ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๘
๙. รักขิตเถรคาถา

               อรรถกถารักขิตเถรคาถา               
               คาถาของท่านพระรักขิตเถระ เริ่มต้นว่า สพฺโพ ราโค ปหีโน เจ.
               เรื่องราวของท่านเป็นอย่างไร?
               ได้ยินว่า พระเถระนี้เกิดในเรือนแห่งตระกูล ในกาลของพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าปทุมุตตระ ถึงความเป็นผู้รู้แล้ว วันหนึ่งสดับพระธรรมเทศนาของพระศาสดา แล้วมีใจเลื่อมใส ได้กระทำการชมเชยโดยปรารภพระญาณในเทศนา.
               พระศาสดาทรงตรวจดูความเลื่อมใสแห่งจิตของท่านแล้ว ทรงพยากรณ์ว่า ในที่สุดแห่งแสนกัปนับแต่กัปนี้ เธอจักได้เป็นสาวกชื่อว่ารักขิตะ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่าโคตมะ.
               ท่านสดับคำพยากรณ์นั้นแล้ว เป็นผู้มีใจเลื่อมใสยิ่งเกินประมาณ กระทำบุญเป็นอันมาก แล้วท่องเที่ยวไปๆ มาๆ ในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย บังเกิดในตระกูลแห่งเจ้าศากยะ ในเทวทหนิคม ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้มีนามว่ารักขิตะ.
               ท่านเป็นราชกุมารองค์หนึ่งในบรรดาราชกุมารทั้ง ๕๐๐ ที่พวกเจ้าศากยะและเจ้าโกลิยะทั้งหลาย ทูลถวายเพื่อเป็นบริวารของพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วบวช.
               ก็ราชกุมารเหล่านั้นไม่ถูกความกระสันครอบงำ เพราะบวชด้วยความสังเวช ในเวลาที่พระศาสดาทรงนำไปสู่ฝั่งแม่น้ำกุณาลทหะ ทรงประกาศโทษในกามทั้งหลาย โดยทรงสำแดงโทษของพวกสตรี ในเทศนาว่าด้วยกุณาลชาดกแล้ว ทรงให้ประกอบในกรรมฐาน เวลานั้นแม้พระรักขิตเถระนี้ก็ขวนขวายกรรมฐาน เจริญวิปัสสนา บรรลุพระอรหัตแล้ว.
               สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า
               พระพุทธเจ้าทรงพระนามว่าปทุมุตตระ เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ ทรงแสดงอมตบทแก่หมู่ชนเป็นอันมาก เวลานั้นเราได้ฟังพระดำรัสอันเป็นอาสภิวาจาที่พระองค์ทรงเปล่งแล้ว ประนมอัญชลีเป็นผู้มีใจเป็นอารมณ์เดียว (กล่าวว่า) สมุทรเลิศกว่าทะเลทั้งหลาย เขาสุเมรุประเสริฐกว่าเขาทั้งหลายเป็นที่สั่งสมหินฉันใด ชนเหล่าใดย่อมเป็นไปตามอำนาจจิต ชนเหล่านั้นย่อมไม่เข้าถึงเสี้ยวแห่งพระพุทธญาณฉันนั้น
               พระพุทธเจ้าทรงเป็นฤษีประกอบด้วยพระกรุณา ทรงหยุดการแสดงธรรม ประทับนั่งในท่ามกลางสงฆ์แล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ผู้ใดสรรเสริญพระพุทธญาณ ผู้นำของโลก ผู้นั้นจะต้องไม่ไปสู่ทุคติตลอดแสนกัป ผู้นั้นจักเผากิเลสทั้งปวงได้ จักเป็นผู้มีอารมณ์เดียว มีจิตมั่นคง จักได้เป็นสาวกของพระศาสดามีนามว่าโสภิตะ
               ในกัปที่ ๕๐,๐๐๐ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ พระองค์พระนามว่ายสุคคตะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
               ก็พระเถระ ครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว เมื่อพิจารณาถึงกิเลสที่ตนละได้แล้ว ได้กล่าวคาถาว่า
                         เราละราคะได้หมดแล้ว ถอนโทสะได้หมดแล้ว
                         เรามีโมหะทั้งปวงไปปราศแล้ว เป็นผู้เยือกเย็น
                         ดับความร้อนได้แล้ว ดังนี้.

               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สพฺโพ ราโค ได้แก่ ราคะแม้ทั้งหมดมีกามราคะเป็นต้นเป็นประเภท.
               บทว่า ปหีโน ได้แก่ ละแล้ว ด้วยสามารถแห่งสมุจเฉทปหานด้วยอริยมรรคภาวนา.
               บทว่า สพฺโพ โทโส ได้แก่ พยาบาทแม้ทั้งหมดต่างโดยประเภทเป็นอเนก โดยความเป็นอาฆาตวัตถุเป็นต้น.
               บทว่า สมูหโต ได้แก่ ถอนขึ้นแล้ว ด้วยมรรค.
               บทว่า สพฺโพ เม วิกโต โมโห ได้แก่ โมหะ ๘ ประเภทโดยต่างกันทางวัตถุมีไม่รู้ทุกข์เป็นต้น คือโมหะแม้ทั้งหมดจำแนกออกไปได้ไม่ใช่น้อย โดยวิภาคแห่งสังกิเลสวัตถุของเรา ชื่อว่าไปปราศแล้ว เพราะถูกเรากำจัดแล้วด้วยมรรค.
               บทว่า สีติภูโตสฺมิ นิพฺพุโต ความว่า พระเถระพยากรณ์พระอรหัตผลว่า ด้วยการละกิเลสที่เป็นมูลได้อย่างนี้ เราชื่อว่าถึงแล้วซึ่งความเยือกเย็น เพราะไม่มีความกระวนกระวาย และความเร่าร้อนหลงเหลืออยู่ เพราะความที่สังกิเลสทั้งหลาย โดยตั้งอยู่ที่เดียวกันกับกิเลสมูลนั้น สงบระงับแล้วโดยชอบนั่นแหละ เพราะเหตุนั้นแล เราจึงชื่อว่าเป็นผู้ปรินิพพานแล้ว เพราะดับกิเลสได้โดยประการทั้งปวง.

               จบอรรถกถารักขิตเถรคาถา               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๘ ๙. รักขิตเถรคาถา จบ.
อ่านอรรถกถา 26 / 1อ่านอรรถกถา 26 / 215อรรถกถา เล่มที่ 26 ข้อ 216อ่านอรรถกถา 26 / 217อ่านอรรถกถา 26 / 474
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=26&A=5432&Z=5435
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๓  มกราคม  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :