือนบุคคลยิงปลายขนทราย
                         ด้วยลูกศรฉะนั้น ดังนี้
.
               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สุตฺว ความว่า เงี่ยโสตลง เข้าไปทรงไว้ด้วยการแล่นไปตามแห่งโสตทวาร
               บทว่า สุภาสิตํ ความว่า ตรัสดีแล้ว คือตรัสแล้วโดยชอบนั่นเอง ได้แก่ธรรมกถาที่ประกาศอริยสัจ ๔ อันพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ไม่ทรงยังอะไรๆ ให้ผิดพลาด ตรัสแล้วโดยยังประโยชน์ตามที่พระองค์ทรงประสงค์ให้สำเร็จโดยส่วนเดียว เพราะความเป็นผู้ตรัสรู้เองโดยชอบ และเพราะความเป็นผู้มีมหากรุณา. อธิบายว่า พระธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้าที่พ้นไปจากสัจจธรรมไม่มีเลย.
               บทว่า พุทฺธสฺส ได้แก่ พระสัพพัญญูพุทธเจ้า.
               บทว่า อาทิจฺจพนฺธุโน ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าอาทิจพันธุ์ เพราะอรรถว่ามีพระอาทิตย์เป็นเผ่าพันธุ์ เพราะประสูติในอาทิตยวงศ์. ของพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระอาทิตย์พระองค์นั้น.
               อีกอย่างหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าอาทิจจพันธุ์ เพราะอรรถว่าเป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระอาทิตย์ เพราะความที่พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นโอรสแห่งพระอาทิตย์นั้น.
               ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า
               สุริยะใดเป็นผู้ส่องแสง กระทำความสว่างในที่มืดมิด มีสัณฐานเป็นวงกลม มีเดชสูง ดูก่อนราหู ท่านอย่ากลืนกินสุริยะนั้นผู้เที่ยวไปในอากาศ ดูก่อนราหู ท่านจงปล่อยสุริยะผู้เป็นบุตรของเรา ดังนี้.
               บทว่า ปจฺจพฺยธึ แปลว่า แทงตลอดแล้ว.
               อีกอย่างหนึ่ง ศัพท์ว่า หิ เป็นเพียงนิบาต.
               บทว่า นิปุณํ ความว่า ละเอียดอ่อน คือสุขุมอย่างยิ่ง ได้แก่นิโรธสัจ หรืออริยสัจนั่นเอง.
               อีกอย่างหนึ่ง ศัพท์ว่า หิ เป็นนิบาตลงในอรรถแห่งเหตุ.
               ความก็ว่า เพราะแทงตลอดแล้วซึ่งสัจจธรรมทั้ง ๔ อันละเอียดอ่อน ฉะนั้น สิ่งอะไรที่จะต้องแทงตลอดอีก ในบัดนี้จึงไม่มี. เพื่อจะตอบคำถามที่ว่า เหมือนแทงตลอดซึ่งอะไร พระเถระจึงกล่าวว่า เหมือนบุคคลแทงปลายขนทรายด้วยลูกศร ฉะนั้น.
               ประกอบความว่า แทงตลอดอริยสัจ ๔ อันละเอียดอ่อน เหมือนนายขมังธนูผู้ฉลาดผู้ศึกษาดีแล้ว ยิงปลายขนทรายที่ผ่าแล้ว ๗ ส่วนด้วยลูกศร คือลูกเกาทัณฑ์ไม่ให้พลาดฉะนั้น.

               จบอรรถกถาอภัยเถรคาถา               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต ตติยวรรค ๖. อภัยเถรคาถา จบ.
อ่านอรรถกถา 26 / 1อ่านอรรถกถา 26 / 162อรรถกถา เล่มที่ 26 ข้อ 163อ่านอรรถกถา 26 / 164อ่านอรรถกถา 26 / 474
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=26&A=5130&Z=5134
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๓  มกราคม  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :