ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรีคาถา ทุกนิบาต
๙. อภยเถรีคาถา

               ๙. อรรถกถาอภยาเถรีคาถา               
               คาถาว่า อภเย ภิทุโร กาโย เป็นต้นเป็นคาถาของพระเถรีชื่ออภยา เป็นสหายของพระอภัยมาตุเถรี.
               แม้พระเถรีชื่ออภยานี้ก็ได้สร้างสมบุญบารมีไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิขี เกิดในตระกูลกษัตริย์มหาศาล รู้ความแล้ว ได้เป็นอัครมเหสีของพระเจ้าอรุณราช.
               วันหนึ่ง พระเจ้าอรุณราชได้ประทานดอกอุบลหอม ๗ ดอกแก่เธอ เธอรับดอกอุบลเหล่านั้นแล้วนั่งคิดว่า เราประดับดอกอุบลเหล่านี้จะมีประโยชน์อะไร อย่ากระนั้นเลย เราจักเอาดอกอุบลเหล่านี้บูชาพระผู้มีพระภาคเจ้า.
               ก็พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จเข้าพระราชนิเวศน์ในเวลาภิกขาจาร เธอเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วมีใจเลื่อมใส ต้อนรับบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยดอกไม้เหล่านั้น แล้วถวายบังคมด้วยเบญจางคประดิษฐ์ ด้วยบุญกรรมนั้น เธอท่องเที่ยวอยู่ในเทวโลกและมนุษยโลก.
               ในพุทธุปปาทกาลนี้ เกิดในเรือนแห่งตระกูลในกรุงอุชเชนี รู้ความแล้ว เป็นสหายของพระอภัยมาตุเถรี. เมื่อพระอภัยมาตุเถรีบวช เธอเองก็บวชด้วยความสิเนหาพระเถรีนั้น อยู่ในกรุงราชคฤห์กับพระเถรีนั้น.
               วันหนึ่งได้ไปป่าสีตวันเพื่อดูอสุภ พระศาสดาประทับนั่งในพระคันธกุฎีนั้นเอง ทรงทำอารมณ์ที่เธอเคยประสบมาไว้ต่อหน้า ประกาศความเป็นศพขึ้นพองเป็นต้นแก่เธอ เธอเห็นดังนั้น ยืนสลดใจอยู่.
               พระศาสดาทรงแผ่รัศมีแสดงพระองค์เหมือนประทับนั่งอยู่ต่อหน้า ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า
                                   ดูก่อนอภยา ปุถุชนข้องอยู่ในกายใด กายนั้น
                         มีสภาพแตกดับ เรามีสติรู้สึกตัวจักทอดทิ้งร่างกายนี้
                         เราอันความทุกข์เป็นอันมากถูกต้องแล้ว ยินดีแล้ว
                         ในความไม่ประมาท บรรลุความสิ้นตัณหาแล้ว ได้
                         ปฏิบัติคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว.

               เวลาจบคาถา พระเถรีนั้นได้บรรลุพระอรหัต เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวไว้ในอปทานว่า๑-
               ในพระนครอรุณวดีมีกษัตริย์พระนามว่าอรุณราช ข้าพเจ้าเป็นมเหสีของท้าวเธอ ข้าพเจ้าร้อยพวงมาลัยอยู่ ได้ถือดอกอุบลมีกลิ่นหอมเหมือนทิพย์ นั่งอยู่ในปราสาทอันประเสริฐ คิดขึ้นในขณะนั้นเองอย่างนี้ว่า เราจะได้ประโยชน์อะไรที่เอาพวงมาลัยเหล่านี้ประดับบนศีรษะของเรา เราเอาบูชาในพระญาณของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดจะประเสริฐกว่า คนทั้งหลายเขาพากันบูชานับถือพระสัมพุทธเจ้า เราจะนั่งใกล้ประตู จักบูชาพระมหามุนีสัมพุทธเจ้าในเวลาที่เสด็จมา.
               พระพิชิตมารงามดังต้นรกฟ้า หรือดังพญาไกรสรมฤคราช พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์เสด็จมาตามถนน ข้าพเจ้าเห็นพระรัศมีของพระพุทธองค์แล้ว ร่าเริง สลดใจ ยังไม่ทันถึงประตู ก็บูชาพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ข้าพเจ้าทำดอกอุบลบานเต็มที่ ๗ ดอกเป็นที่กันแดดในอัมพร ดอกอุบลเหล่านั้นกันแดดอยู่เหนือพระเศียรของพระพุทธเจ้า
               ข้าพเจ้ามีจิตร่าเริง ดีใจ ปลื้มใจ ประคองอัญชลี ทำจิตให้เลื่อมใสในกาลนั้น ได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เหมือนศีรษะของข้าพเจ้า เขากั้นเศวตฉัตรขนาดใหญ่ กลิ่นทิพย์หอมฟุ้งไป นี้เป็นผลแห่งดอกอุบล ๗ ดอก. บางครั้งเมื่อหมู่ญาตินำข้าพเจ้าไป ครั้งนั้นเศวตฉัตรขนาดใหญ่ก็กันแดดไว้ตลอดไปถึงบริษัทของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าได้เป็นมเหสีของเทวราช ๗๐ องค์ เป็นอิสระในที่ทั้งปวง ท่องเที่ยวไปในภพน้อยใหญ่ ได้เป็นมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ ๖๓ องค์ ชนทั้งปวงประพฤติตามข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามีวาจาน่าเชื่อถือ ผิวพรรณของข้าพเจ้าเหมือนดอกอุบลและกลิ่นหอมฟุ้งไป ข้าพเจ้าไม่รู้จักทุคติ นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า.
               ข้าพเจ้าฉลาดในอิทธิบาท ยินดีในการเจริญโพชฌงค์ บรรลุอภิญญาบารมี นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า. ข้าพเจ้าฉลาดในสติปัฏฐาน มีสมาธิฌานเป็นโคจร ขวนขวายสัมมัปปธาน นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า. ความเพียรของข้าพเจ้านำเอาธุระน้อยใหญ่ไป นำเอาธรรมที่เป็นแดนเกษมจากโยคะมาให้ ข้าพเจ้ามีอาสวะทั้งปวงหมดสิ้นแล้ว บัดนี้ภพใหม่ไม่มี.
               ในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้ ข้าพเจ้าเอาดอกไม้บูชา จึงไม่รู้จักทุคติ นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าเผากิเลสแล้ว ฯลฯ ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว.
____________________________
๑- ขุ. อ. เล่ม ๓๓/ข้อ ๑๔๘ สัตตอุปปลมาลิกาเถรีอปทาน

               ครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว พระอภยาเถรีได้เปลี่ยนคาถาเหล่านั้นแหละกล่าวเป็นอุทาน.
               บรรดาบทเหล่านั้น พระอภยาเถรีเรียกตนเองด้วยบทว่า อภเย.
               บทว่า ภิทุโร แปลว่า มีสภาพแตกทำลาย. ความว่า ไม่เที่ยง.
               บทว่า ยตฺถ สตฺตา ปุถุชฺชนา ความว่า อันธปุถุชนเหล่านี้ข้องติด คือติดอยู่แล้วในกายใด ที่มีเวลาแตกทำลายเป็นปกติ เพราะสภาวะไม่สะอาด มีกลิ่นเหม็น น่าเกลียดและปฏิกูล.
               บทว่า นิกฺขิปิสฺสามิมํ เทหํ ความว่า เราไม่เพ่งเล็งเพราะไม่ยึดถืออีก จักซัด คือจักทิ้งร่างกาย คือกายที่เปื่อยเน่านี้.
               ในคาถานั้น ท่านกล่าวเหตุ ด้วยบทว่า สมฺปชานา ปติสฺสตา.
               บทว่า พหูหิ ทุกฺขธมฺเมหิ อธิบายว่า อันความทุกข์ไม่น้อยมีชาติและชราเป็นต้นถูกต้องแล้ว.
               บทว่า อปฺปมาทรตาย ความว่า ยินดีแล้วในความไม่ประมาท กล่าวคือความไม่อยู่ปราศจากสติ เพราะได้ความสลดใจ ด้วยความเป็นผู้หยั่งลงสู่ทุกข์นั้นนั่นเอง.
               คำที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วนั้นแล.
               ในคาถานี้มีปาฐะโดยทำนองที่พระศาสดาตรัสว่า
                         ท่านพึงยินดีในความไม่ประมาท จงทอดทิ้ง
               กายนี้ จงถึงความสิ้นตัณหา จงปฏิบัติคำสอนของ
               พระพุทธเจ้า.
               ก็คาถานี้ พระสังคีติกาจารย์ยกขึ้นสู่สังคีติตามทำนองที่พระเถรีกล่าวแล้วนั่นแล.
               บทว่า อปฺปมาทรตาย เต ความว่า ท่านพึงเป็นผู้ยินดีแล้วในความไม่ประมาท.

               จบอรรถกถาอภยาเถรีคาถาที่ ๙               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรีคาถา ทุกนิบาต ๙. อภยเถรีคาถา จบ.
อ่านอรรถกถา 26 / 1อ่านอรรถกถา 26 / 427อรรถกถา เล่มที่ 26 ข้อ 428อ่านอรรถกถา 26 / 429อ่านอรรถกถา 26 / 474
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=26&A=9030&Z=9036
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๓  มกราคม  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com