ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรีคาถา เอกกนิบาต
๓. ปุณณาเถรีคาถา

               ๓. อรรถกถาปุณณาเถรีคาถา               
               คาถาว่า ปุณฺเณ ปูรสฺสุ ธมฺเมหิ เป็นต้นเป็นคาถาสำหรับนางสิกขมานาชื่อปุณณา.
               นางสิกขมานาชื่อปุณณาแม้นี้ ก็สร้างสมบุญบารมีไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมกุศลที่เป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานไว้ในภพนั้นๆ เมื่อโลกว่างพระพุทธเจ้า บังเกิดในกำเนิดกินนรที่ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา วันหนึ่งเห็นพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่งในที่นั้น มีใจเลื่อมใส บูชาพระปัจเจกพุทธเจ้านั้นด้วยดอกอ้อ ยืนประคองอัญชลี. ด้วยบุญกรรมนั้น นางท่องเที่ยวอยู่ในสุคติภูมิทั้งหลายเท่านั้น
               ในพุทธุปปาทกาลนี้บังเกิดในตระกูลคฤหบดีมหาศาล กรุงสาวัตถี มีชื่อว่าปุณณา เพราะเป็นหญิงถึงพร้อมด้วยอุปนิสัย นางอยู่มาอายุ ๒๐ ปี ฟังธรรมในสำนักของพระมหาปชาบดีโคตมี ได้ศรัทธาขอบรรพชาเป็นสิกขมานา เริ่มวิปัสสนา.
               พระศาสดาประทับนั่งในพระคันธกุฎีนั่นเอง ทรงเปล่งพระรัศมีตรัสพระคาถานี้แก่เธอว่า
                         ดูก่อนนางปุณณา เธอจงเต็มไปด้วยธรรมทั้งหลาย
               เหมือนพระจันทร์วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เธอจงทำลายกองแห่ง
               ความมืด ด้วยปัญญาอันบริบูรณ์เถิด.

               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปุณฺเณ เป็นคำเรียกนางสิกขมานานั้น.
               บทว่า ปูรสฺสุ ธมฺเมหิ ความว่า จงบริบูรณ์ด้วยโพธิปักขิยธรรม ๓๗.
                อักษรในบทว่า จนฺโท ปณฺณรเสริว ทำหน้าที่เชื่อมบทเหมือนพระจันทร์บริบูรณ์ด้วยส่วนที่ ๑๖ ของเดือนทั้งหมด ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ คือในวันเดือนเพ็ญ.
               บทว่า ปริปุณฺณาย ปญฺญาย ได้แก่ ด้วยปัญญาที่สัมปยุตด้วยอรหัตมรรค ชื่อว่าบริบูรณ์ เพราะทำกิจ ๑๖ อย่างให้สมบูรณ์.
               บทว่า ตโมกฺขนฺธํ ปทาลย ความว่า จงทำลาย คือจงถอนกองโมหะโดยไม่เหลือ กิเลสทั้งหมดย่อมเป็นอันทำลายแล้วพร้อมกับการทำลายกองโมหะนั่นแล.
               นางสิกขมานาปุณณานั้นฟังคาถานั้นแล้วเจริญวิปัสสนาได้บรรลุพระอรหัต เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวไว้ในอปทานว่า๑-
               ในกาลนั้น ข้าพเจ้าเป็นกินรีที่ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา ข้าพเจ้าได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลี เป็นพระสยัมภูผู้อันใครๆ ให้แพ้ไม่ได้ ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจดี ปลื้มใจ กระทำอัญชลีถือเอาดอกอ้อบูชาพระสยัมภู ด้วยกรรมที่ทำดีนั้นและด้วยความตั้งใจมั่น ข้าพเจ้าละร่างกินรี ได้ไปสู่หมู่เทวดาชั้นไตรทศ
               ข้าพเจ้าได้เป็นมเหสีของเทวราช ๓๖ องค์ ได้เป็นมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๐ องค์ ข้าพเจ้ารู้บุญกุศลบวชเป็นบรรพชิต ข้าพเจ้าเผากิเลสแล้ว ภพทั้งหมดข้าพเจ้าถอนได้แล้ว อาสวะทั้งหมดสิ้นรอบแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มี
               จากนี้ไป ๙๔ กัป ข้าพเจ้าเอาดอกไม้บูชา ข้าพเจ้าไม่รู้จักทุคติ นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า. ข้าพเจ้าเผากิเลสแล้ว ฯลฯ ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว.
____________________________
๑- ขุ. อ. เล่ม ๓๓/ข้อ ๑๔๕ นฬมาลิกาเถรีอปทาน

               พระเถรีนั้นบรรลุพระอรหัตแล้วเปล่งคาถานั้น และคาถานี้ได้เป็นคาถาพยากรณ์พระอรหัตของพระเถรีนั้นแล.

               จบอรรถกถาปุณณาเถรีคาถาที่ ๓               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรีคาถา เอกกนิบาต ๓. ปุณณาเถรีคาถา จบ.
อ่านอรรถกถา 26 / 1อ่านอรรถกถา 26 / 403อรรถกถา เล่มที่ 26 ข้อ 404อ่านอรรถกถา 26 / 405อ่านอรรถกถา 26 / 474
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=26&A=8897&Z=8901
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๓  มกราคม  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :