ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อ่านอรรถกถา 26 / 1อ่านอรรถกถา 26 / 243อรรถกถา เล่มที่ 26 ข้อ 244อ่านอรรถกถา 26 / 245อ่านอรรถกถา 26 / 474
อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๑๑
๗. ธรรมสังวรเถรคาถา

               อรรถกถาธรรมสวเถรคาถา               
               คาถาของท่านพระธรรมสวเถระ เริ่มต้นว่า ปพฺพชึ ตุลยิตฺวาน.
               เรื่องราวของท่านเป็นอย่างไร?
               ได้ยินว่า พระเถระนี้เป็นพราหมณ์นามว่าสุวัจฉะ ในกาลของพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าปทุมุตตระ เรียนจบไตรเพท เห็นโทษในการอยู่ครองเรือน จึงบวชเป็นดาบส ให้สร้างอาศรมในซอกเขาชายป่า อยู่ร่วมกับดาบสเป็นอันมาก.
               ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้ามีพระประสงค์จะทรงปลูกพืชคือกุศลแก่เขา จึง (เสด็จไป) ประทับยืนอยู่บนอากาศ ใกล้อาศรม แล้วทรงแสดงอิทธิปาฏิหาริย์.
               สุวัจฉดาบสเห็นอิทธิปาฏิหาริย์นั้น เป็นผู้มีใจเลื่อมใส ใคร่จะบูชา จึงเก็บเอาดอกสารภี (มาถวาย).
               พระศาสดาทรงพระดำริว่า พอแล้วสำหรับพืชคือกุศลมีประมาณเท่านี้แห่งดาบสผู้นี้ ดังนี้แล้ว เสด็จหลีกไป.
               พระดาบสเก็บดอกไม้มาโรยทางที่พระบรมศาสดาเสด็จผ่านไป แล้วยังจิตให้เลื่อมใส ยืนประคองอัญชลีอยู่แล้ว.
               ด้วยบุญกรรมนั้น เขาบังเกิดในเทวโลก ท่องเที่ยวไปๆ มาๆ อยู่แต่ในสุคติภพเท่านั้น เกิดในตระกูลพราหมณ์ แคว้นมคธ ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้นามว่าธรรมสวะ ถึงความเป็นผู้รู้แล้ว อันเหตุสมบัติตักเตือนอยู่ เห็นโทษในการอยู่ครองเรือนและอานิสงส์ในบรรพชา เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ประทับอยู่ในทักขิณาคิรีชนบท ฟังธรรมแล้วได้เป็นผู้มีจิตศรัทธา บรรพชาแล้ว เจริญวิปัสสนา บรรลุพระอรหัตแล้วต่อกาลไม่นานนัก.
               สมดังคาถาพยากรณ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า๑-
               เราเป็นพราหมณ์นามว่าสุวัจฉะ เป็นผู้รู้เจนจบมนต์ แวดล้อมด้วยศิษย์ของตน อยู่ ณ ระหว่างภูเขา
               พระชินเจ้าทรงพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้สมควรรับเครื่องบูชา พระองค์ทรงประสงค์จะรื้อถอน (ช่วยเหลือ) เรา จึงเสด็จมายังสำนักเรา เสด็จจงกรมอยู่บนเวหาส เหมือนประทีปอันโพลงฉะนั้น ทรงทราบว่า เรายินดีแล้ว บ่ายพระพักตร์กลับไปทางทิศประจิม
               ก็เราได้เห็นความอัศจรรย์อันไม่เคยมี น่าขนพองสยองเกล้านั้นแล้ว ได้เก็บเอาดอกสารภีไปโปรยลงที่ทางเสด็จผ่าน ในกัปที่แสน แต่ภัทรกัปนี้ เราโปรยดอกไม้ใด ด้วยจิตอันเลื่อมใสนั้น เราไม่เข้าถึงทุคติเลย.
               ในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราชมีพระนามว่า "มหารถะ" สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้วดังนี้.
____________________________
๑- ขุ. อ. เล่ม ๓๒/ข้อ ๑๖๐

               ก็พระเถระครั้นบรรลุพระอรหัตแล้วพิจารณาข้อปฏิบัติของตน ถึงความโสมนัส ได้กล่าวคาถาด้วยสามารถแห่งอุทานว่า
                         เราได้พิจารณาเห็นแล้ว จึงออกบวชเป็นบรรพชิต
                         เราได้บรรลุวิชชา ๓ แล้ว บำเพ็ญกิจในพระพุทธ
                         ศาสนาเสร็จแล้ว ดังนี้.

               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปพฺพชึ ตุลยิตฺวาน ความว่า พิจารณาคือสอดส่องซึ่งโทษในฆราวาส โดยนัยมีอาทิว่า การอยู่ครองเรือนคับแคบ เป็นทางแห่งละอองธุลี ดังนี้ ได้แก่ พิจารณาโทษในกามทั้งหลาย โดยนัยมีอาทิว่า กามทั้งหลายมีความยินดีน้อย มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก ดังนี้ และอานิสงส์ในการออกบวช โดยตรงข้ามกับโทษในกามนั้น ด้วยปัญญาอันเป็นดุจตราชั่ง.
               คำที่เหลือมีนัยดังกล่าวในหนหลังแล้วทั้งนั้น.
               ก็คำเป็นคาถานี้แหละได้เป็นคาถาพยากรณ์พระอรหัตผลของพระเถระ ฉะนี้แล.

               จบอรรถกถาธรรมสวเถรคาถา               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๑๑ ๗. ธรรมสังวรเถรคาถา จบ.
อ่านอรรถกถา 26 / 1อ่านอรรถกถา 26 / 243อรรถกถา เล่มที่ 26 ข้อ 244อ่านอรรถกถา 26 / 245อ่านอรรถกถา 26 / 474
อ่านเนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=26&A=5588&Z=5591
อ่านอรรถกถาภาษาบาลีอักษรไทย
http://84000.org/tipitaka/atthapali/read_th.php?B=32&A=7409
The Pali Atthakatha in Roman
http://84000.org/tipitaka/atthapali/read_rm.php?B=32&A=7409
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๓  มกราคม  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :