ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรีคาถา ปัญจกนิบาต
๑๒. จันทาเถรีคาถา

               ๑๒. อรรถกถาจันทาเถรีคาถา               
               คาถาว่า ทุคฺคตาหํ ปุเร อาสึ เป็นต้นเป็นคาถาของพระจันทาเถรี.
               พระเถรีแม้รูปนี้บำเพ็ญบารมีมาในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ สร้างสมกุศลอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานมาในภพนั้นๆ รวบรวมธรรมเครื่องปรุงแต่งวิโมกข์มาโดยลำดับ มีญาณแก่กล้าแล้ว ในพุทธุปบาทกาลนี้ก็ถือปฏิสนธิในเรือนพราหมณ์ผู้ไม่ปรากฏชื่อ ในหมู่บ้านพราหมณ์ตำบลหนึ่ง นับแต่นางบังเกิด ครอบครัวนั้นก็เสื่อมโภคะลงเรื่อยมา. นางรู้เดียงสาตามลำดับ มีชีวิตอยู่อย่างลำเค็ญ.
               ครั้งนั้น เกิดอหิวาตกโรคขึ้นในเรือนหลังหนึ่ง ด้วยโรคนั้น ญาติของนางทั้งหมดก็พากันล้มตายไป เมื่อสิ้นญาติ นางก็ไม่อาจมีชีวิตอยู่ในที่อื่น ต้องถือกะลาขอทาน ดำรงชีวิตอยู่ด้วยอาหาร คือภิกษาที่นางตระเวนไปทุกครอบครัวแล้วได้มา ได้ไปยังสถานที่แจกข้าวของพระปฏาจาราเถรี.
               ภิกษุณีทั้งหลายเห็นนางต้องทุกข์ ถูกทุกข์ครอบงำ ก็เกิดกรุณา ให้นางเอิบอิ่ม ด้วยอาจาระที่น่าจับใจ ด้วยอาหารที่มีอยู่ในที่นั้น. นางเลื่อมใสในอาจาระและศีลของภิกษุณีเหล่านั้น เข้าไปหาพระเถรี ไหว้แล้วนั่ง ณ ที่สมควรส่วนหนึ่ง. พระเถรีก็แสดงธรรมแก่นาง. นางฟังธรรมนั้นแล้วก็ยิ่งเลื่อมใสในคำสอนและเกิดความสังเวชใจในสังสารวัฏจึงบวช.
               ครั้นบวชแล้วก็อยู่ในโอวาทของพระเถรี เริ่มตั้งวิปัสสนา ประกอบภาวนาเนืองๆ เพราะเป็นผู้บำเพ็ญบารมีไว้ และเพราะญาณแก่กล้า ไม่นานนักก็บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทา ๔ พิจารณาการปฏิบัติของตน จึงได้กล่าวคาถาเหล่านี้เป็นอุทานว่า :-
                         แต่ก่อน ข้าพเจ้าเป็นคนเข็ญใจ เป็นหม้ายไร้บุตร
               ปราศจากญาติมิตร ไม่ได้ความบริบูรณ์แห่งอาหารและผ้า
               ถือภาชนะและท่อนไม่เที่ยวขอทาน จากครอบครัวหนึ่งไป
               สู่ครอบครัวหนึ่ง ถูกความหนาวความร้อนเบียดเบียน เที่ยว
               ขอทานอยู่ถึง ๗ ปี.
                         ต่อมาภายหลัง ข้าพเจ้าได้พบพระปฏาจาราเถรี
               ภิกษุณีผู้ได้ข้าวน้ำอยู่เป็นปกติ จึงเข้าไปบอก ขอบรรพชา
               ไม่มีเรือน.
                         ท่านพระปฏาจาราเถรีนั้นกรุณาข้าพเจ้า ให้ข้าพเจ้า
               ได้บรรพชา ต่อนั้นก็สั่งสอนข้าพเจ้า ประกอบข้าพเจ้าไว้
               ในประโยชน์อย่างยิ่ง.
                         ข้าพเจ้าฟังคำของท่านแล้ว ได้กระทำตามที่ท่าน
               สอน โอวาทของพระแม่เจ้าไม่เป็นโมฆะ เปล่าประโยชน์
               ข้าพเจ้ามีวิชชา ๓ ไม่มีอาสวะ.

               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทุคฺคตา ได้แก่ ยากจน.
               บทว่า ปุเร ได้แก่ ก่อนแต่บวช.
               จริงอยู่ เวลาบวชแล้ว นับตั้งแต่นั้นมา บุคคลในพระศาสนานี้ ใครๆ ไม่ควรพูดว่าเป็นคนมั่งมีหรือยากจน แต่พระเถรีนี้มั่งมีด้วยคุณทั้งหลาย ด้วยเหตุนั้น พระเถรีจึงว่า ทุคฺคตาหํ ปุเร อาสึ.
               ในบทว่า วิธวา สามีเขาเรียกว่า ธว ชื่อว่า วิธวา เพราะไม่มีสามีนั้น.
               อธิบายว่า สามีตาย [หม้าย].
               บทว่า อปุตฺติกา ได้แก่ เว้นจากบุตร.
               บทว่า วินา มิตฺเตหิ ญาตีหิ ได้แก่ เสื่อมคือปราศจากมิตรและพวกพ้อง.
               บทว่า ภตฺตโจฬสฺส นาธิคํ ความว่า ไม่พบความบริบูรณ์แห่งอาหารและผ้า.
               อธิบายว่า ข้าพเจ้าไม่ได้เพียงอาหารและเครื่องปกปิด [ผ้า] คือก้อนข้าว และชิ้นผ้าเก่าๆ อย่างเดียวเท่านั้น.
               ด้วยเหตุนั้น พระเถรีจึงกล่าวว่า ปตฺตํ ทณฺฑญฺจ คณฺหิตฺวา เป็นต้น.
               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปตฺตํ ได้แก่ ภาชนะดิน.
               บทว่า ทณฺฑํ ได้แก่ ท่อนไม้ใช้กันโคและสุนัขเป็นต้น.
               บทว่า กุลา กุลํ ได้แก่ จากสกุลไปสู่สกุล.
               บทว่า สีตุณฺเหน จ ฑยฺหนฺติ ได้แก่ ถูกความหนาวและความร้อนเบียดเบียน เพราะไม่มีเรือนที่อยู่.
               ด้วยบทว่า ภิกฺขุนึ พระเถรีกล่าวหมายถึงพระปฏาจาราเถรี.
               บทว่า ปุน ได้แก่ ภายหลัง คือต่อมาอีก ๗ ปี.
               บทว่า ปรมตฺเถ ได้แก่ ประโยชน์อย่างยิ่งคือสูงสุด ได้แก่ปฏิปทาที่ให้ถึงพระนิพพาน และพระนิพพาน.
               บทว่า นิโยชยิ ได้แก่ บอกกรรมฐาน ประกอบข้าพเจ้าไว้.
               คำที่เหลือมีนัยอันกล่าวแล้ว.

               จบอรรถกถาจันทาเถรีคาถาที่ ๑๒               
               จบอรรถกถาปัญจกนิบาต               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรีคาถา ปัญจกนิบาต ๑๒. จันทาเถรีคาถา จบ.
อ่านอรรถกถา 26 / 1อ่านอรรถกถา 26 / 449อรรถกถา เล่มที่ 26 ข้อ 450อ่านอรรถกถา 26 / 451อ่านอรรถกถา 26 / 474
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=26&A=9266&Z=9277
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๓  มกราคม  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :