ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๖
๕. อัญชนาวนิยเถรคาถา

               อรรถกถาอัญชนวนิยเถรคาถา               
               คาถาของท่านพระอัญชนวนิยเถระคาถาของท่านพระอัญชนวนิยเถระ เริ่มต้นว่า อาสนฺทึ กุฏิกํ กตฺวา
               เรื่องราวของท่านเป็นอย่างไร?
               ได้ยินว่า ในกาลของพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าปทุมุตตระ ท่านเป็นช่างดอกไม้นามว่าสุทัสสนะ บูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยดอกมะลิ กระทำบุญอย่างอื่นไว้ในภพนั้นๆ เป็นอันมาก. บวชในศาสนาของพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่ากัสสปะ แล้วได้บำเพ็ญสมณธรรม.
               ครั้นในพุทธุปบาทกาลนี้ เกิดในตระกูลเจ้าวัชชี ในพระนครเวสาลี ในเวลาที่เขาเจริญเติบใหญ่แล้ว ภัยทั้ง ๓ คือ ภัยเกิดแต่ฝนแล้ง ๑ ภัยเกิดแต่ความเจ็บไข้ ๑ ภัยเกิดแต่อมนุษย์ ๑ บังเกิดแล้วในแคว้นวัชชี.
               ภัยทั้งหมดนั้นพึงทราบโดยนัยดังกล่าวแล้วในอรรถกถารัตนสูตร.
               ก็เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จถึงเมืองเวสาลี เมื่อภัยทุกอย่างสงบแล้ว และเมื่อธรรมาภิสมัยเกิดแล้วแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายจำนวนมาก ในการแสดงธรรมของพระบรมศาสดา ราชกุมารนี้เห็นพุทธานุภาพ ได้มีศรัทธา บรรพชาแล้ว.
               ก็ราชกุมารนี้มีประวัติอย่างไร แม้พระราชาอีก ๔ องค์ที่จะกล่าวต่อไปก็มีประวัติอย่างนั้น.
               ก็ราชกุมารแห่งเจ้าลิจฉวีผู้เป็นพระสหายของราชกุมารนี้ แม้เหล่านั้นก็บรรพชาแล้วโดยทำนองนี้แหละด้วยอาการอย่างนี้ คือ ราชกุมารเหล่านั้นเป็นสหายกัน แม้ในกาลของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่ากัสสปะ บวชแล้วก็ได้บำเพ็ญสมณธรรมร่วมกันกับราชกุมารนี้ ได้กระทำบุญมีการปลูกพืชคือกุศลเป็นต้นไว้แทบบาทมูลของพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงพระนามว่าปทุมุตตระ
               พระอัญชนวนิยเถระนี้กระทำบุรพกิจเสร็จแล้วอยู่ที่ป่าช้า ในป่าอัญชนวัน ในเมืองสาเกตนั้น เมื่อจวนถึงเวลาใกล้เข้าพรรษา ได้ตั่งเก่าๆ ที่มนุษย์ทั้งหลายทิ้งแล้ว วางตั่งนั้นไว้บนแผ่นหินทั้ง ๔ ปกปิดด้านบนและด้านกว้างด้วยหญ้าเป็นต้น แล้วประกอบประตูอยู่จำพรรษา.
               ท่านเพียรพยายามอยู่ ก็ได้บรรลุพระอรหัต ในเดือนแรกเท่านั้น.
               สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า
               ในกาลนั้น เราเป็นนายมาลาการมีชื่อว่าสุทัสสนะ ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลี เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ เรามีจักษุบริสุทธิ์ มีใจโสมนัส ถือดอกมะลิไปบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ตรัสรู้แล้วมีจักษุทิพย์ ด้วยบุปผบูชานี้และด้วยการตั้งจิตไว้ เราไม่เข้าถึงทุคติเลยตลอดแสนกัป.
               ในกัปที่ ๓๖ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๖ พระองค์มีพระนามเหมือนกันว่าเทวุตตระ มีพลมาก. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
               ก็ครั้นท่านบรรลุพระอรหัตแล้วเสวยวิมุตติสุข ออกจากสมาบัติแล้วพิจารณาสัมบัติตามที่ได้ เมื่อจะเปล่งอุทานด้วยกำลังปีติ จึงได้กล่าวคาถาว่า
                         เราเข้าไปสู่ป่าอัญชนวัน ทำตั่งให้เป็นกุฎีแล้วได้บรรลุ
                         วิชชา ๓ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.

               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อาสนฺทิกุฏิกํ กตฺวา ความว่า ตั่ง ๔ เหลี่ยม ขายาวชื่อว่าอาสันทิ แม้ตั่ง ๔ เหลี่ยมกว้างก็มีเหมือนกัน.
               พระเถระกระทำตั่งที่สามารถเพื่อจะนั่งได้อย่างเดียว นอนไม่ได้ ให้เป็นกุฎีเพื่ออยู่อาศัย โดยนัยดังกล่าวแล้วในหนหลัง คือกระทำให้เป็นกุฎีโดยประการที่ เมื่อนั่งบนตั่งนั้นแล้ว สามารถบำเพ็ญสมณธรรมได้โดยสะดวก เพราะไม่มีอันตรายอันเกิดแต่ฤดู. พระเถระแสดงถึงความมักน้อยและความสันโดษอย่างยอดเยี่ยมในเสนาสนะของตน ด้วยบทนี้.
               สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านพระธรรมเสนาบดีกล่าวไว้ว่า
               การนั่งขัดสมาธินับว่าพอเป็นการอยู่อย่างสบายของภิกษุผู้มีใจเด็ดเดี่ยว ดังนี้.

               อาจารย์อีกพวกหนึ่งอ้างปาฐะว่า อาสนฺทิกุฏิกํ แล้วกล่าวอธิบายว่า กระทำกุฎีขนาดเท่าตั่ง. ส่วนอาจารย์เหล่าอื่นกล่าวอธิบายว่า กุฎีที่ทำไว้บนเตียงเฉพาะ คนจะนั่งทำเป็นอาสนะเป็นต้น (วอหาม) ชื่อว่าอาสันทิ กระทำอาสันทินั้นให้เป็นกุฎี.
               บทว่า โอคยฺห ความว่า หยั่งลง คือเข้าไปแล้วโดยลำดับ.
               บทว่า อญฺชนํวนํ ได้แก่ป่าที่มีชื่ออย่างนี้. อธิบายว่า เถาวัลย์ ท่านเรียกว่าอัญชนะ เพราะมีดอกมีสีเหมือนดอกอัญชัน ป่านั้นได้นามว่าอัญชนวัน เพราะมากไปด้วยเถาวัลย์นั้น. ส่วนอาจารย์พวกอื่นกล่าวว่า กอไม้ใหญ่ชื่อว่าอัญชนวัน ต้องนำคำที่เหลือว่า วิหรโต มยา มาประกอบความว่า เราเข้าไปสู่ป่าอัญชนวันนั้น กระทำตั่งให้เป็นกุฎี บรรลุวิชชา ๓ โดยลำดับ กระทำคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้วอยู่.
               ก็คำเป็นคาถานี้แหละได้เป็นคาถาพยากรณ์พระอรหัตผลของพระเถระ ฉะนี้แล.

               จบอรรถกถาอัญชนวนิยเถรคาถา               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๖ ๕. อัญชนาวนิยเถรคาถา จบ.
อ่านอรรถกถา 26 / 1อ่านอรรถกถา 26 / 191อรรถกถา เล่มที่ 26 ข้อ 192อ่านอรรถกถา 26 / 193อ่านอรรถกถา 26 / 474
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=26&A=5302&Z=5304
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๓  มกราคม  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :