ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรคาถา ทุกนิบาต วรรคที่ ๓
๑๐. กัณหทินนเถรคาถา

               อรรถกถากัณหทินนเถรคาถา               
               คาถาของท่านพระกัณหทินนเถระ เริ่มต้นว่า อุปาสิตา สปฺปุริสา.
               เรื่องราวของท่านเป็นอย่างไร?
               แม้พระเถระนี้ก็เป็นผู้มีอธิการอันกระทำแล้วในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญไว้ในภพนั้นๆ เกิดในเรือนแห่งตระกูล ในกัปที่ ๙๔ แต่ภัทรกัปนี้ บรรลุนิติภาวะแล้ว วันหนึ่งเห็นพระปัจเจกพุทธเจ้านามว่าโสภิตะ มีจิตเลื่อมใส ได้ทำการบูชาด้วยดอกบุนนาค.
               ด้วยบุญกรรมนั้น เขาท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เกิดในตระกูลพราหมณ์ กรุงราชคฤห์ ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้นามว่า กัณหทินนะ เจริญวัยแล้ว อันอุปนิสสยสมบัติตักเตือนอยู่ เข้าไปหาพระธรรมเสนาบดี ฟังธรรมแล้วได้มีจิตศรัทธาบวชแล้ว เจริญวิปัสสนา บรรลุพระอรหัตแล้ว.
               สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า๑-
               ครั้งนั้น พระสัมพุทธเจ้านามว่าโสภิตะ อยู่ที่ภูเขาจิตกูฏ เราได้ถือเอาดอกบุนนาคเข้ามาบูชาพระสยัมภู ในกัปที่ ๙๔ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้บูชาพระสัมพุทธเจ้า ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
____________________________
๑- ขุ. อ. เล่ม ๓๓/ข้อ ๖๗

               ก็พระเถระครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว เมื่อจะพยากรณ์พระอรหัตผล จึงได้กล่าวคาถา ๒ คาถาความว่า
                         สัปบุรุษเราเข้าไปหาแล้ว ธรรมทั้งหลายเราฟังแล้วเป็นประจำ
                         รั้นฟังธรรมแล้ว จักดำเนินไปสู่ทางอันหยั่งลงสู่อมตธรรม
                         เมื่อเรามีสติกำจัดความกำหนัดยินดีในภพได้แล้ว ความ
                         กำหนัดยินดีในภพ ย่อมไม่มีแก่เราอีก ไม่ได้มีแล้วในอดีต
                         จักไม่มีในอนาคต ถึงแม้เดี๋ยวนี้ก็ไม่มีแก่เราเลย ดังนี้.

               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุปาสิตา ความว่า สัปบุรุษอันเราบำเรอแล้ว คือเข้าไปนั่งใกล้โดยการปรนนิบัติ.
               บุรุษทั้งหลายผู้ประกอบด้วยคุณมีศีลเป็นต้น ผู้สงบระงับแล้ว ชื่อว่าสัปบุรุษ ได้แก่พระอริยบุคคลทั้งหลายมีพระสารีบุตรเถระเป็นต้น.
               ด้วยบทว่า สปฺปุริสา นี้ พระเถระแสดงถึงความถึงพร้อมด้วยจักรทั้งสองข้อแรกของตน. อธิบายว่า เว้นจากจักรคือการอยู่ในปฏิรูปเทศแล้ว (จักร คือ) การเข้าไปคบหาสัปบุรุษย่อมเกิดมีไม่ได้.
               บทว่า สุตา ธมฺมา ความว่า ธรรมอันปฏิสังยุตด้วยสัจจะและปฏิจจสมุปบาท อันข้าพเจ้าเข้าไปทรงไว้แล้ว ด้วยการแล่นไปตามโสตทวาร.
               พระเถระเมื่อจะแสดงความเป็นพหูสูตของตน ย่อมแสดงสมบัติคือจักร ๒ ข้อหลังด้วยบทว่า สุตา ธมฺมา นี้.
               บทว่า อภิณฺหโส ความว่า โดยมาก คือไม่ใช่เป็นครั้งเป็นคราว.
               ก็บทนี้ บัณฑิตพึงประกอบเข้าแม้ในบทว่า อุปาสิตา สปฺปุริสา ด้วย.
               บทว่า สุตฺวาน ปฏิปชฺชิสฺสํ อญฺชสํ อมโตคธํ ความว่า เราฟังธรรมเหล่านั้นแล้ว กำหนดรูปธรรมและอรูปธรรม ตามที่ตรัสไว้ในเทศนานั้น โดยลักษณะของตนเป็นต้น เจริญวิปัสสนาโดยลำดับ ดำเนินไปคือบรรลุถึงหนทางคืออริยอัฏฐังคิกมรรค อันหยั่งลงสู่อมตะ คือเป็นที่ตั้งแห่งพระนิพพาน ได้แก่ยังพระนิพพานให้ถึงพร้อม.
               บทว่า ภวราคหตสฺส เม สโต ความว่า เมื่อเรามีสติสมบูรณ์แล้วกำจัด คือเข้าไปทำลาย ความยินดีในภพคือตัณหาในสงสารอันมีเบื้องต้นและที่สุด อันบุคคลตามเข้าไปกำหนดรู้ไม่ได้.
               อีกอย่างหนึ่ง ได้แก่มีความกำหนัดในภพ อันมรรคอันเลิศกำจัดแล้ว.
               บทว่า ภวราโค ปุน เม น วิชฺชติ ความว่า เพราะเหตุนั้นแล ความกำหนัดในภพย่อมไม่มีแก่เราอีกในบัดนี้.
               บทว่า น จาหุ น เม ภวิสฺสติ น จ เม เอตรหิ วิชฺชติ ความว่า แม้ถ้าความกำหนัดในภพได้มีแก่เรา ในเวลาที่เราเป็นปุถุชน และในเวลาที่เรายังเป็นเสกขบุคคลในกาลก่อน ก็จริง แต่จำเดิมแต่เราได้บรรลุมรรคอันเลิศแล้ว ความกำหนัดในภพจะไม่มีและไม่มีแล้ว คือจะไม่มีแก่เรา และจะหาไม่ได้ในปัจจุบัน คือ บัดเดี๋ยวนี้ อธิบายว่า เราละภวราคะได้แล้ว.
               ก็ด้วยคำว่า ภวราคะ นั่นแล เป็นอันพระเถระกล่าวความไม่มีแม้แห่งกิเลสมีมานะเป็นต้นไว้ด้วย เพราะความที่แห่งกิเลสมีมานะเป็นต้น ตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับภวราคะนั้น เพราะเหตุนั้น พระเถระจึงแสดงความที่ตนเป็นผู้มีสังโยชน์ในภพสิ้นรอบแล้ว โดยประการทั้งปวง.

               จบอรรถกถากัณหทินนเถรคาถา               
               จบวรรควรรณนาที่ ๓               
               แห่งอรรถกถาเถรคาถา ชื่อว่าปรมัตถทีปนี               
               -----------------------------------------------------               

               ในวรรคนี้ รวมพระเถระได้ ๑๐ องค์ คือ
                         ๑. พระอุตตรเถระ
                         ๒. พระภัททชิเถระ
                         ๓. พระโสภิตเถระ
                         ๔. พระวัลลิยเถระ
                         ๕. พระวีตโสกเถระ
                         ๖. พระปุณณมาสเถระ
                         ๗. พระนันทกเถระ
                         ๘. พระภารตเถระ
                         ๙. พระภารทวาชเถระ
                         ๑๐. พระกัณหทินนเถระ
               จบวรรคที่ ๓               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรคาถา ทุกนิบาต วรรคที่ ๓ ๑๐. กัณหทินนเถรคาถา จบ.
อ่านอรรถกถา 26 / 1อ่านอรรถกถา 26 / 286อรรถกถา เล่มที่ 26 ข้อ 287อ่านอรรถกถา 26 / 288อ่านอรรถกถา 26 / 474
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=26&A=5875&Z=5889
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๓  มกราคม  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :