ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๕
๗. อุชชยเถรคาถา

               อรรถกถาอุชชยเถรคาถา               
               คาถาของท่านพระอุชชยเถระ เริ่มต้นว่า นโม เต พุทฺธ วีรตฺถุ.
               เรื่องราวของท่านเป็นอย่างไร?
               แม้พระเถระนี้ ก็มีอธิการอันกระทำไว้แล้ว ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ กระทำบุญเป็นอันมากไว้ในภพนั้นๆ ในกัปที่ ๙๒ แต่ภัทรกัปนี้ เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าติสสะ มีใจเลื่อมใส ทำการบูชาด้วยดอกกรรณิการ์ ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านบังเกิดในเทวโลก กระทำบุญแล้วท่องเที่ยวไปๆ มาๆ ในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เกิดเป็นบุตรของพราหมณ์ชื่อว่าโสตถิยะ คนใดคนหนึ่ง ในกรุงราชคฤห์ ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้มีนามว่าอุชชยะ.
               เขาเจริญเติบใหญ่แล้วเป็นผู้เรียนจบไตรเพท มองไม่เห็นสาระในไตรเพทนั้น อันอุปนิสยสมบัติตักเตือนอยู่ ไปยังเวฬุวันวิหาร ฟังธรรมในสำนักของพระศาสดา ได้มีศรัทธาบรรพชาแล้วเรียนกรรมฐานที่เหมาะแก่จริต อยู่ในป่า เจริญวิปัสสนา บรรลุพระอรหัตต่อกาลไม่นานเลย.
               สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า
               ในกาลนั้น เราเห็นต้นกรรณิการ์มีดอกบาน จึงเก็บมาบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าติสสะ ผู้ข้ามโอฆะได้แล้ว ผู้คงที่ ในกัปที่ ๙๒ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา.
               ในกัปที่ ๓๕ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีพลมาก ปรากฏนามว่าอรุณปาณี สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
               ก็ครั้นท่านบรรลุพระอรหัตแล้ว ไปยังสำนักของพระศาสดา นั่ง ณ ส่วนข้างหนึ่ง เมื่อจะพยากรณ์พระอรหัตผลด้วยอาการชมเชยพระผู้มีพระภาคเจ้า ได้กล่าวคาถาว่า
                  ข้าแต่พระพุทธเจ้าผู้แกล้วกล้า ข้าพระองค์ขอนอบน้อมแด่พระองค์
                  พระองค์เป็นผู้หลุดพ้นแล้วจากสิ่งทั้งปวง เมื่อข้าพระองค์อยู่ในพระ
                  โอวาทของพระองค์ จึงเป็นผู้ไม่มีอาสวะ อยู่เป็นสุขสำราญ ดังนี้.

               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นโม แสดงถึงการประณาม.
               บทว่า เต แสดงถึงการมอบให้ด้วยกิริยานอบน้อม. อธิบายว่า ขอนอบน้อมแด่พระองค์.
               ก็บทว่า พุทฺธ วีร เป็นคำเรียกพระผู้มีพระภาคเจ้า. อธิบายว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า บัณฑิตเรียกว่า พุทธะ เพราะตรัสรู้อรรถ ต่างด้วยอภิญญาเป็นต้น ด้วยพระสยัมภูญาณ ต่างด้วยอภิญญาเป็นต้นฉันใด แม้ที่บัณฑิตเรียกว่า วีระ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เพราะทรงประกอบไปด้วยความเพียรใหญ่ ที่ทรงเริ่มตั้งด้วยสามารถแห่งการย่ำยีมารแม้ทั้ง ๕.
               บทว่า อตฺถุ แปลว่า จงมี.
               บทว่า อตฺถุ นั้นสัมพันธ์เข้ากับบทว่า นโม.
               บทว่า วิปฺปมุตฺโตสิ สพฺพธิ ความว่า ได้เป็นผู้หลุดพ้นแล้วคือพรากแล้วจากกิเลสทั้งปวง และในสังขารทั้งปวงคือไม่มีอะไรเลยที่พระองค์ยังไม่ทรงหลุดพ้น เพราะเหตุที่ข้าพระองค์อยู่ในโอวาทของพระองค์ จึงเป็นผู้ไม่มีอาสวะ อยู่เป็นสุข.
               อธิบายว่า ข้าพระองค์อยู่ในพระบัญชา คือในพระโอวาท ได้แก่ในมรรคที่ถึงแล้วของพระองค์ ปฏิบัติอยู่ตามสติ ตามกำลัง. ชื่อว่าเป็นผู้ไม่มีอาสวะ เพราะละอาสวะแม้ทั้ง ๔ มีกามาสวะเป็นต้นได้หมดแล้วอยู่ ข้าแต่พระพุทธเจ้าผู้แกล้วกล้า ข้าพระองค์ขอนอบน้อมแด่พระองค์ผู้เช่นนั้น.

               จบอรรถกถาอุชชยเถรคาถา               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๕ ๗. อุชชยเถรคาถา จบ.
อ่านอรรถกถา 26 / 1อ่านอรรถกถา 26 / 183อรรถกถา เล่มที่ 26 ข้อ 184อ่านอรรถกถา 26 / 185อ่านอรรถกถา 26 / 474
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=26&A=5257&Z=5261
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๓  มกราคม  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :