ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรคาถา ทุกนิบาต วรรคที่ ๒
๘. กิมพิลเถรคาถา

               อรรถกถากิมพิลเถรคาถา               
               คาถาของท่านพระกิมพิลเถระ เริ่มต้นว่า ปาจีนวํสทายมฺหิ.
               เรื่องราวของท่านเป็นอย่างไร?
               เหตุเกิดความสังเวช และบรรพชาอันเป็นบุรพภาคของเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้น ข้าพเจ้ากล่าวไว้ในอรรถกถาแห่งคาถามีอาทิว่า อภิสตฺโต ในเอกนิบาตแล้วทั้งนั้น และด้วยคาถานั้น พระเถระแสดงเหตุแห่งการบรรลุคุณวิเศษของตนไว้ด้วย.
               แต่ในคาถานี้พึงทราบว่า พระเถระแสดงการอยู่ร่วมโดยความพร้อมเพรียงของตนผู้บรรลุคุณวิเศษแล้ว กับท่านพระอนุรุทธะและท่านพระนันทิยะ.
               ก็พระเถระเมื่อจะแสดงถึงการที่พระเถระเหล่านั้นอยู่ร่วมกันโดยความพร้อมเพรียงจึงได้กล่าวคาถา ๒ คาถาความว่า
                         พระศากยบุตรทั้งหลาย ผู้เป็นสหายกันในปาจีนวังสทายวัน
                         ได้พากันละโภคะไม่น้อย มายินดีในการเที่ยวบิณฑบาต
                         ปรารภความเพียร มีจิตเด็ดเดี่ยว มีความบากบั่นมั่นเป็นนิตย์
                         ละความยินดีในโลก มายินดีอยู่ในธรรม ดังนี้.

               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปาจีนวํสทายมฺหิ ได้แก่ ในป่าที่กำหนดเขตรวมกันมีคนรักษาคุ้มครอง มีชื่อว่าปาจีนวังสะ. อธิบายว่า ป่านั้น ท่านเรียกว่าปาจีนวังสะ เพราะตั้งอยู่ในทิศปราจีนของหมู่บ้าน และเพราะแวดล้อมไปด้วยพุ่มไม้ไผ่ หรือเรียกว่าปาจีนวังสะ เพราะเป็นป่าไม้ไผ่.
               บทว่า สกฺยปุตฺตา ได้แก่ พวกราชกุมารของเจ้าศากยะมีพระอนุรุทธเถระเป็นต้น.
               บทว่า สหายกา ความว่า ชื่อว่าเป็นสหายกัน เพราะเป็นทาง คือเป็นการดำรงอยู่ร่วมกัน โดยเกิดความสังเวชร่วมกัน บรรพชาร่วมกันและบำเพ็ญสมณธรรมร่วมกัน.
               บทว่า ปหายานปฺปเก โภเค ความว่า ทิ้งกองแห่งโภคะใหญ่ที่ตนถึงทับด้วยบุญญานุภาพอันโอฬาร และมีมาโดยการสืบต่อแห่งตระกูล. บาลีว่า สหายานปฺปเก ดังนี้ก็มี.
               บทว่า อุญฺเฉ ปตฺตาคเต รตา ความว่า ชื่อว่ายินดีแล้ว คือยินดียิ่งแล้วในภาชนะสำหรับขอ เพราะความเป็นของที่นำมาได้ด้วยการเที่ยวขอเลี้ยงชีวิต ชื่อว่ามาในบาตร เพราะมาแล้วในบาตร ได้แก่ของที่นับเนื่องในบาตร. อธิบายว่า ห้ามอติเรกลาภมีสังฆภัตเป็นต้น แล้วยินดีด้วยภัตที่ระคนปนกันอันตนได้แล้วด้วยการเที่ยวภิกษา โดยอาศัยกำลังแข้งเท่านั้น.
               บทว่า อารทฺธวิริยา ความว่า ตั้งความเพียรไว้ เพื่อบรรลุประโยชน์อันสูงสุด แต่ต้นทีเดียว คือก่อนทีเดียว.
               บทว่า ปหิตตฺตา ความว่า ชื่อว่าเป็นผู้มีจิตส่งไปแล้วสู่พระนิพพาน เพราะความเป็นผู้น้อมไป โน้มไป โอนไป (สู่พระนิพพาน) และเพราะการเข้าถึงตามกาลเวลา.
               บทว่า นิจฺจํ ทฬฺหปรกฺกมา ความว่า ชื่อว่าเป็นผู้มีความบากบั่น ไม่ย่อหย่อนตลอดกาลทั้งปวง เพราะหมั่นประกอบการอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม ในวัตรปฏิบัติทั้งหลาย.
               บทว่า รมนฺติ ธมฺมรติยา หิตฺวา โลกิยํ รตึ ความว่า ละความยินดีในรูปารมณ์เป็นต้นอันเป็นโลกิยะ เพราะรู้แจ้งโลก และเพราะถึงที่สุดแห่งโลก คือละได้ด้วยมรรคปัญญา ย่อมยินดีคืออภิรมย์ ด้วยความยินดีในโลกุตรธรรม และด้วยความยินดียิ่งในพระนิพพานอันเป็นผลเลิศ.

               จบอรรถกถากิมพิลเถรคาถา               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรคาถา ทุกนิบาต วรรคที่ ๒ ๘. กิมพิลเถรคาถา จบ.
อ่านอรรถกถา 26 / 1อ่านอรรถกถา 26 / 274อรรถกถา เล่มที่ 26 ข้อ 275อ่านอรรถกถา 26 / 276อ่านอรรถกถา 26 / 474
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=26&A=5794&Z=5799
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๓  มกราคม  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :