ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๗
๔. วิมลโกณฑัญญเถรคาถา

               อรรถกถาวิมลโกณฑัญญเถรคาถา               
               คาถาของท่านพระวิมลโกณฑัญญเถระ เริ่มต้นว่า ทุมวฺหยาย อุปปนฺโน.
               เรื่องราวของท่านเป็นอย่างไร?
               แม้พระเถระนี้ก็มีอธิการอันกระทำไว้แล้วในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานไว้ในภพนั้นๆ เกิดในตระกูลที่สมบูรณ์ด้วยสมบัติ ในกาลของพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าวิปัสสี ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ ถึงความเป็นผู้รู้แล้ว วันหนึ่งเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าวิปัสสี อันบริษัทใหญ่ห้อมล้อมแล้ว ทรงแสดงธรรมอยู่ มีใจเลื่อมใส แล้วบูชาด้วยดอกไม้ทอง ๔ ดอก.
               เพื่อจะเจริญศรัทธาปสาทะของเขา พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงบันดาลอิทธาภิสังขาร ให้มีรูปอย่างรัศมีทองคำ ปกคลุมทั่วประเทศนั้นทั้งสิ้น.
               เขาเห็นพุทธลักษณะอันสำเร็จด้วยอิทธาภิสังขารนั้นแล้ว มีใจเลื่อมใสเกินประมาณ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว กระทำพุทธลักษณะนั้นให้เป็นนิมิต แล้วไปสู่เรือนของตนไม่ละปีติที่มีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ กระทำกาละด้วยโรคลมบางอย่าง บังเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต แล้วกระทำบุญอื่น ๆ อีก ท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ในพุทธุปบาทกาลนี้ ถือปฏิสนธิในท้องของนางอัมพปาลี อาศัยพระเจ้าพิมพิสาร.
               พระเจ้าพิมพิสาร ในคราวยังเป็นหนุ่ม ฟัง (ข่าว) รูปสมบัติของนางอัมพปาลี เกิดความกำหนัดยินดี มีคนติดตาม ๒-๓ คนไปสู่พระนครไพศาลี โดยเพศที่คนจำไม่ได้ สำเร็จการอยู่ร่วมกับนางในคืนวันหนึ่ง ครั้งนั้น พระเถระนี้ถือปฏิสนธิในท้องของนาง และนางอัมพปาลีได้กราบทูลข้อที่นางตั้งครรภ์ ต่อพระเจ้าพิมพิสาร.
               แม้พระราชาก็แสดงพระองค์ พระราชทานสิ่งของที่ควรพระราชทานแล้วเสด็จหลีกไป นางอาศัยความแก่รอบของครรภ์คลอดบุตรแล้ว. ทารกนั้นได้นามว่า วิมละ ต่อมาภายหลังจึงปรากฏนามว่า วิมลโกณฑัญญะ. เขาเจริญวัยแล้ว เห็นพุทธานุภาพ ในคราวที่พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จไปพระนครไพศาลี มีใจเลื่อมใส บรรพชาแล้ว กระทำบุรพกิจแล้ว เริ่มตั้งวิปัสสนา บรรลุพระอรหัตต่อกาลไม่นานนัก.
               สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า
               พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าวิปัสสี เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ ประทับนั่งแสดงอมตบทแก่หมู่ชนอยู่ เราฟังธรรมของพระองค์ผู้เป็นจอมประชา ผู้คงที่แล้ว ได้โปรยดอกไม้ทอง ๔ ดอกบูชาแด่พระพุทธเจ้า ดอกไม้ทองนั้นกลายเป็นหลังคาทอง บังร่มตลอดทั้งบริษัท
               ในกาลนั้น รัศมีของพระพุทธเจ้าและรัศมีทอง รวมเป็นแสงสว่างโชติช่วงไพบูลย์ เรามีจิตเบิกบาน ดีใจ เกิดโสมนัส ประนมอัญชลี เกิดปีติ เป็นผู้นำความสุขปัจจุบันมาให้แก่คนเหล่านั้น เราทูลวิงวอนพระสัมพุทธเจ้า และถวายบังคมพระองค์ผู้มีวัตรอันงาม ยังความปราโมทย์ให้เกิดแล้ว กลับเข้าสู่ที่อยู่ของตน
               ครั้นกลับเข้าสู่ที่อยู่แล้ว ยังระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐอยู่ ด้วยจิตอันเลื่อมใสนั้น เราได้เข้าถึงสวรรค์ชั้นดุสิต ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราบูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ทองใด ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา
               ในกัปที่ ๔๓ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช ๑๖ พระองค์ทรงพระนามว่าเนมิสมมตะ มีพลมาก. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
               ก็พระเถระครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว เมื่อจะพยากรณ์พระอรหัตผลโดยอ้างถึงพระอรหัตผล ได้กล่าวคาถาว่า
                                   ภิกษุเป็นบุตรของนางอัมพปาลีที่หมู่ชนเรียกกันว่า
                         ทุมะ เกิดเพราะพระเจ้าพิมพิสาร ท่านผู้เป็นบุตรของท่าน
                         ผู้ทรงไว้ซึ่งธงคือพระเจ้าแผ่นดิน ทำลายธงใหญ่คือกิเลส
                         ได้ด้วยปัญญาแล้ว ดังนี้.

               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทุมวฺหยาย ได้แก่ หญิงที่เขาเรียกว่าทุมะ คืออัมพะ. อธิบายว่า ของหญิงชื่อว่า อัมพปาลี.
               ก็บทว่า ทุมวฺหยาย นี้เป็นสัตตมีวิภัตติ ลงในอาธาระ.
               บทว่า อุปปนฺโน ความว่า เกิดแล้ว และเข้าถึงในท้องของนางอัมพปาลีนั้น.
               บทว่า ชาโต ปณฺฑรเกตุนา ได้แก่ เกิดเพราะท่านผู้ทรงไว้ซึ่งเศวตฉัตร คือเกิด เพราะพระเจ้าพิมพิสารผู้ปรากฎว่าเป็นราชันย์ผู้มีเศวตฉัตร เป็นเหตุ. อธิบายว่า อาศัยพระเจ้าพิมพิสารนั้นเกิดแล้ว.
               อีกอย่างหนึ่ง บทว่า อุปปนฺโน เป็นบทแสดงถึงการบังเกิดครั้งแรก. เพราะต่อจากนั้น บทว่า ชาโต แสดงถึงอภิชาติ (เกิดโดยชาติของพระอริยเจ้า). อธิบายว่า จำเดิมแต่เวลาคลอด เรียกว่าเกิดแล้วในโลก.
               ก็ในคาถานี้ ท่านหลีกเลี่ยงการยกย่องตน ด้วยบทว่า ทุมวฺหยาย อุปปนฺโน นี้ และแสดงถึงสภาพที่ได้บรรลุคุณพิเศษ แม้ของบุตรของผู้ที่เป็นใหญ่เป็นอเนก. หลีกเลี่ยงการข่มท่าน ด้วยการแสดงถึงปีติที่รู้กันแล้วด้วยบทว่า ชาโต ปณฺฑุรเกตุนา นี้.
               บทว่า เกตุหา แปลว่า ละเสียซึ่งมานะ. อธิบายว่า ชื่อว่าเกตุ ด้วยอรรถว่าเป็นดุจธง เพราะมีการถือตัว (จองหอง) เป็นลักษณะ. จริงอย่างนั้น มานะนั้นท่านกล่าวว่า มีความประสงค์จะยกตนให้สูงเป็นเครื่องปรากฏ.
               บทว่า เกตุนาเยว ได้แก่ ด้วยปัญญานั่นเอง. อธิบายว่า ปัญญา ชื่อว่าเป็นธงของพระอริยเจ้าทั้งหลาย เพราะอรรถว่าสูงยิ่งในบรรดาธรรมอันหาโทษมิได้ทั้งหลาย และเพราะอรรถว่าถึงก่อน ด้วยการย่ำยีเสนามาร ด้วยเหตุนั้น บัณฑิตจึงกล่าวว่า ธมฺโม หิ อิสินํ ธโช ก็ธรรมเป็นธงชัยของฤาษีทั้งหลาย.
               บทว่า มหาเกตุํ ปธํสยิ ความว่า กิเลสธรรมทั้งหลาย ชื่อว่าใหญ่ เพราะมีอารมณ์มาก และชื่อว่ามีมานะมากมายหลายประการ เพราะต่างโดยมานะมีมานะว่า เราประเสริฐกว่า และมานะเพราะชาติเป็นต้น และกิเลส ธรรมเหล่านี้ ชื่อว่ามหาเกตุ ด้วยอรรถว่าเป็นดุจธง เพราะอรรถว่ายังมานะนั้นให้ยกขึ้น ได้แก่มารผู้ลามก ท่านได้ครอบงำมารนั้น ทำให้หมดพยศ ด้วยการกำจัดพลแห่งมาร และก้าวล่วงวิสัยแห่งมารเสียได้.
               พระเถระ เมื่อจะแสดงตนเป็นเหมือนคนอื่น พยากรณ์พระอรหัตผล โดยการอ้างพระอรหัตผลว่า ทำลายธงใหญ่ คือกิเลสได้ด้วยปัญญา ดังนี้.

               จบอรรถกถาวิมลโกณฑัญญเถรคาถา               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๗ ๔. วิมลโกณฑัญญเถรคาถา จบ.
อ่านอรรถกถา 26 / 1อ่านอรรถกถา 26 / 200อรรถกถา เล่มที่ 26 ข้อ 201อ่านอรรถกถา 26 / 202อ่านอรรถกถา 26 / 474
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=26&A=5349&Z=5353
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๓  มกราคม  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :