ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๘
๑. วัจฉปาลเถรคาถา

               วรรควรรณนาที่ ๘               
               อรรถกถาวัจฉปาลเถรคาถา               
               คาถาของท่านพระวัจฉปาลเถระ เริ่มต้นว่า สุสุขุมนิปุณตฺถทสฺสินา.
               เรื่องราวของท่านเป็นอย่างไร?
               แม้พระเถระนี้ก็มีอธิการอันกระทำไว้แล้วในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญไว้ในภพนั้นๆ ท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ ประสบความสำเร็จในศิลปศาสตร์ของพราหมณ์ บำเรอไฟอยู่.
               วันหนึ่ง เอาถาดสำริดใบใหญ่ใส่ข้าวปายาสไปแสวงหาพระทักขิไณยบุคคล เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าวิปัสสี เสด็จจงกรมอยู่ในอากาศ เกิดอัศจรรย์บันดาลใจ ถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า แสดงความประสงค์จะถวาย (ข้าวปายาส). พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอาศัยความอนุเคราะห์ รับข้าวปายาสไว้.
               ด้วยบุญกรรมนั้น เขาท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เกิดเป็นบุตรของพราหมณ์ผู้สมบูรณ์ด้วยสมบัติในพระนครราชคฤห์ ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้มีนามว่า วัจฉปาละ. เมื่อพระอุรุเวลกัสสปเถระแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ในสมาคมแห่งพระเจ้าพิมพิสาร แล้วแสดงความนอบน้อม ถ่อมตนแด่พระบรมศาสดา วัจฉปาลพราหมณ์เห็นดังนั้นได้ศรัทธาจิต บวชแล้ว พอบวชได้ ๗ วันเท่านั้นก็เจริญวิปัสสนา ได้อภิญญา ๖.
               สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า
               เราต้องการจะบวงสรวงบูชายัญ จึงคดข้าวปายาสใส่ในถาดสำริดด้วยมือของตนแล้วไปสู่ป่างิ้ว ได้เห็นพระสัมพุทธเจ้ามีพระฉวีวรรณดังทองคำ มีพระลักษณะประเสริฐ ๓๒ ประการ แวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์ เสด็จออกจากป่าใหญ่.
               สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ เสด็จขึ้นเดินจงกรมในอากาศอันเป็นทางลม เราเห็นความอัศจรรย์ อันไม่เคยเป็นขนลุกชูชันนั้นแล้ววางถาดสำริดลง ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงพระนามว่าวิปัสสี ทูลว่า ข้าแต่มหามุนี พระองค์เป็นพระสัพพัญญูพุทธเจ้าในโลก พร้อมทั้งเทวโลกและมนุษยโลก ขอจงทรงอนุเคราะห์รับข้าวปายาสของข้าพระองค์เถิด.
               พระผู้มีพระภาคเจ้า สัพพัญญู ผู้นำของโลก เป็นศาสดาผู้ยอดเยี่ยมในโลก ทรงทราบความดำริของเราแล้ว ทรงรับ. ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ถวายทานใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายข้าวปายาส.
               ในกัปที่ ๔๑ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์ พระนามว่าพุทโธ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
               ก็พระเถระครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว เมื่อจะประกาศความที่พระนิพพานอันตนบรรลุแล้วโดยง่ายดาย จึงได้กล่าวคาถานี้ว่า
                         พระโยคาวจรผู้มีปกติ เห็นเนื้อความอันสุขุมและละเอียด
                         ผู้มีปัญญาเฉียบแหลม ผู้ประพฤตินอบน้อม ถ่อมตน ผู้
                         ประพฤติศีลของพระพุทธเจ้า โดยเอื้อเฟื้อ พึงบรรลุพระ
                         นิพพานได้โดยไม่ยาก ดังนี้.

               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สุสุขุมนิปุณตฺถทสฺสินา ความว่า พระโยคาวจรยกสังขารขึ้นสู่ไตรลักษณ์มีความเป็นของไม่เที่ยงเป็นต้น แล้วเห็นเนื้อความในธรรมมีอริยสัจและปฏิจจสมุปบาทเป็นต้น ที่ชื่อว่าสุขุม เพราะอรรถว่าเห็นได้ยากอย่างยิ่ง ชื่อว่าละเอียด เพราะอรรถว่าละเอียดอ่อน. เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า สุสุขุมนิปุณตฺถทสฺสี อันพระโยคาวจรผู้มีปกติเห็นเนื้อความอันสุขุมและละเอียดนั้น.
               บทว่า มติกุสเลน ความว่า ผู้มีปรีชา คือปัญญาฉลาดเฉียบแหลม ได้แก่ ฉลาดในการยังธรรมวิจยสัมโพชฌังคปัญญาให้เกิดขึ้นว่า ปัญญาย่อมเจริญแก่ผู้ประพฤติอย่างนี้ ไม่เจริญแก่ผู้ประพฤติอย่างนี้ ดังนี้.
               บทว่า นิวาตวุตฺตินา ความว่า มีปกติประพฤตินอบน้อมถ่อมตนในเพื่อนสพรหมจารีทั้งหลาย และประพฤติปฏิบัติโดยสมควรในพระเถระผู้สูงอายุและในภิกษุใหม่.
               บทว่า สํเสวิตพุทฺธสีลินา ความว่า ศีลของพระพุทธเจ้า อันพระโยคาวจรซ่องเสพแล้ว คือประพฤติแล้วโดยเอื้อเฟื้อ ชื่อว่าผู้มีศีลของพระพุทธเจ้าอันประพฤติแล้วโดยเอื้อเฟื้อ อันพระโยคาวจรผู้มีศีลของพระพุทธเจ้า อันประพฤติแล้วโดยเอื้อเฟื้อนั้น.
               อีกอย่างหนึ่ง ศีลของพระพุทธเจ้า อันพระโยคาวจรนั้น ซ่องเสพแล้ว คือเข้าไปบำเรอแล้ว เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า มีศีลของพระพุทธเจ้าอันเสพแล้ว อันพระโยคาวจรผู้มีศีลของพระพุทธเจ้าอันเสพแล้วนั้น.
               หิ ศัพท์ มีเหตุเป็นอรรถ ขยายความว่า เพราะพระโยคาวจรมีความประพฤติถ่อมตน มีศีลของพระพุทธเจ้าอันซ่องเสพแล้ว มีปัญญาเฉียบแหลม มีปกติเห็นเนื้อความอันสุขุมและละเอียด ฉะนั้น พระนิพพาน อันพระโยคาวจรนั้นจึงได้โดยไม่ยาก.
               อธิบายว่า บัณฑิตทั้งหลาย ย่อมสำคัญพระโยคาวจรนั้นว่า ควรโอวาท ควรสั่งสอน เพราะเป็นผู้มีปกติประพฤติอ่อนน้อม และเพราะเป็นผู้มีศีลของพระพุทธเจ้าอันตนซ่องเสพแล้ว ทั้งพระโยคาวจรนี้ก็ตั้งอยู่ในโอวาทของบัณฑิตเหล่านั้น บำเพ็ญวิปัสสนา ย่อมบรรลุพระนิพพาน ต่อกาลไม่นานนัก เพราะเป็นผู้มีปัญญาเฉียบแหลม และเพราะเป็นผู้มีปกติเห็นเนื้อความอันสุขุมและละเอียด ดังนี้.
               ก็คาถานี้นั่นแหละได้เป็นคาถาพยากรณ์พระอรหัตผลของพระเถระ ฉะนี้แล.

               จบอรรถกถาวัจฉปาลเถรคาถา               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๘ ๑. วัจฉปาลเถรคาถา จบ.
อ่านอรรถกถา 26 / 1อ่านอรรถกถา 26 / 207อรรถกถา เล่มที่ 26 ข้อ 208อ่านอรรถกถา 26 / 209อ่านอรรถกถา 26 / 474
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=26&A=5390&Z=5396
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๓  มกราคม  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :