ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๙
๓. สีหเถรคาถา

               อรรถกถาสีหเถรคาถา               
               คาถาของท่านพระสีหเถระ เริ่มต้นว่า สีหปฺปมตฺโต วิหร.
               เรื่องราวของท่านเป็นอย่างไร?
               ได้ยินว่า พระเถระนั้นเป็นผู้มีอธิการอันกระทำไว้แล้วในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ ในกาลของพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าอัตถทัสสี ในที่สุดแห่งกัปที่ ๑๑๘ แต่ภัทรกัปนี้ เกิดในกำเนิดกินนร เป็นผู้มีดอกไม้เป็นภักษา เป็นผู้กินดอกไม้ พักอยู่ริมฝั่งแม่น้ำจันทภาคา เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จไปทางอากาศ มีจิตเลื่อมใส มีความประสงค์จะบูชา ได้ยืนประคองอัญชลีอยู่แล้ว.
               พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบอัธยาศัยของเขา จึงเสด็จลงจากอากาศ ประทับนั่งโดยบัลลังก์ ที่โคนไม้ต้นหนึ่ง. กินนรบดแก่นจันทน์ แล้วทำการบูชาด้วยกลิ่นแห่งไม้จันทน์และด้วยดอกไม้ทั้งหลาย ถวายบังคม กระทำประทักษิณแล้วหลีกไป.
               ด้วยบุญกรรมนั้น เขาท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เกิดในตระกูลเจ้ามัลละในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้มีนามว่าสีหะ.
               สีหกุมารเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว มีใจเลื่อมใส ถวายบังคมแล้วนั่งอยู่ ณ ส่วนข้างหนึ่ง พระศาสดาทรงตรวจดูอัธยาศัยของเขาแล้ว ทรงแสดงธรรม เขาฟังธรรมแล้วได้มีจิตศรัทธา บวชแล้ว เรียนกรรมฐาน อยู่ในป่า. จิตของท่านวิ่งพล่านไปในอารมณ์ต่างๆ ไม่มีอารมณ์เป็นหนึ่ง จึงไม่อาจยังประโยชน์ตนให้สำเร็จได้
               พระศาสดาทรงเห็นดังนั้นแล้วประทับยืนในอากาศ โอวาทด้วยพระคาถาว่า
                         ดูก่อนสีหะ ท่านจงอย่าประมาท อย่าเกียจคร้านทั้งกลางคืน
                         และกลางวัน จงอบรมกุศลธรรมให้เกิดขึ้น จงละฉันทราคะ
                         ในอัตภาพเสียโดยเร็วพลันเถิด ดังนี้.

               ในเวลาจบพระคาถา ท่านเจริญวิปัสสนา บรรลุพระอรหัตแล้ว.
               สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า
               เวลานั้นเราเป็นกินนรอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา และเรามีดอกไม้เป็นภักษา เป็นผู้กินดอกไม้ ก็พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าอัตถทัสสี เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านรชน เสด็จเหาะไปบนยอดป่า ดังพระยาหงส์ในอัมพร (เรากล่าวว่า) ขอความนอบน้อมจงมีแด่พระองค์ผู้เป็นบุรุษอาชาไนย จิตของพระองค์บริสุทธิ์ดี พระองค์มีสีพระพักตร์ผ่องใส
               พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้มีปัญญาดังแผ่นดิน มีเมธาดี เสด็จลงจากอากาศ ทรงปูลาดผ้าสังฆาฏิแล้ว ประทับนั่งโดยบัลลังก์ เราถือเอาแก่นจันทน์หอมไปในสำนักพระชินเจ้า เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ได้บูชาพระพุทธเจ้า ถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้า เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ ยังความปราโมทย์ให้เกิดแล้ว บ่ายหน้ากลับไปทางทิศอุดร.
               ในกัปที่ ๑๑๘ แต่กัปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยแก่นจันทน์ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา.
               ในกัปที่ ๑,๔๐๐ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓ พระองค์มีพระนามว่าโรหิณี มีพลมาก. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
               พระคาถาว่า สีหปฺปมตฺโต เป็นต้นอันใดที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้วโดยเป็นโอวาท บทว่า สีหะ ในคาถานั้นเป็นคำเรียกชื่อของพระเถระนั้น.
               บทว่า อปฺปมตฺโต วิหร ความว่า ท่านจงเป็นผู้เว้นจากความประมาท ด้วยการไม่อยู่ปราศจากสติ คือเป็นผู้ประกอบไปด้วยสติและสัมปชัญญะในทุกๆ อิริยาบถอยู่เถิด.
               บัดนี้ เพื่อจะทรงแสดงอัปปมาทวิหารธรรมนั้น พร้อมทั้งผลโดยสังเขป พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสคำมีอาทิว่า รตฺตินฺทิวํ ดังนี้.
               ใจความของบทนั้นมีดังนี้
               เธออย่าเกียจคร้าน คืออย่าลืมสติ ได้แก่จงเป็นผู้ปรารภความเพียร ด้วยสามารถแห่งสัมมัปปธานมีองค์ ๔ โดยนัยที่ท่านกล่าวไว้ว่า
               จงยังจิตให้บริสุทธิ์จากอาวรณียธรรม (ธรรมเป็นเครื่องกางกั้นความดี) ด้วยการจงกรม ด้วยการนั่ง ดังนี้แล้วจงยังธรรมคือสมถะและวิปัสสนาอันเป็นกุศล และยังโลกุตรธรรมให้เห็นแจ้ง คือให้บังเกิด ได้แก่ให้เจริญอีกด้วย
               ก็ครั้นให้เจริญอย่างนี้แล้ว จงละฉันทราคะในอัตภาพเสียโดยพลัน คือจงละร่างกายอันได้แก่อัตภาพของท่านโดยพลัน คือโดยไม่เนิ่นช้าด้วยการละฉันทราคะอันเนื่องแล้วในอัตภาพนั้นเสียก่อนเป็นปฐม
               ก็ครั้นเป็นอย่างนี้แล้วจักละ (ฉันทราคะ) ได้ด้วยการดับสนิทแห่งจิตดวงหลัง และโดยไม่มีส่วนเหลือได้ในภายหลัง.
               ก็พระเถระครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว เมื่อจะพยากรณ์พระอรหัตผล ได้กล่าวย้ำอยู่แต่คาถานั้นเท่านั้น ฉะนี้แล.

               จบอรรถกถาสีหเถรคาถา               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๙ ๓. สีหเถรคาถา จบ.
อ่านอรรถกถา 26 / 1อ่านอรรถกถา 26 / 219อรรถกถา เล่มที่ 26 ข้อ 220อ่านอรรถกถา 26 / 221อ่านอรรถกถา 26 / 474
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=26&A=5461&Z=5465
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๓  มกราคม  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :